พิมพ์

ผ้าขาวม้า

ชื่อรายการ
ผ้าขาวม้า
ปีที่ขึ้นทะเบียน
พ.ศ. ๒๕๕๖
ภูมิภาค
ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ภาคตะวันออก ภาคกลาง ภาคตะวันตก ภาคใต้
สาระสำคัญโดยรวม

ผ้าขาวม้า ไม่ใช่คำไทยแท้ หากแต่เป็นภาษาเปอร์เซียที่มีคำต้นเค้ามาจากคำว่า “กา-มาร์บันด์” (Kamar Band) “กามาร์” หมายถึงเอวหรือท่อนล่างของร่างกาย “บันด์” แปลว่า รัดหรือพัน คาดทับ เมื่อนำสองคำมารวมกันจึงมีความหมายว่า “เข็มขัดผ้าพันหรือที่คาดเอว” ผ้าขาวม้าเป็นงานสิ่งทอโบราณที่ใช้กันอยู่ในชุมชนและครัวเรือนมานานตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๖ ล่วงมาแล้ว ดังจะปรากฏหลักฐานตั้งแต่สมัยเชียงแสน มีการใช้ผ้าขาวม้าสำหรับผู้ชายนุ่งเคียนเอว หรือ โพกศรีษะ ซึ่งก็คงจะได้รับวัฒนธรรมจากไทลื้อ

ผ้าขาวม้ามีรูปลักษณะเป็นผ้ารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีความกว้างประมาณ ๒ ศอก ยาว ๓ – ๔ ศอก ส่วนใหญ่จะทอเป็นผ้าลายตารางเล็กๆ จับคู่สีเป็นคู่ๆ ทอสลับกันไปจนเต็มผืนผ้า บางท้องที่เรียกว่า “ผ้าตาหมากรุก” ผ้าขาวม้าในประเทศไทยมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามท้องที่ในภูมิภาคต่างๆ ตลอดจนกลุ่มชาติพันธุ์ ในภาคอีสานจะเรียกว่า “แพรอีโป้ หรือ แพรลิ้นแลน หรือ แพรไส้ปลาไหล” มีการใช้เส้นไหมเป็นวัตถุดิบส่วนใหญ่ บางท้องที่ใช้ฝ้ายทอบ้าง ในภาคอีสานผ้าขาวม้าเป็นสิ่งของที่ใช้ในงานพิธีบายศรีสู่ขวัญ เป็นผ้าไหว้ญาติผู้ใหญ่ของฝ่ายสามี (ของสมมา) ใช้ในพิธีกรรมต่างๆ ภาคเหนือเรียกว่า “ผ้าหัว” ในกลุ่มไทลื้อเรียกว่า “ผ้าต่อง” ส่วนไทยวนในจังหวัดราชบุรีเรียกว่า “ผ้าหัวจก หรือ ผ้าขาวม้าแดง” มีลักษณะการทอเส้นพุ่งสลับสี โดยเน้นสีแดงเป็นหลัก ผ้าหัวจก มิใช่ทอขึ้นใช้สำหรับฝ่ายชายแต่อย่างเดียว ฝ่ายหญิงก็นิยมใช้ห่มแทนสไบไปทำบุญที่วัดด้วยเช่นกัน เรียกว่า “การห่มผ้าสะหว้าน” หรือ “การสะหว้านผ้า” นอกจากนี้ชาวไทครั่งในแถบจังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดอุทัยธานีและจังหวัดชัยนาทจะนิยมทอผ้าขาวม้า ๕ สี ขึ้นใช้ในครัวเรือน เรียกว่า “ผ้า ๕ สี” เพราะว่าใช้สีที่ทอถึง ๕ สีด้วยกัน เช่น สีเหลือง สีแดง สีส้ม สีเขียว และสีน้ำเงิน ทอพุ่งสลับสีให้เกิดลวดลายในผืนผ้า นิยมใช้ไหมบ้านและฝ้ายเป็นวัตถุดิบในการทอ ส่วนในทางภาคใต้ จะเรียกว่า “ผ้าจวนตานี หรือ ลิม่า (ลิมาร์)” แปลว่า “มัด” เป็นภาษามลายู ส่วนคำว่า “ลิม่า” แปลว่า ๕ สี ใช้กรรมวิธีทอขัดประสานกันเป็นตา ตาราง และมีลวดลายมัดหมี่เล็กน้อย นิยมใช้กันในหมู่คนไทยเชื้อสายมุสลิมนำไปนุ่ง หรือโพกศรีษะ และใช้ในชีวิต ประจำวันนั่นเอง

ในปัจจุบันยังมีการทอผ้าของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เช่น กลุ่มช่างทอผ้าไทยวนอำเภอเมือง จังหวัดลำปาง จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดน่าน จังหวัดเชียงราย และจังหวัดราชบุรี เป็นต้น กลุ่มช่างทอผ้า จังหวัดกาญจนบุรี และกลุ่มช่างทอผ้าไทครั่ง จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดชัยนาท จังหวัดอทัยธานี อำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร และจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ผู้คนรุ่นใหม่แทบจะไม่มีโอกาสได้เห็นผ้าขาวม้าแบบดั้งเดิมที่ทอกันในชุมชนต่างๆ ประกอบกับมีผ้าขาวม้าจากโรงงานอุตสาหกรรมทอด้วยเครื่องจักรขยายเข้ามาแทนที่ผ้าขาวม้าแบบดั้งเดิมที่ทอด้วยมือ อีกทั้งยังขาดหน่วยงานในภาครัฐเข้าไปเก็บข้อมูล และส่งเสริมงานช่างแขนงนี้อย่างเต็มที่ ซึ่งเกรงว่าในอนาคตจะเกิดการสูญหายขึ้นได้

  • Voting
    (0 โหวต)
  • Hits
    3469 views