พิมพ์

ท่ารำตบมะผาบ

ชื่อรายการ
ท่ารำตบมะผาบ
ปีที่ขึ้นทะเบียน
ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน
ภูมิภาค
ภาคเหนือ
จังหวัด
สาระสำคัญโดยรวม

              กระทรวงวัฒนธรรม  ได้กำหนดยุทธศาสตร์หลักในการนำมิติทางวัฒนธรรมมาใช้ในการพัฒนาประเทศ  ๒  ยุทธศาสตร์  คือยุทธศาสตร์ที่ ๑ รักษาสืบทอดวัฒนธรรมและความหลากหลายของท้องถิ่น  ยุทธศาสตร์ที่ ๓ นำทุนทางวัฒนธรรมของประเทศมาเพิ่มพูนมูลค่าทางเศรษฐกิจและสร้างคุณค่าทางสังคม ระดับท้องถิ่น  ระดับชาติและระดับนานาชาติสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ  ได้จัดทำโครงการภูมิบ้านภูมิเมือง  ซึ่งประกอบด้วยภูมิหลัง  ภูมิปัญญา  คือการสืบค้น  รวบรวม  บันทึกและขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรม  วิถีชีวิตของชุมชน  ภูมิคุ้มกันทางวัฒนธรรม คือการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงและภูมิทัศน์วัฒนธรรม คือ การนำเสนอผลงานด้านศิลปะและวัฒนธรรม ผสมผสานกับการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม    เพื่อสอดคล้องกับบริบทการพัฒนาประเทศด้านวัฒนธรรมดังกล่าว  สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำปางร่วมกับสภาวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง   จึงเห็นสมควรให้ดำเนินงานบริหารจัดการข้อมูลวัฒนธรรมจังหวัดลำปางอย่างเป็นระบบ  โดยเฉพาะมรดกทางวัฒนธรรมวิถีชีวิต (Intangible Cultural heritage )  โดยกำหนดการจัดเก็บข้อมูลด้านศิลปะการแสดงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นของจังหวัดลำปาง   รวม ๓ เรื่องดังนี้

        ๓.๑  การตบมะผาบ – ฟ้อนเจิง

        ๓.๒ วงป้าด  (วงปี่พาทย์)

       ๓.๓ ก๋องปู่จา

ซึ่งในเอกสารฉบับนี้จะกล่าวถึงสืบค้นศิลปะการแสดงด้านตบมะผาบ – ฟ้อนเจิง นายน้อย  ชัยทะนุ  แสดงท่าตบมะผาบ ณ วัดวังหม้อ ตำบลต้นธงชัย  อำเภอเมืองจังหวัดลำปาง

ความสำคัญ/หลักการเหตุผล
วัฒนธรรม คือ วิถีชีวิตที่เป็นลักษณะเฉพาะที่แสดงให้ถึงความเป็นไทยและธำรงไว้ซึ่งความเป็นชาติ วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นความเจริญงอกงามอันเกิดจากผลรวมของการสั่งสม สร้างสรรค์ และ พัฒนาจากภูมิปัญญาของมนุษย์ที่สืบทอดกันมาของชุมชน และสังคมของวัฒนธรรมของบ้านหม้อเป็นวัฒนธรรมที่มีความหลากหลาย สืบเนื่องจากคนในพื้นถิ่นที่อาศัยรวมกันเป็นคนพื้นเมืองภาคเหนือ ของจังหวัดต่างๆ แต่ในความหลากหลายเหล่านี้ก็มิได้สร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นในสังคม ทุกคนสามารถอยู่ด้วยกันอย่างผสมกลมกลืนภายใต้จารีต ขนบธรรมเนียม ประเพณี ศาสนาและความเชื่อที่ได้ปฏิบัติสืบเนื่องกันมาอย่างมีแบบแผนภายใต้ข้อกำหนดที่สังคมยอมรับได้
ประวัติความเป็นมา
ศิลปะการแสดงตบมะผาบ
กระทรวงวัฒนธรรม ได้กำหนดยุทธศาสตร์หลักในการนำมิติทางวัฒนธรรมมาใช้ในการพัฒนาประเทศ ๒ ยุทธศาสตร์ คือยุทธศาสตร์ที่ ๑ รักษาสืบทอดวัฒนธรรมและความหลากหลายของท้องถิ่น ยุทธศาสตร์ที่ ๓ นำทุนทางวัฒนธรรมของประเทศมาเพิ่มพูนมูลค่าทางเศรษฐกิจและสร้างคุณค่าทางสังคม ระดับท้องถิ่น ระดับชาติและระดับนานาชาติสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้จัดทำโครงการภูมิบ้านภูมิเมือง ซึ่งประกอบด้วยภูมิหลัง ภูมิปัญญา คือการสืบค้น รวบรวม บันทึกและขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรม วิถีชีวิตของชุมชน ภูมิคุ้มกันทางวัฒนธรรม คือการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงและภูมิทัศน์วัฒนธรรม คือ การนำเสนอผลงานด้านศิลปะและวัฒนธรรม ผสมผสานกับการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อสอดคล้องกับบริบทการพัฒนาประเทศด้านวัฒนธรรมดังกล่าว สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำปางร่วมกับสภาวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง จึงเห็นสมควรให้ดำเนินงานบริหารจัดการข้อมูลวัฒนธรรมจังหวัดลำปางอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะมรดกทางวัฒนธรรมวิถีชีวิต (Intangible Cultural heritage ) โดยกำหนดการจัดเก็บข้อมูลด้านศิลปะการแสดงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นของจังหวัดลำปาง รวม ๓ เรื่องดังนี้
๓.๑ การตบมะผาบ – ฟ้อนเจิง
๓.๒ วงป้าด (วงปี่พาทย์)
๓.๓ ก๋องปู่จา

ซึ่งในเอกสารฉบับนี้จะกล่าวถึงสืบค้นศิลปะการแสดงด้านตบมะผาบ – ฟ้อนเจิง
นายน้อย ชัยทะนุ
แสดงท่าตบมะผาบ ณ วัดวังหม้อ ตำบล
ต้นธงชัย อำเภอเมือง
จังหวัดลำปาง

คำนิยาม
ศิลปะการแสดง (Performing art ) หมายถึง การแสดงออกซึ่งอารมณ์
ความรู้สึกและเรื่องราวต่างๆ ประกอบด้วยดุริยางค์ศิลป์หรือดนตรี (Music ) นาฏศิลป์ (Dance )
“ตบมะผาบ”เป็นศิลปะการแสดงประเภทประกอบระบำ รำ ฟ้อน ของบ้านวังหม้อ ตำบลต้นธงชัย
อ.เมืองลำปาง จังหวัดลำปาง ถือเป็นศิลปะการป้องกันตัวของชาวพื้นบ้านภาคเหนือ แต่โบราณ ซึ่งหมายถึง ชั้นเชิง ลีลา ของการต่อสู้นั่นเอง ซึ่งจะเป็นชั้นเชิงลีลาแบบใดก็ขึ้นอยู่กับผู้นั้นเรียนอยู่ที่ใด
ตบมะผาบ ก็เป็นส่วนหนึ่งในการ ฟ้อนเจิงอาจจะตบก่อน หลัง หรือ ระหว่างที่ฟ้อนก็ได้ โดยผู้ฟ้อนจะใช้มือตบไปตามส่วนต่างๆของร่างกาย เช่น ไหล่ หน้าอก ขา และเท้า ให้เกิดเสียงดังต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว นายน้อย ชัยทะนุ เล่าให้ฟังว่า ศิลปะการแสดงตบมะผาบ เป็นการข่มขวัญ คู่ต่อสู้ ทำให้คู่ต่อสู้ขาดความมั่นใจและเป็นการหลอกล่อให้คู่ต่อสู้เสียสมาธิ เกิดความโมโห ซึ่งอาจทำให้คู่ต่อสู้ เพลี่ยงพล้ำได้ง่าย แต่ปัจจุบันนำมประกอบการแสดงการรื่นเริง ความสวยงามและอนุรักษ์ศิลปะการต่อสู้ไว้

นายน้อย ชัยทะนุ สาธิตการตีฉาบ
หยอกล้อเพื่อความสนุกสนานครื้นเครง
สาขา/ประเภท
ขนบ
เป็นสิ่งที่หมู่คณะในสังคมหนึ่งๆนิยมประพฤติปฏิบัติ สืบเนื่องต่อกันมานาน จนยึดถือกันในจิตใจว่าต้องปฏิบัติ เช่นนั้น จึงจะเกิดความสุข ความเจริญ ขนบธรรมเนียม ประเพณีของชาวบ้านวังหม้อ มีอยู่หลายประการ ทั้งประเพณีที่เกี่ยวกับสังคมและประเพณีเกี่ยวกับชีวิตประจำวัน เช่นตานก๋วยสลากหลวง ประเพณีสงกรานต์ ประเพณีตานข้าวจี่ข้าวหลาม เป็นต้น
ความเชื่อ
๒.๑ศาสนา ประชาชนในบ้านหม้อส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธคิดเป็นร้อยละ ๙๙ และอีกร้อยละ ๑ นับถือผีบรรพบุรุษในการปฏิบัติทางศาสนา ประชาชนในบ้านหม้อที่นับถือศาสนาพุทธจะให้ความสำคัญในการปฏิบัติกิจทางศาสนาของวันสำคัญต่างๆอันได้แก่ วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา วันวิสาขบูชา
วันอาสาฬหบูชา วันสารทเดือนสิบ และการบวชสู่ร่มกาสาวพัตรเพื่อทดแทนคุณบิดา มารดา ส่วนประชาชนที่นับถือผีบรรพบุรุษก็จะทำพิธีที่แตกต่างกันไป โดยแต่ละศาสนาจะปฏิบัติกิจทางศาสนาของตน โดยมิได้รังเกียจหรือกีดกันการปฏิบัติกิจตามหลักธรรมทางศาสนาซึ่งกันและกัน
๒.๒พิธีกรรมและความเชื่อ ความเชื่อของมนุษย์ในเรื่องอำนาจเหนือมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ
เทวารักษ์ เจ้าป่าเจ้าเขา พระภูมิเจ้าที่ หรือเชื่อในเรื่องปรากฏการณ์ธรรมชาติ เช่น ฝนตก ฟ้าร้อง ฯลฯล้วนเป็นจุดก่อให้เกิดพิธีกรรมบวงสรวงและการบูชา อันเป็นการแสดงความเคารพต่ออำนาจเหนือคน เป็นการเอาใจ
เทวาอารักษ์หรือสิ่งที่ตนนับถือ เพื่อช่วยปกปักษ์รักษา ดลบันดาลสิ่งที่เป็นมงคลให้เกิดขึ้นแก่ตนซึ่งความเชื่อเหล่านี้มิได้เป็นเรื่องของการงมงาย หากก่อให้เกิดความงดงามในรูปแบบของประเพณีอันเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น เชื่อในเรื่องการบนบานศาลกล่าวก็จะเป็นพิธีกรรมเซ่นไหว้วิญญาณหรือการทรงเจ้าเข้าผีเกิดขึ้น เป็นต้น
ลำดับขั้นตอนการแสดง
ก่อนร่ายรำพ่อครูจะเตรียมความพร้อมได้อู้กำว่า”ได้ยินเสียงก้อง ได้ยินเสียงก๋อง ได้ยินเสียงมองต่ำ เข้า (ข้าว) ได้ยินเสียงตุ๊เจ้าเตดธรรม” (ได้พูดว่าได้ยินเสียงกลอง ได้ยินเสียงกลอง ได้ยินสียงมอง (ครก) ตำข้าว ได้ยินเสียงพระเทศนาธรรม) พอจบแล้ว เสียงดนตรีเริ่มบรรเลงพร้อมกับพ่อครูร่ายรำ
นายน้อย ชัยทะนุ (ครูผู้สอน) และนักศึกษามหาวิทยาลัยราชฏัฎลำปาง
ทำพิธีไหว้ครู
อุปกรณ์
เครื่องประกอบดนตรี
ศิลปะการแสดงตบมะผาบ มีเครื่องดนตรีและการประสมวงที่เป็นเอกลักษณ์คือใช้เครื่องดนตรีในการประสมวงจำนวน ๔ ชิ้นเป็นหลักได้แก่
๑.กลอง ภาษาถิ่นเรียกว่า ก๋องซิ่งม่อง
๒.ฉิ่ง ภาษาถิ่นเรียกว่า ฉิ่ง
๓.ฉาบ ภาษาถิ่นเรียกว่า สว่า
๔.ฆ้อง ภาษาถิ่นเรียกว่า ก๊อง

๑. กลอง (กลองซิ่งม่อง) เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องตีหรือเคาะคือเป็นเครื่องสำหรับจังหวะ
คำว่ากลอง เป็นคำไทยในประเภทคำโดดซึ่งมีความยาว ๘๐ เซนติเมตร กว้าง ๒๗.๕๐ เซนติเมตร
ไม่แน่นอนความกว้าง – ยาว ไม่จำกัดขึ้นอยู่กับลักษณะและความยาวของไม้ที่จะทำเป็นกลอง
จากภาพใช้ไม้ไผ่ผ่าซี่เล็กๆ เอามาขัดดังรูปเพื่อให้หนังกลองตึงเวลาตีจะเกิดเสียงไพเราะ กังวาล

๒.ฉิ่ง เป็นเครื่องดนตรีประเภทตี ฉิ่งสำรับหนึ่งมี ๒ ฝา มีลักษณะเจาะรูไว้สำหรับร้อยเชือก เป็นเครื่องกำกับจังหวะเพลงไทย รวมทั้งเพลงร้องและเพลงบรรเลง เวลาตีเกิดเสียงดัง “ฉิ่ง – ฉับ”


๓.สว่า (ฉาบ) เป็นเครื่องดนตรีประเภทตี มีรูปร่างคล้ายฉิ่งแต่หล่อให้บางกว่า มีขนาดกว้างใหญ่กว่า ใช้ตีกระทบกันเกิดเสียงดังเพื่อขัดจังหวะกับเสียงกลอง เสียงฉิ่งประกอบจังหวะกับเสียงกลองและฉิ่งให้คึกคักน่าฟังยิ่งขึ้น ฉาบมี ๒ ชนิด คือฉาบใหญ่และฉาบเล็ก ฉาบใหญ่ใช้ในวงปี่พาทย์มอญ ส่วนฉาบเล็กนิยมเล่นในวงปี่พาทย์มโหรี วงเครื่องสายและตีประกอบการแสดงกลองยาว

จากภาพแสดงขนาดและความยาวของฉาบ
และแสดงภาพด้านใน-ด้านนอก
๔ ก๊อง (ฆ้อง )เป็นเครื่องดนตรีประเภทตีมีลักษณะเป็นวงกลมแต่จะนูนตรงกลาง
จากภาพแสดงขนาดและความยาวของ ฆ้องเล็ก ฆ้องกลาง ฆ้องใหญ่
ลักษณะเฉพาะอื่นๆ
การแต่งกายของนักแสดง
การแต่งกายในสมัยโบราณ นุ่งผ้าต้อยคล้ายโจงกระเบน แต่ในปัจจุบันได้ประยุกต์การแต่งกายเป็น
การแต่งกายพื้นเมืองโดยใช้ผู้แสดงจำนวน ๖ คน เป็นการแสดงกลางแจ้งประกอบเสียงจังหวะโดยจัดแสดงในโอกาสงานรื่นเริง
- เสื้อพื้นเมืองคอกลมแขนยาว
-ผ้าคาดเอว
-กางเกงขาก๊วย
-ลักษณะเครื่องแต่งกาย ของนักแสดง
-ลักษณะการแต่งกาย
-ภาพสาธิตการแต่งกาย
-การแสดงตบมะผาบ
การถ่ายทอดและการสืบทอด
จากการสืบค้นข้อมูลศิลปะการแสดงตบมะผาบนี้ ใกล้สูญหายเพราะไม่มีผู้สืบทอด เนื่องจากลูกหลานหันไปนิยมเล่นการแสดงอย่างอื่น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงาน สถานศึกษาต่างๆ องค์กรต่างๆที่มีส่วนรับผิดชอบด้านนโยบายการทำนุบำรุง สืบสาน สืบทอด ศิลปวัฒนธรรมควรได้เข้ามามีส่วนร่วมเป็นเครือข่ายในการสนับสนุนส่งเสริมและเผยแพร่ต่อไป
นายน้อย ชัยทะนุ กำลังสาธิตแสดงตบมะผาบให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยราชฏัฎลำปาง
ข้อมูลผู้บอกรายละเอียด
๑.นายน้อย ชัยทะนุ เกิดเมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๗๕ อาศัยอยู่บ้านเลขที่ ๕๓๕ หมู่ที่ ๒ บ้านวังหม้อ ตำบลต้นธงชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง หมายเลขโทรศัพท์ ๐๕๔ ๓๒๐๙๒๐ เล่นในตำแหน่งหัวหน้าทีม (ผู้รำ )

๒.นายปู ชัยทะนุ เกิดเมื่อวันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๕
อาศัยอยู่บ้านเลขที่ ๗๒๔ หมู่ที่ ๒ บ้านวังหม้อ ตำบลต้นธงชัย อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง
เครื่องดนตรีที่เล่นคือ (สว่า ) ฉาบ

๓.นายสงวน วันแว่น เกิดเมื่อวันที่ ๗ มีนาคม ๒๔๖๗ อาศัยอยู่บ้านเลขที่ ๔๘๓ หมู่ที่ ๒ บ้านวังหม้อ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง มีความสามารถเล่นเครื่องดนตรีฆ้อง (โหม่ง ) กลาง

๔.นายวสันต์ คำตั้งวงศ์ เกิดเมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๔๘๔ อยู่บ้านเลขที่ ๒๘๑ หมู่ที่ ๒ บ้านวังหม้อ ตำบลต้นธงชัย อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง มีความสามารถเล่นเครื่องดนตรี ฆ้อง (โหม่ง ) เล็ก
เบอร์โทรศัพท์ ๐๔ – ๑๗๓๘๑๒๐

๕.นายนวล เรือนสุข เกิดเมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๔๘๓ อาศัยอยู่บ้านเลขที่ ๕๓๗ หมู่ที่ ๒ บ้านวังหม้อ
ตำบลต้นธงชัย อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง มีความสามารถเล่นเครื่องดนตรี ฆ้อง (โหม่ง ) ใหญ่

๖.นายสมบูรณ์ สุขสมบูรณ์ เกิดเมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๔๘๒ อาศัยอยู่บ้านเลขที่ ๔๕๙ หมู่ที่ ๒
บ้านวังหม้อ ตำบลต้นธงชัย อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง มีความสามารถเล่นเครื่องดนตรีกลองยาว
ผู้เก็บข้อมูล และวันเวลาที่เก็บ
นายน้อย ชัยทะนุ และนายบุญโชติ ไชยโลกา
วันพฤหัสบดีที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๔๙ - วันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๔๙
ไฟล์มัลติมีเดีย

  • Voting
    (0 โหวต)
  • Hits
    20894 views