พิมพ์

ละครดึกดำบรรพ์

ชื่อรายการ
ละครดึกดำบรรพ์
ปีที่ขึ้นทะเบียน
พ.ศ. ๒๕๕๕
ภูมิภาค
ภาคกลาง
สาระสำคัญโดยรวม

ละครดึกดำบรรพ์ เป็นละครแบบหนึ่ง ซึ่งกำเนิดเมื่อปี ๒๔๔๒ เป็นละครที่ปรับปรุงรูปแบบจากละครนอก ละครใน และกระบวนวิธีการแสดง โดยมีหลักว่าให้ผู้แสดงหรือผู้รำต้องขับร้องด้วยตนเอง โดยมีลูกคู่ร้องรับ การแต่งกายแบบยืนเครื่อง มีวงดนตรีที่มีลักษณะเฉพาะที่เรียกว่าวงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์ ดำเนินเรื่องรวดเร็ว มีการตกแต่งฉากที่คล้ายของจริง

เรื่องที่แสดงเดิมซึ่งเป็นบทพระนิพนธ์ที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงปรับปรุงจากบทละครใน ละครนอก ได้แก่ เรื่องอิเหนา รามเกียรติ์ อุณรุท สังข์ทอง คาวี สังข์ศิลปชัย มณีพิชัย เป็นต้น และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์เรื่อง ศกุนตลา ท้าวแสนปม พระเกียรติรถ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพชรบูรณ์อินทราชัย พระนิพนธ์เรื่องพระยศเกตุ จันทกินรี และสองกรวรวิก บุคคลสำคัญที่มีส่วนร่วมในการพัฒนารูปแบบการแสดงละครดึกดำบรรพ์ ได้แก่ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงพระนิพนธ์บทและทรงเลือกสรรปรับปรุงทำนองเพลง ออกแบบฉาก และกำกับการแสดง พระประดิษฐไพเราะ (ตาด ตาตะนันท์) จัดทำนองเพลง ควบคุมวงดนตรีและหม่อมเข็ม กุญชร ณ อยุธยา ปรับปรุง ประดิษฐ์ท่ารำและฝึกสอน

วงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์ เป็นวงดนตรีที่มีเสียงทุ้มนุ่มนวล ประกอบไปด้วย ระนาดเอก (ใช้ไม้นวมตี) ระนาดทุ้ม ระนาดทุ้มเหล็ก ฆ้องวงใหญ่ ขลุ่ยเพียงออ ขลุ่ยอู้ ซออู้ ฆ้องหุ่ย ๗ ใบ ตะโพน กลองตะโพน และฉิ่ง ส่วนเพลงร้องใช้เพลงไทยของเก่าและพระนิพนธ์ขึ้นใหม่ รูปแบบการแสดงมีโหมโรงเฉพาะตอนต่างๆ ก่อนเข้าเนื้อเรื่อง และเมื่อแสดงจบจะมีเพลงสรรเสริญพระบารมีที่มีเนื้อเพลงเฉพาะ

ละครดึกดำบรรพ์เปิดแสดงครั้งแรกที่โรงละครดึกดำบรรพ์เมื่อ พ.ศ.๒๔๔๒ และแสดงต่อเนื่องมาจนถึงปี พ.ศ.๒๔๕๒ หลังจากนั้นจึงค่อยๆ ลดความนิยมลง จนกระทั่งปัจจุบัน ละครดึกดำบรรพ์ได้รับการฟื้นฟูเพื่อจัดแสดงโดยกรมศิลปากรและสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป ส่วนวงดนตรีและเพลงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์นั้น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ทำการวิจัยและเผยแพร่ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๓๐ มาจนถึงปัจจุบัน โดยมีสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ เป็นองค์ประธาน

ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีชาวต่างประเทศเข้ามาเฝ้าอยู่เนืองๆ จึงรับสั่งให้เจ้าพระยาเทเวศรวงศ์วิวัฒน์ (ม.ร.ว.หลาน กุญชร) ซึ่งมีละครผู้หญิงเป็นของตัวเอง และเป็นผู้บังคับบัญชากรมมหรสพในขณะนั้น คิดจัดการเล่นคอนเสิร์ตสำหรับแขกเมือง เจ้าพระยาเทเวศร์ฯจึงกราบทูลสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนริศฯ ให้ทรงช่วยเลือกบท เพลงดนตรี และอำนวยการซ้อม จึงเกิด “คอนเสิร์ต” ขึ้น โดยแรกนั้นจะเล่นหลังเลี้ยงอาหารค่ำ มีคนร้องชายพวกหนึ่ง หญิงพวกหนึ่งนั่งอยู่บนเวทีในห้องรับแขก ขับร้องประสานเสียงเข้ากับเครื่องปี่พาทย์ ต่อมาสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนริศฯ ทรงแก้ไขกระบวนคอนเสิร์ต ให้ร้องบทเป็นเรื่องเดียวต่อกันแต่ต้นจนจบ เช่น เอาบทละครเรื่องรามเกียรติ์และอิเหนามาปรุงเป็นบทร้องให้เข้ากับเรื่อง จึงเกิดเป็น “คอนเสิร์ตเรื่อง” จากนั้นเจ้าพระยาเทเวศรฯ ได้คิดเอาตัวละครออกรำเข้ากับเพลงคอนเสิร์ตพอปี ๒๔๓๔ เจ้าพระยาเทเวศรฯ ไปยุโรป ได้เห็นละครโอเปร่าของฝรั่ง จึงทูลชวนสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนริศฯ ให้ร่วมกันขยายละครคอนเสิร์ตให้เป็นโอเปร่าไทย โดยทำเครื่องแต่งกายให้ละครผู้หญิงของท่านเล่น และได้สร้างโรงละครใหม่ในบ้านของท่าน เรียกชื่อว่า “โรงละครดึกดำบรรพ์” ทั้งนี้ประสงค์จะใช้คำ “ดึกดำบรรพ์” เป็นชื่อคณะละครแทนชื่อ“ละครเจ้าพระยาเทเวศรฯ”แต่คนก็เอาชื่อคณะไปเรียกเป็นชื่อละครว่า “ละครดึกดำบรรพ์” จัดแสดงครั้งแรกเมื่อปี ๒๔๔๒ งานต้อนรับเจ้าชายเฮนรีพระอนุชาสมเด็จพระเจ้ากรุงปรัสเซีย พระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนริศฯ ทรงคิดบทและจัดกระบวนลำนำที่จะขับร้อง ซึ่งได้รับความนิยมเรื่อยมา จนปี พ.ศ. ๒๔๕๒ เจ้าพระยาเทเวศรฯ ป่วยทุพพลภาพ เลยต้องเลิกเล่น แต่กรมมหรสพและเจ้าของโรงละครอื่นๆก็กลับฟื้นเล่นกันขึ้นอีกในสมัยรัชกาลที่ ๖ ในปี ๒๔๖๗ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดทำงานฉลองอายุ ๗๐ ปีพระราชทานเจ้าคุณพระประยูรวงศ์ ทรงดำรัสสั่งมายังหอพระสมุดให้พิมพ์หนังสือ“ประชุมบทละครดึกดำบรรพ์” แจกในงาน แต่ก็ยังขาดเรื่องมณีพิชัย สูรปนขา และอุณรุท ตามที่หม่อมเจ้าหญิง (เหลือ) พัฒนายุ ธิดาสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้เสาะหามา แล้วถวายให้สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนริศฯ ช่วยตรวจชำระจนเวลาผ่านมา ๒๐ ปี กรมศิลปากรจึงได้พิมพ์หนังสือ “ประชุมบทละครดึกดำบรรพ์” ที่ครบ ทั้ง ๘ เรื่อง อันมีภาพพวกละครของเจ้าคุณพระประยูรวงศ์แต่งตัวเป็นแบบประกอบแจกในงานศพเจ้าคุณพระประยูรวงศ์

  • Voting
    (0 โหวต)
  • Hits
    33400 views