พิมพ์

การแต่งกายของชุมชนบาบ๋า เพอนารากัน

ชื่อรายการ
การแต่งกายของชุมชนบาบ๋า เพอนารากัน
ปีที่ขึ้นทะเบียน
พ.ศ. ๒๕๕๕
ภูมิภาค
ภาคใต้
สาระสำคัญโดยรวม

คุณลักษณะของมรดกภูมิปัญญาการแต่งกายของชุมชนบาบ๋า-เพอรานากันภูเก็ต มีที่มาจากย่านเมืองเก่า ซึ่งอยู่บริเวณใจกลางเมืองภูเก็ตเดิมเรียกว่า “ทุ่งคา” และเป็นที่อยู่อาศัยและประกอบการงานของชาวพื้นเมืองชาติพันธุ์ต่างๆในจังหวัดภูเก็ต ชาวบาบ๋ามีลักษณะเด่น คือ เป็นลูกผสมที่มีบรรพบุรุษฝ่ายพ่อหรือ ปู่หรือทวดเป็นชาวจีน และแม่เป็นชาวภูเก็ตท้องถิ่น (อาจจะเป็นลูกหลานชาวจีนก็ได้) มีวัฒนธรรมหลอมรวมทั้งไทยและจีนเข้าด้วยกัน การแต่งกายเน้นที่ความเรียบร้อยและสวยงาม ผ้าถุงปาเต๊ะมีสีสดสวยพร้อมองค์ประกอบและดอกไม้ ตามความเชื่อของจีนเสื้อ มีรูปแบบคล้ายเสื้อของชาวมุสลิมในมาเลเซียและอินโดนีเซีย แตกต่างกันที่เสื้อของชาวบาบ๋าภูเก็ตเป็นเสื้อเข้ารูป ปักฉลุตามขอบเสื้อ เนื้อผ้าบางเป็นแบบเสื้อ แลลอดอย่างมีศิลปงดงาม ลักษณะเสื้อของชาวบาบ๋าภูเก็ต เป็นเสื้อตัวสั้นความยาวจากเอวไม่ถึงคืบ (ในขณะที่เสื้อแบบมุสลิมยาวปิดสะโพก) เสื้อบาบ๋าภูเก็ตต่อมามีพัฒนาการมาเป็นเสื้อลูกไม้ตามแบบพระราชนิยมในสมัยรัชกาลที่๖ (เพียงแต่เป็นเสื้อแบบเรียบ) เน้นที่เครื่องประดับ ส่วนผ้าถุงปาเต๊ะยังคงได้รับความนิยมเช่นเดิม เครื่องแต่งกายดังกล่าวใช้ในงานพิธีกรรมหรือประเพณีต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานศพ งานบวช ทำบุญสารทเดือนสิบ เป็นต้น


ภูเก็ตมีการติดต่อกับชาวต่างประเทศมาแต่โบราณ ชาวเรือมองหาสินค้ามาแลกเปลี่ยนกับสินแร่ดีบุกที่มีอยู่มากมายตลอดชายฝั่งของภูเก็ต สินค้าที่ได้รับความนิยมของชาวภูเก็ตคือผ้าปาเต๊ะดอกและลายสวยงามผลิตจากผ้าฝ้าย เพราะมีคุณสมบัติที่เหมาะกับอากาศร้อนชื้นของภูเก็ต อันที่จริงผู้คนในคาบสมุทรมาลายู เคยแต่งกายคล้ายกันในอดีต (ข้อแตกต่างจะเป็นรายละเอียดปลีกย่อย) วัฒนธรรมบาบ๋าคือสายใยที่เชื่อมใจ ชาวบาบ๋าทั่วภูมิภาคเข้าด้วยกันเพราะพูดภาษาเดียวกัน (ภาษาจีนฮกเกี้ยน) อาหารที่ชอบรับประทานและ การแต่งกายคล้ายกัน การอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นภูเก็ตจึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ต่อเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของประเทศไทย เพราะชาติอื่นที่เคยแต่งกายเหมือนเรา มีเหตุผลทางการเมือง ทำให้ขาดความเชื่อมโยงกับอดีต เช่น ชาวอินโดนีเซียในปัจจุบันแต่งกายตามรูปแบบของศาสนาประจำชาติ เช่นเดียวกับประเทศมาเลเซีย แม้ชาวปีนังที่เคยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับภูเก็ตก็แยกเป็นชนเผ่า “ภูมิปุตรา” และชาวจีน คงมีแต่ชาวบาบ๋าภูเก็ต ที่ยังคงรักษาวัฒนธรรมไว้ได้ ดังที่ปรากฎผู้คนแต่งกายแบบเดิมในถนนของชุมชนเมืองเก่าภูเก็ตอันประกอบด้วย ถนนถลาง ถนนพังงา ถนนกระบี่ เป็นต้น นอกจากนี้ ท่านจะพบชุมชนชาวกะทู้ ชาวฉลอง ชาวถลาง ชาวเชิงทะเล และชุมชนชาวบาบ๋าในจังหวัดระนอง กระบี่ พังงาและตรัง ประเพณีของชาวบาบ๋าภูเก็ตเมื่อผสมผสานกับแนวคิดทางศิลปะและทักษะสามารถนำมาสร้างนวัตกรรมเป็นผลิตภัณฑ์ของชุมชนชาวบาบ๋าเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูวัฒนธรรมย่านเมืองเก่าภูเก็ตผ่านผลิตภัณฑ์ ที่สามารถเป็นสื่อสร้างความมีส่วนร่วม ความผูกพันของชุมชนและผู้มาเยือน ถ้าเรารักษาประเพณีวัฒนธรรมบาบ๋าไว้ได้ ผลที่ได้รับจะเอนกอนันต์ จะเป็นเป้าหมายใหญ่ของเศรษฐกิจวัฒนธรรมที่สามารถดึงเงินตราเข้าประเทศได้อย่างมหาศาล

  • Voting
    (0 โหวต)
  • Hits
    2519 views