พิมพ์

ดนตรีในประเพณีแห่ข้าวพันก้อน

ชื่อรายการ
ดนตรีในประเพณีแห่ข้าวพันก้อน
ปีที่ขึ้นทะเบียน
ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน
ภูมิภาค
ภาคกลาง
จังหวัด
สาระสำคัญโดยรวม

ดนตรีในประเพณีแห่ข้าวพันก้อน
ตำบลดงละคร อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก

ความเป็นมาประเพณีแห่ข้าวพันก้อน
                ประเพณีแห่ข้าวพันก่อนของบ้านหนองทองทราย ตำบลดงละคร อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก สันนิษฐานว่า ชาวลาวเวียงที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่ในแถบนี้ได้นำขนบธรรมเนียมประเพณีที่เรียกว่า”บุญผะเหวด” เข้ามาในท้องถิ่นแล้วสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน ประเพณีบุญผะเหวด สะท้อนให้เห็นถึงความศรัทธาอันแรงกล้าในพระพุทธศาสนาซึ่งชาวอีสานยึดถือและปฏิบัติกันมาช้านานและอย่างเคร่งครัด เพราะถือว่าเป็นงานบุญใหญ่ที่สุดก็ว่าได้
                การจัดงานบุญผะเหวดนั้นอยู่ที่การเทศน์เรื่องพระเวสสันดรชาดกหรือเทศน์มหาชาติ มีจำนวนทั้งหมด ๑๓ กัณฑ์โดยชาวอีสานมีความเชื่อว่าหากว่าฟังเทศน์ครบทั้งหมดวันเดียวและจัดเตรียมเครื่องคาย (บูชา) ได้ถูกต้อง ก็จะได้เกิดในศาสนาพระอริยเมตไตรย แต่ถ้าหากตั้งเครื่องคาย (บูชา) ไม่ถูกต้อง จะทำให้เกิดอาเพศและสิ่งไม่ดีต่างๆ ตามมา จึงทำให้ทุกคนในหมู่บ้านให้ความสำคัญกับงานนี้อย่างมาก โดยมาทำพิธีร่วมกัน อีกประการหนึ่ง คือ เพื่อระลึกถึงพระเวสสันดร พระโพธิสัตว์ผู้บำเพ็ญเพียรบารมีชาติสุดท้ายของพระองค์ก่อนจะเสวยชาติ และตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในภายหลัง
ความสำคัญของประเพณีแห่ข้าวพันก้อน

                ประเพณีแห่ข้าวพันก้อนหรือบุญผะเหวด หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่าบุญมหาชาติ เป็นประเพณีบุญตามฮีตสิบสองของชาวอีสาน แต่ถ้าถือเป็นเรื่องทาน ก็เป็นประเพณีการบริจาคทานครั้งยิ่งใหญ่ ก็พอจะมาอนุมานได้ถึงสภาพทั่วไปของชาวอีสานว่า ดอกจิก ดอกจาน บานราวต้นเดือน ๓ พุทธศาสนิกชนจะเก็บดอกไม้เหล่านี้มาร้อยเป็นมาลัยเพื่อตกแต่งศาลาการเปรียญสำหรับบุญมหาชาติ และในงานนี้ก็จะมีการเทศน์มหาชาติซึ่งถือว่าเป็นงานอันศักดิ์สิทธิ์ผู้ใดฟังเทศน์มหาชาติจบภายในวันเดียวและบำเพ็ญคุณงามความดี จะได้อานิสงส์ไปเกิดในภพหน้า
ระยะเวลาที่จัดประเพณีแห่ข้าวพันก้อน
               
ประเพณีแห่ข้าวพันก้อนของบ้านหนองทองทราย ตำบลดงละคร จะจัดขึ้นช่วงวันขึ้น ๘ ค่ำเดือน ๑๒ หรือวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๑๒ ซึ่งช่วงนี้น้ำเริ่มลดลง ข้าวปลาอาหารกำลังอุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันทำบุญ ทำทาน เล่นสนุกสนานรื่นเริง โดยจัดประเพณีแห่ข้าวพันก้อนขึ้นในวันเทศน์มหาชาติ ซึ่งเชื่อว่าเป็นประเพณีทำบุญที่เกิดมงคลแก่ผู้ร่วมงาน มีความสำเร็จในการประกอบอาชีพ
วัตถุประสงค์ของการแห่ข้าวพันก้อน

                ๑.เพื่อเป็นการบูชาธรรม ถือว่าเป็นการบูชาอันสำคัญยิ่ง
                ๒.เพื่อระลึกถึงพระคุณของพระพุทธศาสนา
                ๓.เกิดความเป็นมงคลสำหรับผู้มาร่วมงานที่จะบันดาลให้พบความสุข ความสำเร็จ และประกอบอาชีพเจริญรุ่งเรือง              
               ๔.เพื่อเป็นการพบปะกันของชาวบ้านในงานบุญของหมู่บ้าน
                ๕.เพื่อเป็นการสร้างความสามัคคีของคนระหว่างหมู่บ้านและละแวกเดียวกัน

อุปกรณ์ในการทำพิธีแห่ข้าวพันก้อน
               
๑.ธูป เทียน ดอกไม้อย่างละพันเพื่อไว้บูชาคาถา “พันคาถาในการเทศน์”
                ๒.พระอุปคุต (บาตร ไตร ร่ม)
               ๓.ข้าวเหนียว (ปั้นเป็นก้อนเล็กๆ)
               ๔.เครื่องบูชาธรรม
               ๕.ปะรำพิธี (ประดุจดังป่าหิมพานต์)
ความเชื่อ

                ประเพณีแห่ข้าวพันก้อนนี้เป็นประเพณีทำบุญอย่างหนึ่งที่ผู้มาร่วมงานเชื่อว่าในรอบ  ๑ ปีจะต้องทำข้าวปลาอาหารมาบูชาคุณของพระพุทธเจ้า ได้ฟังเทศน์ซึ่งมีจำนวนคาถา ๑,๐๐๐ คาถา พร้อมทั้งนำข้าวมาร่วมบูชา แล้วส่วนหนึ่งก็จะถูกนำไปกลับเก็บไว้บูชาที่บ้านและทางวัดก็จะนำข้าวอีกส่วนหนึ่งมาทำขนมเพื่อให้ผู้มาร่วมงานรับประทาน ซึ่งเชื่อว่าการทำบุญนี้จะส่งผลให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ในการประกอบอาชีพ มีโชคลาภ และอธิษฐานขอพรในชาติหน้าด้วยการสืบทอดประเพณี การสืบทอดประเพณีแห่ข้าวพันก้อนนี้ได้ปฏิบัติสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน โดยผู้เข้าร่วมพิธีส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ ขั้นตอนพิธีกรรม
                พุทธศาสนิกชนมาช่วยกันจัดตกแต่งศาลาหรือสถานที่ที่จะทำบุญ จัดเตรียมเครื่องสักการะจัดงานบุญผะเหวด หรืองานเทศน์มหาชาตินิยมที่อัญเชิญพระอุปคุตมาปกป้องคุ้มครองมิให้เกิดเหตุเภทภัยอันตรายทั้งปวง และให้โชคลาภแก่พุทธศาสนิกชนในการทำบุญมหาชาติจึงมีการแห่พระอุปคุตซึ่งสมมุติว่าอัญเชิญมาจากสะดือทะเล พิธีธรรมมีจัดมีดังนี้
                วันแรก ชาวบ้านและผู้ที่เกี่ยวข้องจะมาช่วยกันจัดสถานที่ที่วัดเพื่อจัดการเทศน์มหาชาติ โดยจำลองสถานที่ให้เหมือนป่า ประดับประดาด้วยต้นกล้วย ต้นอ้อย และเครื่องบูชาธรรม อย่างละประมาณ ๑,๐๐๐ ได้แก่ ดอกบัวเผื่อน บัวแดง บัวหลวง ธูป เทียน นก ปลา ข้าวเหนียวปั้นเป็นก้อนเล็กๆ ขนาดเท่าหัวแม่มือ หรือเท่านิ้วก้อยก็ได้ โดยให้มีจำนวน  ๑,๐๐๐ ก้อน
               วันที่สอง
ตอนเช้ามืดเวลาประมาณตีสี่ (๐๔.๐๐ น.) ชาวบ้านคนเฒ่าคนแก่จะนำข้าวเหนียวปั้นเป็นก้อนเล็กๆ ขนาดเท่าหัวแม่มือหรือขนาดเท่านิ้วก้อย จำนวน ๑,๐๐๐ ก้อนซึ่งเท่ากับหนึ่งพันพระคาถาในเรื่องราวของพระเวสสันดรชาดก ใส่ถาดจากบ้านเรือนของตนออกแห่จากหมู่บ้านเข้ามายังศาลาโรงธรรม จัดขบวนแห่ข้าวรอบบริเวณธรรมาสน์ที่พระเทศน์ โดยขบวนแห่ประกอบด้วย กลองยาว แคน ฉิ่ง ฉาบ ฯลฯ นำขบวนผู้มีศรัทธานำขบวน ผู้มีศรัทธาบางคนจะพากันฟ้อนรำไปตามจังหวะเสียงกลองอย่างสนุกสนาน เวียนรอบศาลาโรงธรรม ๓ รอบ แล้วจึงนำข้าวพันก้อนเหล่านั้นไปใส่ไว้ในกรวยไม้ไผ่ ที่หลักธงชัยทั้ง ๘ ทิศ แล้วใส่ไว้ในตระกร้าที่วางอยู่บนศาลาตามจุดที่ที่มีทุงโซ และเสดกะสัดเมื่อแห่ข้าวพันก้อนเสร็จก็จะมีการเทศน์สังกาศคือการเทศน์บอกปีศักราช เมื่อจบสังกาศก็จะหยุดพักให้ญาติโยมกลับไปบ้านของตน นำข้าวปลาอาหารมาใส่บาตรจังหัน หลังจากพระฉันจังหันเสร็จแล้วจึงเริ่มเทศน์ผะเหวด โดยเริ่มจากกัณฑ์ทศพร ไปจนถึงนครกัณฑ์รวมสิบสามกัณฑ์ ซึ่งจะใช้เวลาตลอดทั้งวันจนถึงค่ำและมีความเชื่อกันว่าหากใครฟังเทศน์เรื่องพระเวสสันดรจบผู้นั้นจะได้รับอานิสงส์มาก

เครื่องดนตรีและเพลงที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรม
                ๑.กลองยาว สำหรับเล่นนำขบวน
                ๒.วงดนตรีไทย ใช้บรรเลงขณะเวียนรอบศาลาโรงธรรม

เก็บข้อมูล ณ ตำบลดงละคร อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก พ.ศ.๒๕๔๙
โดย สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครนายก

ไฟล์มัลติมีเดีย

  • Voting
    (0 โหวต)
  • Hits
    18497 views