พิมพ์

เพลงกล่อมลูก

ชื่อรายการ
เพลงกล่อมลูก
ปีที่ขึ้นทะเบียน
ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน
ภูมิภาค
ภาคกลาง
จังหวัด
สาระสำคัญโดยรวม

การร้องเพลงกล่อมลูก  เป็นการร้องเพลงที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ  สมัย ปู่ ย่า ตา ยาย

 เป็นการร้องเพลงพื้นบ้านที่มีเนื้อหาสาระ ภาษา และทำนอง ที่เป็นเอกลักษณ์ นุ่มนวล ฟังแล้วสบายหู

 สบายใจ บางเพลงฟังแล้วอยากฟังต่อไปว่าเป็นอย่างไร การร้องเพลงกล่อมลูก เป็นการร้องเพลงกล่อมเด็ก

แรกเกิด สมัยโบราณ การเลี้ยงเด็กแรกเกิดจะเลี้ยงด้วยนมแม่เป็นส่วนใหญ่  แม่จะมีเวลาอยู่กับลูกอย่างใกล้ชิด

 เป็นผู้ให้ลูกกินนมทุกเวลาที่ลูกหิว ผู้เป็นแม่มีความใกล้ชิดกับลูกมากอยากจะบอกว่ารักลูก การร้องเพลง

กล่อมลูกเป็นวิธีการบอกความรักของแม่วิธีหนึ่ง

           การร้องเพลงกล่อมลูก  เนื้อหาทำนองที่ร้องออกมาเป็นเนื้อหาที่สั่งสอน สะท้อนสังคม วัฒนธรรมเป็นการสะท้อนวิธีการทำมาหากิน อธิบายถึงความยากลำบากในการเลี้ยงลูก สอนให้ลูก

เป็นคนดี เป็นการถ่ายทอดความรัก ความผูกพัน ความห่วงใยระหว่างแม่กับลูก

          การร้องเพลงกล่อมลูก  หรือกล่อมเด็ก เป็นการร้องเพลงที่ไม่มีดนตรีประกอบการร้องเพลง เนื้อหาสาระเป็นเอกลักษณ์ที่เฉพาะไม่เหมือนเพลงทั่ว ๆ ไปโดยมีเนื้อร้อง  ดังนี้  

         กาเหว่า

กาเหว่าเอ๋ย…ไข่ให้แม่กาฟัก  …แม่กาก็หลงรัก…คิดว่าลูกในอุทร…คาบเอาข้าวมาเผื่อ…

คาบเอาเหยื่อมาป้อน…ถนอมไว้ในรังนอน…ปีกหางเจ้ายังอ่อน… หัดร่อนสอนบิน…แม่กาพาเอาลูกไปหากินตามฝังแม่น้ำคงคา…ตีนหนึ่งก็เหยียบสาหร่าย …ปากก็ไซ้หากินปลา…กินกุ้ง หรือกินกั้ง กินหอยกระพัง และแมงดา…อิ่มแล้วก็โผมา จับต้นหว้า …และโผไปต้นโพธิ์ทอง…มีตาพรานคนหนึ่งเที่ยวเยี่ยม ๆ มอง ๆ…

ยกปืนขึ้นชู ยกธนูขึ้นส่อง …จ้องแม่กาดำ ….ซีกหนึ่งจะต้ม…ซีกหนึ่งจะยำ …แสนสงสารแม่กาดำลูกมีกรรมแต่น้อย ๆ…เอย จบ

       วัดโบสถ์Picture 434 resize

วัดเอ่ย…วัดโบสถ์…ปลูกข้าวโพด สาลี…ลูกเขยตกยาก…แม่ยายก็พรากลูกสาวหนี …

ส่วนข้าวโพดสาลี …ป่านฉะนี้ก็โรยรา…

 

ประวัติความเป็นมา
๑.๑ ประวัติความเป็นมาของเพลงกล่อมลูก
เพลงกล่อมลูกมีตั้งแต่สมัย ปู่ ย่า ตา ยาย ใช้กล่อมลูก เพื่อเป็นการสอนเด็ก ถ้อยคำต่าง ๆ ในเพลงสะท้อนให้เห็นสภาพความเป็นอยู่สิ่งแวดล้อม ในอดีตจนถึงปัจจุบัน
บทเพลงแต่ละเพลงอาจมีความหมายแตกต่างกันไป แต่สำหรับเพลงกล่อมเด็ก เพลงกล่อมลูก หนึ่งในบทเพลงเก่าแก่ที่มีมาเนิ่นนานแถมมีขับขานอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย
บทเพลงนี้ไม่เพียงมีเสน่ห์เฉพาะภาษา ท่วงทำนอง เนื้อหาที่ปรากฏยังมีคุณค่าสะท้อนถึงวัฒนธรรมการอบรมเลี้ยงดู การดำเนินชีวิตของแต่ละท้องถิ่น ที่สำคัญสุดเพลงกล่อมลูกมีประโยชน์ช่วยทำให้เด็กได้รับความอบอุ่นใจ อีกทั้งยังถ่ายทอดภาพความรัก ความผูกพันห่วงใยยิ่งใหญ่ของแม่ที่มีต่อลูกน้อยชัดเจนเพลงกล่อมมีตั้งแต่สมัย ปู่ ย่า ตา ยาย
สาขา/ประเภท
ขนบ
ขนบธรรมเนียมและความเชื่อ
๑.๒.๑ ขนบธรรมเนียม
เพลงกล่อมลูกเป็นคติชาวบ้านประเภทใช้ภาษาเป็นสื่อ จัดเป็นวรรณกรรมประเภทหนึ่งที่
ไม่มีการเขียนหรือบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร แต่อาศัยการจำและบอกเล่าต่อกันมามีลักษณะเป็นวัฒนธรรมพื้นบ้านที่สามารถสืบทอดไว้ได้เป็นเวลายาวนาน บทบาท หน้าที่แสดง เอกลักษณ์ของแต่ละชุมชนและด้วยเสน่ห์ คุณประโยชน์ของบทเพลง ที่ผ่านมา ว่า เพลงกล่อมลูกหรือเพลงกล่อมเด็กของไทยถ่ายทอดสืบต่อกันมานาน โดยที่ไม่มีการเขียนบันทึกไว้เป็นแบบมุขปาฐะเป็นไปตามธรรมชาติของผู้เป็นแม่ที่ตั้งใจมอบความรักความอบอุ่นปลอดภัยให้กับลูกน้อย
ความเชื่อ
๑.๒.๒ ความเชื่อ
ช่วยทำให้เด็กได้รับความอบอุ่นใจ อีกทั้งยังถ่ายทอดภาพความรัก ความผูกพันห่วงใย
ยิ่งใหญ่ของแม่ที่มีต่อลูกน้อย
โน้ตเพลง บทเพลง บทละคร
เพลงและบทร้อง
๒.๔.๑ เพลงและบทร้อง นางฉิ่ง ผุดผ่อง
กาเหว่า
กาเหว่าเอ๋ย…ไข่ให้แม่กาฟัก …แม่กาก็หลงรัก…คิดว่าลูกในอุทร…คาบเอาข้าวมาเผื่อ…
คาบเอาเหยื่อมาป้อน…ถนอมไว้ในรังนอน…ปีกหางเจ้ายังอ่อน… หัดร่อนสอนบิน…แม่กาพาเอาลูกไปหากินตามฝังแม่น้ำคงคา…ตีนหนึ่งก็เหยียบสาหร่าย …ปากก็ไซ้หากินปลา…กินกุ้ง หรือกินกั้ง กินหอยกระพัง และแมงดา…อิ่มแล้วก็โผมา จับต้นหว้า …และโผไปต้นโพธิ์ทอง…มีตาพรานคนหนึ่งเที่ยวเยี่ยม ๆ มอง ๆ…
ยกปืนขึ้นชู ยกธนูขึ้นส่อง …จ้องแม่กาดำ ….ซีกหนึ่งจะต้ม…ซีกหนึ่งจะยำ …แสนสงสารแม่กาดำลูกมีกรรมแต่น้อย ๆ…เอย จบ
วัดโบสถ์
วัดเอ่ย…วัดโบสถ์…ปลูกข้าวโพด สาลี…ลูกเขยตกยาก…แม่ยายก็พรากลูกสาวหนี …
ส่วนข้าวโพดสาลี …ป่านฉะนี้ก็โรยรา…
๒.๔.๒ เพลงและบทร้อง นางกิมไล้ ทวีการ
กาเหว่า
กาเหว่าเอ๋ย…ไข่ให้แม่กาฟัก …แม่กาก็หลงรัก….คิดว่าลูกในอุทร…คาบเอาข้าวมาเผื่อ…
คาบเอาเหยื่อมาป้อน…ถนอมไว้ในรังนอน…ปีกหางเจ้ายังอ่อน… หัดร่อนสอนบิน…แม่กาพาเอาลูกไปหากิน…ตามฝังแม่น้ำคงคา…ตีนหนึ่งก็เหยียบสาหร่าย …ปากก็ไซ้หากินปลา…กินกุ้ง หรือกินกั้ง กินหอยกระพัง และแมงดา…อิ่มแล้วก็โผมา จับต้นหว้า …และโผไปต้นโพธิ์ทอง…มีตาพรานคนหนึ่งเที่ยวเยี่ยม ๆ มอง ๆ… ยกปืนขึ้นชู ยกธนูขึ้นส่อง …จ้องแม่กาดำ …ซีกหนึ่งจะต้ม…ซีกหนึ่งจะยำ …แสนสงสารแม่กาดำลูกมีกรรมแต่น้อย ๆ…เอย จบ
๒.๔.๓ เพลงและบทร้อง นางละม่อม ทองนุช
เพลงคล้องช้าง
วันเอ๋ย วันนี้ …พี่จะไปคล้องช้าง …ข้ามห้วย และเหวบาง…ข้ามเขา พนมทอง…
เขาก็คล้องช้างได้ เอามาใส่จำลองเกี่ยวหญ้า ใส่พานทอง ให้ช้างน้อย…ก็ไม่กิน ยกแต่งวงขึ้นจบเกตุ…
ชลเนตรเจ้าก็ไหลริน ๆ… หญ้าบอนก็ไม่กิน…คิดถึงถิ่นของมารดา…จบ
เพลงขนมแซงม้า
โอละเห่ โอละหึก ตื่นแต่ดึก ทำขนมม้าหากำไร เกิดขัดใจ กันขึ้นในครัว ทั้งผัว เมีย
ผังตี เมียด่าเสียงขรม ลืมขนม ทิ้งไว้ไม่มีคนเขี่ย ขนมเสียเพราะวิวาท ขาดทุนเอย

นกขมิ้น
นกขมิ้นเหลืองอ่อน …ค่ำแล้วเจ้าจะนอน รังไหน… นอนไหน ก็นอนได้…ตามสุมทุมพุ่ม
ไม้ที่เคยนอน…
วัดโบสถ์
วัดเอ่ย…วัดโบสถ์…ปลูกข้าวโพด สาลี…ลูกเขยตกยาก…แม่ยายก็พรากลูกสาวหนี …
ส่วนข้าวโพดสาลี …ป่านฉะนี้ก็โรยรา………..
นกกาเหว่า
โอ้….เจ้านกกาเหว่าเอย…ไข่ให้แม่กาฟัก …แม่กาก็หลงรัก คิดว่าลูกในอุทร …
คาบเอาข้าวมาเผื่อ …คาบเอาเหยื่อมาป้อน …ถนอมไว้ในรังนอน…ปีกหางเจ้ายังอ่อน…หัดให้ร่อน
สอนบิน พาลูกไปหากิน… ตามถิ่น แม่น้ำ คงคา… ตีนหนึ่ง เจ้าก็เหยียบสาหร่าย …ปากก็ไซ้หาปลากินกุ้ง
กินกั้ง …หอยกระพังแมงดา …อิ่มแล้วก็โผลมา…จับต้นหว้า …โพธิ์ทอง …มีตาพรานคนหนึ่งเที่ยวเยี่ยม ๆ มอง ยกปืนขึ้นชู ยกธนูขึ้นส่อง เล่งแม่กาดำ ซีกหนึ่งจะต้ม ซีกหนึ่งจะยำ แสนสงสานแม่กาดำลูกมีกรรมแต่น้อย ๆ มา …จบ
๒.๔.๔ เพลงและบทร้อง นางพาณี เฉยฉิม
โอละเห่
โอละเห่….โอละช้า …โอละหว่า…พ่อขุนทอง… พ่อจะมีเมียสอง …
แต่รักน้องไม่เหมือนกัน …ตีเมียหลวงด้วยท่อนอ้อย…ตีเมียน้อยด้วยท่อนจัน …รักเมียไม่เหมือนกัน
บาปนั้นจะถึงตัว
เพลงวัดนอก
วัดเอ๋ย วัดนอก …มีแต่ดอกแคแดง ….ทองคำนั้นมันก็แพง …สาวน้อยจะแต่งสีชมพู
น้องก็มีผัวแล้ว…จะแต่งกายให้ใครเขาดู… จะแต่งตัวไปล่อชู้ …ชาวบ้านก็รู้กันเต็มใจ…
เพลงวัดโบสถ์
วัดเอ๋ย วัดโบสถ์ …มีต้นตะโหนด อยู่ ๗ ต้น… เจ้าขุนทองจะไปปล้นตะโหนด ๗ ต้น ของคนดง เจ้าขุนทองตายแล้ว …..เหลือแต่กระดูกแก้ว …ให้คนปอง …..มือขวาถือฉัตร มือซ้ายสะบัดขึ้นถือธงตั้งใจจะไปปลงศพเจ้าขุนทอง

เพลงโอ้ละช้า โอ้ละเห่
โอละช้า…โอละเห่ …นางระเกต้นดก… ปลูกไว้หมายใจจะแถมพกหนุ่มน้อยจะมีเมีย… แค้นใจเจ้ากระรอก … แทะเอางอกกินเสียพ่อหนุ่มน้อยจะมีเมีย …เลยแทบจะกินยาตาย….
โอละเห่ นางระเก ต้นเดี่ยว….ปลูกไว้ใบเขียว หวังให้นางเหยี่วมาทำกินรัง แต่นางกาบิน
มาก่อน…นางเหยี่ยวก็ร่อนมาที่หลังใครหนอเจ้าของรัง….ช่วยบอกมั่งจะเป็นไร…
เพลงขวัญข้าว
ขวัญเอ๋ย….ขวัญข้าว….. เอากำเนิด นั้นมาเกินในดอกบัว ….แม่นี้เลี้ยงเจ้าไว้ …
หมายใจไม่ให้ชั่ว…โอ้ทูนหัวของแม่เอย…
๒.๔.๕ เพลงและบทร้อง นางบุญเรือน เครือบุญ
โอ้นกเขา
โอ้นกเขา…ขันแต่เช้าจนเที่ยง…สุริยาก็บายเบียงเอย …เที่ยงแล้วให้เจ้านอน
ตื่นขึ้นอาบน้ำป้อนข้าวเอย… ขวัญเจ้าอย่าออดอ้อน …จะป้อนเจ้าวันละสามเวลาเอย
โอแก้วตาอย่าอาทร…น้ำอุ่นก็มิให้อาบเอย… แป้งหยาบก็มิให้ทา…แดดร่มระงมนักเอย
กลัวลูกรักจะเป็นไข้…แม้ก็ให้ยาลูกจะร้องก็ไม่ให้ร้องเอย…ประคับประคองใส่เปลเห่ไปมา
เพลงขวัญข้าว
ขวัญเอย เจ้าขวัญข้าวเอย…เอกกำเนิดเกิดมาคู่ดอกบัว …แม่นี้เลี้ยงเจ้าไว้ เอย …
หวังใจมิให้ชั่ว…โอ้ทูนหัวของแม่เอย…แม่จะกล่อมให้เจ้านอนเอย …แม่จะสอนให้เจ้าจำ เช้าสาย บ่าย ค่ำ เอยจงท่องจำอันตำรา…เมื่อเติมใหญ่วันข้างหน้าเอย…วิชาจะติดตน หมั่นศึกษาไว้เกิดเจ้าเอย… ต่อไปเล่าจะเป็นเจ้าคนนายคน…อันหนามแหลมไม่ต้องเสี่ยมเอย…มะนาวจะกลมเกลี้ยง…ไม้ต้องคลึงเจ้านั้นก็กลม หมันทำดีเข้าไว้เอย …ต่อไปจะได้มีคนนิยม …ให้เขาเชยให้เขาชม ว่าเจ้านั้นเป็นคนดีเอย…………..
โอละเห่…
โอละช้า โอละเห่เอย…. นาระเกต้นดก…ปลูกไว้หมายใจจะแถมพกเอย…
หนุ่มน้อยจะมีเมีย… แค้นใจเจ้ากระรอกเอย… แทะงอกนั้นกันเสีย… หนุ่มน้อยจะมีเมียเอย…
แทบจะกินยาตาย …………….
โอละช้า โอละเห่เอย… หวังให้เยี่ยวมาทำรัง …แต่เจ้ากาบินมาก่อนเอย …
เยี่ยวก็ล่อนมาที่หลัง …ใครหนอเป็นเจ้าของรักเอย … ช่วยบอกมังจะเป็นไร…
อุปกรณ์
อุปกรณ์
๑.๓.๑ เปลผ้า ประกอบด้วย
๑.ไม้เนื้อแข็ง ขนาด ยาว ๑.๕๐ เมตร จำนวน ๕ ท่อน
๒ไม้เนื้อแข็ง ขนาด ยาว ๑ เมตร จำนวน ๖ ท่อน
๓.เชือกไนลอน จำนวน ๑ เส้น
๔.ผ้าขาวม้า จำนวน ๑ ผืน
คุณค่า
บทบาทและหน้าที่ของเพลง
๒.๖.๑ คุณประโยชน์ของบทเพลง ที่ผ่านมา ว่า เพลงกล่อมลูกหรือเพลงกล่อมเด็กของไทยถ่ายทอดสืบต่อกันมานาน โดยที่ไม่มีการเขียนบันทึกไว้เป็นแบบมุขปาฐะเป็นไปตามธรรมชาติของผู้เป็นแม่ที่ตั้งใจมอบความรักความอบอุ่นปลอดภัยให้กับลูกน้อย
๒.๖.๒ ท่วงทำนองเห่กล่อมที่เป็นไปอย่างช้า ๆ เสียงเอื้อนที่เกิดขึ้นช่วยทำให้เด็กนอนหลับอย่างเป็นสุข อบอุ่นปลอดภัยและในเวลากล่อมการสัมผัสที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการกอด สบตาลูบหลังอย่างเบามือยิ่งช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้กับลูกน้อยโดย ที่ลูกสามารถรับรู้สัมผัสนี้ได้โดยอัตโนมัติ
๒.๖.๓ เนื้อร้องที่ปรากฏบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับแม่และลูกสภาพวิถีชีวิตความเป็นอยู่
ธรรมชาติสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว มีความหมายในเชิงอบรมสั่งสอนลูกหลานด้วยความรักความผูกพัน
บ้างพรรณนาถึงความรัก ความห่วงใยลูก สะท้อนถึงวัฒนธรรมการเลี้ยงดูเด็กของคนไทยโบราณ
๒.๖.๔ ทำนองและลีลาการอือลูกจะเป็นไปอย่างช้า ๆ น้ำเสียงทุ้มเย็นตามถ้อยคำที่พรรณนา
ถึงความรักความห่วงใยลูกน้อย จน ถึงคำปลอบคำขู่ยามลูกยังไม่ยอมนอน ที่โดดเด่นเพลงกล่อมลูกสะท้อนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมในอดีต ปัจจุบันชัดเจน
การถ่ายทอดและการสืบทอด
๒.๗.๑ จัดทำเทป ซีดี วีดีโอ เพื่อเผยแพร่
๒.๗.๒ จัดประกวดการร้องเพลงกล่อมลูก
๒.๗.๓ จัดการสาธิตการร้องเพลงกล่อมลูก
๒.๗.๔ ถ่ายทอดแบบมุกขปาฐะ หรือปากต่อปาก หรือจดจำจากปู่ย่า ตา ยาย ร้องเพลงกล่อมลูกหลาน
๒.๘ ประวัติผู้ร้องเพลงกล่อมลูก
๒.๘.๑ นางกิมไล้ ทวีการ ร้องเพลงกล่อมลูก เกิด พ.ศ. ๒๔๗๘ อยู่บ้านเลขที่ ๑๑ หมู่ ๙
ต.บ้านสร้าง อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ๒๕๑๕๐
๒.๘.๒ นางฉิ่ง ผุดผ่อง ร้องเพลงกล่อมลูก เกิดปีมะโรง ปัจจุบันอายุ ๗๘ ปี อยู่
บ้านเลขที่ ๓๓ หมู่ ๗ หมู่บ้านบางฟ้าผ่า ตำบลบางแตน อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี
๒.๘.๓ นางพาณี เฉยฉิม ร้องเพลงกล่อมลูก เกิดวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๔๘๗ อยู่บ้านเลขที่
๑๗/๓ หมู่ ๘ ตำบลบ้านสร้างอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี
๒.๘.๔ นางบุญเรือน เครือบุญ ร้องเพลงกล่อมลูก เกิด พ.ศ. ๒๔๘๖ อยู่บ้านเลขที่ ๖๓/๑
หมู่ ๘ ตำบลบ้านสร้าง อำเภอบ้านสร้างจังหวัดปราจีนบุรี
๒.๘.๕ นางละม่อม ทองนุช ร้องเพลงกล่อมลูก เกิด พ.ศ. ๒๔๗๗ อยู่บ้านเลขที่ ๒๕ หมู่ ๙
ตำบลบ้านสร้าง อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี
ข้อมูลผู้บอกรายละเอียด
กิมไล้ ทวีการ,นาง ร้องเพลงกล่อมลูก
เกิดวันที่- เดือน- พ.ศ. ๒๔๗๘ อายุ ๗๑ ปี
บ้านเลขที่ ๑๑ หมู่ ๙ ตำบลบ้านสร้าง อำเภอบ้านสร้าง
จังหวัดปราจีนบุรี ๒๕๑๕๐
นับถือศาสนาพุทธ
ฉิ่ง ผุดผ่อง,นาง ร้องเพลงกล่อมลูก
เกิดวันที่ - เดือน - พ.ศ. ๒๔๖๙ อายุ ๗๘ ปี
บ้านเลขที่ ๓๓ หมู่ ๗ หมู่บ้านบางฟ้าผ่า ตำบลบางแตน อำเภอบ้านสร้าง
จังหวัดปราจีนบุรี ๒๕๐๑๐
นับถือศาสนาพุทธ
พาณี เฉยฉิม,นาง ร้องเพลงกล่อมลูก
เกิดวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๔๘๗ อายุ ๖๒ ปี
บ้านเลขที่ ๑๗/๓ หมู่ ๘ ตำบลบ้านสร้าง อำเภอบ้านสร้าง
จังหวัดปราจีนบุรี ๒๕๑๕๐
นับถือศาสนาพุทธ
บุญเรือน เครือบุญ,นาง ร้องเพลงกล่อมลูก
เกิดวันที่ – เดือน – พ.ศ. ๒๔๘๖ อายุ ๖๓ ปี
บ้านเลขที่ ๖๓/๑ หมู่ ๘ ตำบลบ้านสร้าง อำเภอบ้านสร้าง
จังหวัดปราจีนบุรี ๒๕๑๕๐
นับถือศาสนาพุทธ
ละม่อม ทองนุช ,นาง ร้องเพลงกล่อมลูก
เกิดวันที่ - เดือน- พ.ศ. ๒๔๗๗ อายุ ๗๒ ปี
บ้านเลขที่ ๒๕ หมู่ ๙ ตำบลบ้านสร้าง อำเภอบ้านสร้าง
จังหวัดปราจีนบุรี ๒๕๑๕๐
นับถือศาสนาพุทธ
ผู้เก็บข้อมูล และวันเวลาที่เก็บ
นางลำพึง ทองนุช
นางอัชณา สิงห์สวัสดิ์
นายทนงเดช เกตุแก้ว
นายธนู บุญเพ็ง
ไฟล์มัลติมีเดีย

  • Voting
    (0 โหวต)
  • Hits
    44334 views