พิมพ์

ผีตาโขนในงานบุญหลวง จังหวัดเลย

ชื่อรายการ
ผีตาโขนในงานบุญหลวง จังหวัดเลย
ปีที่ขึ้นทะเบียน
พ.ศ. ๒๕๕๖
ภูมิภาค
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
สาระสำคัญโดยรวม

บุญหลวง เป็นการทำบุญใหญ่ของเจ้านาย โดยนำบุญเผวส บุญบั้งไฟ บุญซำฮะ (สะเดาะเคราะห์บ้านเมือง) และการละเล่นผีตาโขนมารวมเป็นงานเดียวกัน เป็นประเพณีปฏิบัติสืบต่อกันมาแต่โบราณ จากตำนานกล่าวถึงบรรพบุรุษต้นกำเนิดผีตาขน คือ ปู่เยอ-ย่าเยอ ตำนานเล่าว่า ณ เมืองแถน มีเครือเขากาดยักษ์เครือหนึ่ง ขึ้นไปถึงสวรรค์ชั้นฟ้าปกคลุมลงมาบนพื้นดินทำให้บดบังแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ บ้านเมืองมีบรรยากาศสลัวมืดมิดและหนาวเย็น ประชาชนเดือดร้อนทำมาหากินไม่ได้

วันหนึ่งมีผู้เฒ่าสองผัวเมีย ชื่อ ปู่เยอ-ย่าเยอ มาขออาสาตัดเครือเขากาดยักษ์นั้น พระยาขุนบูลมจึงถามว่า หากสามารถตัดเครือเขากาดยักษ์ได้ ต้องการอะไรเป็นรางวัล เฒ่าทั้งสองตอบว่าไม่ขอรับของรางวัลใดๆ ทั้งสิ้น ขอเพียงหากทั้งสองตายขอให้ทุกคนอย่าลืมชื่อของทั้งสองและขอให้เคารพสักการบูชาด้วย พระยาขุนบูลมจึงรับปาก จากนั้นปู่เยอ-ย่าเยอจึงถือขวานขนาดใหญ่มุ่งหน้าเดินทางไปยังโคนต้นเครือเขากาดยักษ์ทันที และลงมือตัดทั้งกลางวันและกลางคืนเป็นเวลา ๓ เดือนกับอีก ๓ วัน จึงสามารถตัดเครือเขากาดยักษ์นั้นลงมาได้ แต่เครือเขากาดยักษ์นั้นมีขนาดใหญ่มาก เมื่อขาดแล้วจึงได้ล้มลงมาทับปู่เยา-ย่าเยอตายในทันที และบรรยากาศมืดมิดก็เปลี่ยนเป็นสว่างกลับมาสู่ผืนแผ่นดินอีกครั้ง ไพร่ฟ้าประชาชนก็ทำมาหากินได้ตามปกติ พระยาขุนบูลมพร้อมด้วยไพร่ฟ้าประชาชนจึงตั้งศาลและนำ“ขน” ของปู่เยอ-ย่าเยอไว้เคารพสักการะนับแต่นั้นเป็นต้นมา เพื่อเป็นการระลึกถึงคุณงามความดีของปู่เยอและย่าเยอ

สถานที่ในการประกอบพิธีบุญหลวง มี ๕ แห่ง ดังนี้

๑. ริมฝั่งลำน้ำหมัน ท่าน้ำบ้านเหนือ ตำบลด่านซ้าย วันแรกของงาน เป็นสถานที่สำหรับประกอบพิธีอัญเชิญ พระอุปคุต ในลำน้ำหมันมาที่วัดโพนชัย เริ่มเวลา ๐๔.๐๐ น.

๒. บ้านเจ้ากวน สถานที่ทำพิธีสู่ขวัญเจ้ากวน เจ้าแม่นางเทียม ในวันแรกของงาน เริ่มเวลา ๐๙.๑๙ น. ขบวนจากบ้านเจ้ากวน นางเทียม แสน นางแต่ง ประชาชนและผีตาโขน แห่ไปวัดโพนชัย ประกอบพิธีกรรมบุญหลวง ต่อมาทางราชการเข้าไปมีบทบาทในการจัดงานบุญหลวง พิธีเปิดงานจึงมี ๒ แห่ง คือ วัดโพนชัย และถนนหน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย

๓. วัดโพนชัย สถานที่ประกอบพิธีกรรมบุญหลวง ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายของการจัดงาน

๔. สี่แยกบ้านเดิ่น สถานที่เชิญพระเวสสันดรเข้าเมือง ในวันที่สองของงาน เริ่มเวลา ๑๕.๐๐ น.

๕. ถนนหน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย พิธีเปิดงานเป็นทางการที่จัดเพิ่มขึ้นร่วมกับเจ้าของวัฒนธรรมและท้องถิ่นจัดในวันแรกของงาน เวลา ๐๙.๑๙ น.

การประกอบพิธีบุญหลวง กำหนด ๓ วัน ต่อเนื่องกัน ผู้กำหนดงานคือเจ้านายฝ่ายขวาที่ใช้ร่างเจ้ากวน คือ เจ้าแสนเมือง แต่โดยทั่วไประยะเวลาการประกอบพิธีจะอยู่ในช่วงต้นเดือน ๘ ปลายเดือนมิถุนายน หรือต้นเดือนกรกฎาคมของแต่ละปี วันเวลาไม่ได้กำหนดแน่นอน

อุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบพิธีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน ประกอบด้วย

๑. อุปกรณ์ในพิธีเบิกพระอุปคุต ประกอบด้วย อัฐบริขาร ๘ ขัน ๕ ขัน ๘

๒. อุปกรณ์ เครื่องใช้ในพิธีเทศน์มหาชาติ ประกอบด้วย ดอกบัวหลวง ดอกบัวแบ้ ดอกผักตบและดอกปีบ เทียน ธูป หมากพลู เมี่ยง บุหรี่ ข้าวตอก ข้าวเหนียว ธุงช่อ ธุงชัย (ธุงที่ทำจากเศษผ้า) ปืนผา หน้าไม้ ดาบ ที่กล่าวมาทั้งหมดอย่างละ ๑,๐๐๐ นอกจากนี้ยังมีผึ้งพัน(ผึ้งที่นำมาฝั่นเป็นเทียนแล้วหนักเท่ากับ ๑ กิโลกรัม) น้ำมันหมื่น(น้ำมันก๊าด หนัก ๑๒ กิโลกรัม) ขันหมากเบ็ง ๔ คู่ โอ่งน้ำใส่จอก แหน และน้ำ ๔ ใบ

๓. อุปกรณ์ที่ใช้ในพิธีแห่พระเวสสันดรเข้าเมือง ประกอบด้วย พระพุทธรูปปางสมาธิ ๑ องค์ขวัญ(บายศรี) แคร่คานหาม ๕ ตัว บั้งไฟ ๙ กระบอก ผีตาขนใหญ่ ๑ คู่ และผีตาโขนน้อยตามความศรัทธา

๔. อุปกรณ์ใช้ในการสะเดาะเคราะห์บ้านเคราะห์เมือง ประกอบด้วย กระทงใหญ่ ๑ กระทง กระทงเล็ก ๘ กระทง เครื่องเซ่นคือ ข้าวดำ ข้าวแดง แกงส้ม แกงหวาน หมากพลู บุหรี่ เมี่ยง ดอกไม้ เทียน แล้วยังมีกระทงใบตองอีก ๑๐๐ กระทง ใส่อาหารหวานคาว อย่างละ ๕๐ กระทง

ผีตาโขน แต่งกายด้วยชุดทำจากเศษผ้านำมาเย็บติดกัน มี “หมากกะแหล่ง” (ลักษณะคล้ายกระดิ่งใช้แขวนคอกระบือ) หรือกระดิ่ง กระพรวน กระป๋องผูกติดกับบั้นเอว แขวนคอ หรือถือเคาะเขย่า เพื่อให้เกิดจังหวะและมีเสียงดังเวลาเดินแบบขย่มตัว ส่ายเอว ส่ายสะโพก และโขกขา ผีตาโขนทุกตัวจะมีอาวุธประจำกายเป็นดาบหรือง้าว ซึ่งทำจากไม้เนื้ออ่อน โดยจะทำให้มีลักษณะคล้ายอวัยวะเพศชายและทาสีแดงตรงปลาย เอาไว้หยอกล้อเพื่อให้เกิดความตื่นเต้น ขบขัน และสนุกสนาน มิได้ถือเป็นเรื่องลามกหรือหยาบคายแต่อย่างใด

ขั้นตอนการประกอบพิธีกรรมประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน

๑. พิธีเบิกพระอุปคุต พิธีบายศรีสู่ขวัญเจ้าพ่อกวน พิธีนี้เป็นพิธีวันแรกของงาน

๒. พิธีแห่พระเวสสันดรเข้าเมือง จุดบั้งไฟ ลอยชุดผีตาโขนและหุ่นผีตาโขน เพื่อปลดทุกข์ปลดโศก(ลอยเคราะห์) ตอนเย็นเทศน์มาลัยหมื่น มาลัยแสน เป็นเสร็จพิธีวันที่สอง

๓. ถวายภัตตาหาร สะเดาะเคราะห์บ้านสะเดาะเคราะห์เมือง และเทศน์มหาชาติ จนครบ ๑๓ กัณฑ์ จึงเป็นการจบสิ้นพิธีบุญหลวง

ความเชื่อที่ถือเป็นอัตลักษณ์ของชาวด่านซ้าย คือ ความเชื่อเจ้าพ่อกวน หรือบุคคลที่วิญญาณบรรพบุรุษ หรือผีเจ้านายแต่งตั้งให้เป็นร่างทรง เนื่องจากความเชื่อนี้ไม่ได้มีหน้าที่เพียงก่อให้เกิดความกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในสังคมและวัฒนธรรมในท้องถิ่นนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะความเชื่อเจ้าพ่อกวน เจ้าแม่นางเทียม มีสถานภาพที่เปรียบได้ดังสิ่งที่จะต่อต้านหรือสร้างดุลยภาพให้เกิดขึ้นในสังคมท้องถิ่น โดยเฉพาะเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม

พิธีกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นตามความเชื่อของชาวอำเภอด่านซ้าย บรรพบุรุษเป็นผู้ริเริ่มขึ้นมาและถือปฏิบัติสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน มีลักษณะสำคัญคือเป็นเครื่องหมายของกลุ่มชนหนึ่งๆ ซึ่งมีสัญลักษณ์ร่วมกันและเน้นเรื่องจิตใจ ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายใหม่เพื่อให้เกิดความสบายใจ สร้างกำลังใจ เกิดความสมหวัง และช่วยให้ปลอดภัยจากอำนาจลึกลับ

  • Voting
    (0 โหวต)
  • Hits
    2718 views