พิมพ์

ประเพณีกวนข้าวทิพย์

ชื่อรายการ
ประเพณีกวนข้าวทิพย์
ปีที่ขึ้นทะเบียน
พ.ศ. ๒๕๕๖
ภูมิภาค
ภาคกลาง
สาระสำคัญโดยรวม

ประเพณีการกวนข้าวทิพย์ เป็นพิธีกรรมของศาสนาพราหมณ์ที่สอดแทรกเข้ามาในพิธีกรรมของพระพุทธศาสนาซึ่งถือเป็นพระราชพิธีที่กระทำกันในเดือนสิบ มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยและกรุงศรีอยุธยาเป็น ราชธานี และได้รับการฟื้นฟูอีกครั้งในสมัยรัชกาลที่หนึ่ง มาเลิกราไปในรัชกาลที่สองและสาม ต่อมาได้รับการฟื้นฟูอีกครั้งในรัชกาลที่สี่ เป็นต้นมา ปัจจุบันนิยมทำกันในทุกภาคของประเทศไทย โดยภาคกลางนิยมจัดทำกันในวันวิสาขบูชา แต่ในภาคอีสานนิยมทำกันในวันก่อนออกพรรษาหนึ่งวัน คือ วันขึ้น ๒๔ ค่ำ เดือน ๒๒

จากความเชื่อในครั้งพุทธกาล ที่นางสุชาดาปรุงข้าวมธุปายาสถวายพระพุทธองค์ ก่อนจะตรัสรู้เป็น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถือกันว่าข้าวมธุปายาสเป็นของทิพย์ของวิเศษ เมื่อทำขึ้นจึงเรียกว่า ข้าวทิพย์ ชาวบ้านจะพร้อมใจกันทำในเทศกาลออกพรรษา ถวายพระสงฆ์เพื่อเป็นการสักการบูชา ถ้าใครได้รับประทานจะเป็น สิริมงคลกับตนเอง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ การกวนข้าวทิพย์ต้องอาศัยแรงศรัทธา แรงใจ ความสามัคคีพร้อมเพียงกันจากชาวบ้าน จึงจะสำเร็จลงได้ มูลเหตุที่ทำในวันออกพรรษา เพื่อถวายเป็นเครื่องสักการบูชาและ รับเสด็จพระพุทธองค์ที่เสด็จจากจำพรรษาในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

การกวนข้าวทิพย์โดยปกติกวนในวัด วัดที่จะกวนต้องเตรียมการหลายอย่าง ดังนี้

๑. สถานที่ บริเวณที่จะกวนข้าวทิพย์อาจจะทำเป็นปะรำพิธี โดยโยงด้านสายสัญจน์จากพระประธานมายังปะรำพิธี ซึ่งวงด้านสายสิญจน์เป็นสี่เหลี่ยม มุมทั้งสี่ตั้งฉัตร ๗ ชั้น ขันหมากเบ็งเป็นเครื่องสักการบูชา

๒. อุปกรณ์การกวนข้าวทิพย์ ได้แก่ เตา ฟืน กระทะ ใบบัว ไม้พาย

๓. เด็กหญิงพรหมจารีที่ยังไม่เป็นประจำเดือนนุ่งขาว ห่มขาว กระทะละ ๓ คน แล้วแต่จะกวนกี่กระทะ

๔. วัตถุดิบที่เป็นส่วนประกอบปกติวัตถุดิบที่เป็นส่วนประกอบสำคัญซึ่งใช้ในการกวนข้าวทิพย์ที่ชาวบ้านนำมารวมเตรียมไว้จะประกอบด้วย น้ำนมข้าว ข้าวเม่า มะพร้าว น้ำอ้อย น้ำตาล แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว แป้งสาลี ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว เผือก งา มันเทศ มันสาคู น้ำผึ้ง ฟักทอง ข้าวตอก นมสด นมข้น เนย กล้วย ข้าวโพด ใบเตย น้ำลอย ดอกมะลิ พืชหรือผลผลิตจากพืชทุกชนิดที่ใช้ทำขนมได้ นำมากวนรวมกันเป็นข้าวทิพย์ได้ บางแห่งเรียกว่าข้าวสำปะปิ หมายถึง การนำของหลายอย่างมารวมกันจนแยกไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไร

๕. เตรียมของทุกอย่างให้พร้อมที่จะกวน เช่น มะพร้าวก็คั้นเอากะทิ ถั่วต่างๆ คั่วแล้วบดให้ละเอียด เผือกมันฟักทองนึ่งให้สุกบดเตรียมไว้ ใบเตยโขลกให้ละเอียด กรองเอาน้ำ นำของทุกอย่างมาผสมกัน ส่วนน้ำตาล น้ำอ้อยจะใส่ทีหลัง อัตราส่วนนั้นจะมีผู้ชำนาญการคอยดูแลว่าจะใส่อะไรมากน้อยเพียงใด เพราะแต่ละวัดจะกวนจำนวนมากหลายกระทะ นอกจากถวายพระสงฆ์แล้ว ยังต้องให้พอแจกจ่ายกันทุกครัวเรือนในหมู่บ้าน และผู้ที่ มาร่วมงานเพื่อเป็นสิริมงคล

เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วพิธีการจะเริ่มประมาณ ๔ โมงเย็นของวันขึ้น ๒๔ ค่ำ เดือน ๒๒ โดยเริ่มด้วยพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ถึงบทอิติปิโส เด็กหญิงพรหมจารีจะลุกไปยังบริเวณพิธีกับผู้ชำนาญการ ส่วนคนอื่นจะเข้าไปไม่ได้ เด็กหญิงจะเป็นผู้เริ่มทำทุกอย่างตั้งแต่ก่อไฟ ยกกระทะขึ้นตั้งเตาไฟแล้วเริ่มกวน กวนไปประมาณ ๒๐ นาที ก็เป็นการเสร็จพิธีการ หลังจากนั้นชาวบ้านจะช่วยกันกวน โดยผลัดกันตลอด เวลาแต่ละกระทะจะใช้ประมาณ ๓๐-๔๐นาที ถ้ากระทะใหญ่อาจใช้เวลามากขึ้นขณะกำลังข้นก็จะใส่เนย ข้าวเม่า น้ำตาล น้ำอ้อย พอสุกได้ที่ ข้าวจะออกเป็นสีน้ำตาลไหม้แล้วนำไปเทลงถาดที่เตรียมไว้และโรยหน้าด้วยถั่ว งาวันรุ่งขึ้นเป็นวันพระมีการทำบุญตักบาตรเทโวโรหนะ ถวายข้าวทิพย์แด่พระสงฆ์ และแจกจ่ายแบ่งบันให้กับผู้ที่มาร่วมงาน หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส อิ่มบุญกันทั่วหน้า เป็นอันเสร็จพิธี

ประเพณีกวนข้าวทิพย์แม้จะเป็นพิธีการของพราหมณ์แต่ก็นำมาประยุกต์กับวิถีพุทธได้อย่างลงตัวสามารถเสริมศรัทธา การเสียสละ ความสามัคคีในชุมชนได้อย่างดี จึงเห็นควรที่คนรุ่นหลังจะช่วยกันหนุนเสริม ให้มรดกแห่งปัญญาธรรมนี้ควรอยู่สืบไป

  • Voting
    (0 โหวต)
  • Hits
    5325 views