พิมพ์

บายศรี

ชื่อรายการ
บายศรี
ปีที่ขึ้นทะเบียน
พ.ศ. ๒๕๕๖
ภูมิภาค
ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ภาคตะวันออก ภาคกลาง ภาคตะวันตก ภาคใต้
สาระสำคัญโดยรวม

บายศรี บายมาจากภาษาเขมร แปลว่า ข้าว และศรีมาจากภาษาสันสกฤต แปลว่า สิริมงคล มิ่งขวัญ บายศรีจึงมีความหมายว่า ข้าวขวัญ หรือข้าวที่มีสิริมงคลเป็นมิ่งขวัญ บายศรีจะมีเครื่องประกอบ คือ ข้าวสุกที่หุงตักเอาที่ปากหม้อ ไข่ต้ม และมีเครื่องบริวาร คือ สำรับคาวหวานประกอบอีกด้วย บายศรีเป็นงานประดิษฐ์ที่เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ซึ่งแฝงคติความเชื่อเรื่องการทำขวัญต่างๆ ที่เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตของคนไทย ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาพราหมณ์ เช่น การเกิด การโกนจุก การบวช การแต่งงาน และการตาย ต้องทำขวัญ รับขวัญ การเซ่นบวงสรวงบูชาเทวดาอารักษ์สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย

ปัจจุบันการประดิษฐ์บายศรีจะพบเห็นทั่วไปในในชุมชนทั่วทั้ง ๔ ภาคของประเทศไทย ซึ่งแต่ละภูมิภาคจะมีรูปลักษณ์และวิธีการประดิษฐ์ที่แตกต่างกัน เช่น บายศรีภาคเหนือ บางท้องที่จะเรียก “ขันศรี” ทำด้วยใบตอง กำหนดชั้นของบายศรีมีตั้งแต่ชั้นเดียวจนถึง ๙ ชั้น นิยมนับเลขคี่เช่นเดียวกับภาคกลางแต่การกำหนดชั้นจะขึ้นอยู่กับฐานันดรศักดิ์ของผู้รับขวัญ บายศรีภาคใต้ ส่วนใหญ่ใช้ต้นกล้วยมาทำเป็นหลักของบายศรีตัวบายศรีใช้ใบตองพับประดับประดาด้วยดอกไม้ บางท้องที่ใช้ใบพลูมาพับทับซ้อนคล้ายกับกระจังติดรัดด้วยกาบกล้วย บนยอดบายศรีมีถ้วยหรือกระทงสำหรับบรรจุข้าวและขนม ๑๒ อย่าง และปักเทียน ส่วนใหญ่จะนับจำนวนชั้นเป็นเลขคี่เสมอ บายศรีภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน ภาษาถิ่นจะเรียกว่า “พาขวัญ” หรือ “พานพาขวัญ” ส่วนใหญ่ใช้ประกอบการทำขวัญเหมือนกับภาคอื่นๆ กล่าวคือ จะใช้ทำพิธีทำขวัญให้กับคน สัตว์ และสิ่งของ เช่น ได้เรือนใหม่ (ขึ้นบ้านใหม่) ทำขวัญให้เกวียน ทำขวัญให้วัวควาย ทำขวัญให้คนป่วย ตลอดจนต้อนรับแขกผู้มาเยือน บายศรีภาคกลาง จะเป็นที่รู้จักกันในนามของบายศรีที่ใช้ในราชสำนัก เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ และบายศรีที่ใช้ทั่วไป สามารถแบ่งได้ ๒ ลักษณะ คือ บายศรีของราษฎร์ ได้แก่ บายศรีปากชาม บายศรีใหญ่หรือบายศรีต้น บางท้องที่เรียกบายศรีตั้งหรือบายศรีชั้น ส่วนใหญ่ใช้ในงานบวชนาค โกนผมไฟหรือโกนจุก และมีบายศรีในพิธีกรรมในการเซ่นสรวงบูชาเทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์ เช่น บายศรีตอ บายศรีเทพ บายศรีพรหม บายศรีของหลวงในราชสำนัก ได้แก่ บายศรีในพระราชพิธีต่างๆ อันเกี่ยวเนื่องกับพระราชพิธีต่างๆ จัดขึ้นตามโบราณราชประเพณีซึ่งมีกฏเกณฑ์ที่แน่นอนระบุไว้อย่างชัดเจน บายศรีของหลวงในงานพระราชพิธีต่างๆ ในปัจจุบันมี ๓ ลักษณะ ได้แก่ (๑)บายศรีต้น ทำเป็นบายศรีต้องมีแป้นไม้เป็นโครงแบ่งเป็นชั้น ๓ ชั้น ๕ ชั้น ๗ ชั้น และ ๙ ชั้น (๒)บายศรีแก้ว เงิน ทอง เป็นบายศรีที่ทำด้วยวัสดุ ๓ ชนิด คือ แก้ว เงิน ทอง ใช้ในพระราชพิธีขนาดใหญ่ ในพระราชพิธีสมโภชเวียนเทียนในพระที่นั่ง ภายในพระบรมมหาราชวัง เช่น พระราชพิธีสมโภชเครื่องราชกกุธภัณฑ์ในพระราชพิธีฉัตรมงคล สมโภชพระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระแก้วมรกต เป็นต้น (๓)บายศรีตองรองทองขาว ส่วนใหญ่ใช้ในพระราชพิธีสมโภชเดือนและขึ้นพระอู่ จะใช้ตั้งคู่กับบายศรีแก้ว เงิน ทอง สำรับใหญ่

ปัจจุบันช่างทำบายศรียังคงพบเห็นทั่วไปในชุมชนต่างๆ ทั่วภูมิภาคของประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุในชุมชน หากแต่การประดิษฐ์บายศรีได้ถูกประยุกต์ดัดแปลงให้เข้ากับยุคสมัยสังคมปัจจุบันมากขึ้น

  • Voting
    (0 โหวต)
  • Hits
    2063 views