พิมพ์

รำมอญ คณะครูมงคล พงษ์เจริญ

ชื่อรายการ
รำมอญ คณะครูมงคล พงษ์เจริญ
ปีที่ขึ้นทะเบียน
ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน
ภูมิภาค
ภาคกลาง
จังหวัด
สาระสำคัญโดยรวม

รำมอญ คณะครูมงคล พงษ์เจริญ
อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี

รำมอญปทุม
                บ้านโคกชะพลูตั้งอยู่ใกล้วัดหงษ์ปทุมาวาส ชุมชนมอญย่านนี้อยู่มาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ตั้งบ้านเรือนริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกชาวมอญส่วนมากยึดมั่นในหลักธรรมของพุทธศาสนามาแต่ครั้งอยู่ในเมืองเมาะตะมะแล้วจึงได้ร่วมกันสร้างวัดมอญขึ้นเป็นศูนย์กลางชุมชน โดยตั้งชื่อจากรูปนิมิตความเชื่อในสัญลักษณ์ “หงส์หรือฮะตะโน่” ว่า “วัดหงษ์ปทุมาวาส” เมื่อ พ.ศ.๒๓๑๗
                นายเจิ้น ดนตรีเสนาะ ได้ก่อตั้งวงปี่พาทย์ สำนักดนตรีมอญ ขึ้น ณ วัดหงส์ปทุมาวาส บ้านโคกชะพลูอำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานีโดยนายเจิ้น ดนตรีเสนาะได้เรียนดนตรีฆ้องวงใหญ่ซึ่งนำมาจากเมืองมอญกับบิดานายสี ชาวมอญที่อพยพมาจากเมืองเมาะตะมะ เมื่อท่านชำนาญจึงคิดตั้งวงดนตรีขึ้นเพื่อประกอบกิจกรรมของชาวมอญ ขณะนั้นยังขัดสนเครื่องดนตรี ท่านได้พบว่าภายในโบสถ์ของวัดหงส์ปทุมาวาส มีพระภิกษุปั้นหน้ารูปกินนรคล้ายฆ้องมอญ ซึ่งพระภิกษุปั้นด้วยปูนไว้แต่ยังไม่เสร็จ ท่านจึงมาปั้นต่อ ประกอบเข้ากับร้านฆ้องได้เรียบร้อย เสร็จเป็นวงปี่พาทย์มอญเครื่องคู่รับงานดนตรี งานประเพณีมอญ-ไทยทั่วไป โดยมีผู้สืบทอดต่อจากนายเจิ้น คือ นายเสงี่ยม ดนตรีเสนาะ ผู้เป็นบุตร ปัจจุบันได้ถึงแก่กรรมลงโดยมีหลานสืบทอดทางเพลงและมรดกเครื่องดนตรี คือ นายมนตรี พงษ์เจริญ และนายชะอุ่ ดนตรีเสนาะ            ชื่อเสียงความสามารถของนายเจิ้น ดนตรีเสนาะ ขจรขจายไปถึงเมืองพระนครได้รับความไว้วางใจจากทางราชการ เจ้านาย พระบรมวงศานุวงศ์ให้เข้าร่วมในพระราชพิธีสำคัญของชาติ เกียรติศักดิ์ศรีนี้ยังความภาคภูมิใจแก่วงตระกูลภายหลังเมื่อวงปี่พาทย์ของท่านเป็นบึกแผ่นชีวิตครอบครัวของท่านซึ่งสมรสกับนางสาวเปรี้ยว มีบุตรด้วยกัน ๓ คน คือ นางบุปผา (ลุ) นายเสงี่ยม และนายสงวน ได้ช่วยกันสืบทอดมรดกเพลงมอญ เครื่องดนตรีมอญ ต่อมามิรู้สิ้น นายเจิ้น ดนตรีเสนาะถึงแก่กรรม เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๓ นายมงคล พงษ์เจริญ จึงเป็นผู้สืบทอดมรดกเพลงมอญของนายเจิ้น ซึ่งนายมงคลเป็นบุตรของนายชมพูและนางบุปผา บุตรีคนโตของนายเจิ้น ดนตรีเสนาะ นายมงคลเล่าว่าได้ “จับมือ” ต่อเพลงย่ำค่ำกับนายเจิ้น และไดเล่าถึงวิถีชีวิตดนตรีสำนักปี่พาทย์มอญ ขณะนี้นายมงคล พงษ์เจริญ เป็นหัวหน้าสำนักดนตรีอาวุโส วงปี่พาทย์มอญ อยู่ตำบลบางเดื่อ อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี โดยมีบุตร คือ นายสกล นายสุรพล และนายเล็ก พงษ์เจริญ สืบทอดการเล่นปี่พาทย์มอญ
                     จากการสัมภาษณ์ นางสมพิศ พุ่มใหญ่ ซึ่งท่านเป็นบุตรสาวคนที่ ๘ ของนายมงคล พงษ์เจริญ ปัจจุบันมีอายุ  ๔๗ ปี ซึ่งได้สืบทอดท่ารำมอญมาจากอาจารย์ทินเอ่ง และครูวาสนา ได้เล่าว่า
                  “...เรียนรำมอญจากอาจารย์ทินเอ่ง กับป้าวาสนาไม่ทราบนามสกุลเรียนตั้งแต่เรียนอยู่มัธยมต้น ซึ่งเป็นมอญดั้งเดิม พ่อให้ไปเรียน เรียนท่ารำ ๑๓ ท่ารำ เรียกชื่อไม่ถูกตอนที่เรียนก็ไม่ได้บอกชื่อท่ารำ... เรียนกับป้าวาสนาเมื่อยมากทั้งวัน เวลาเมื่อยก็พักพอหายเหนื่อยก็รำ รำไทยง่ายกว่า เนื้อเพลงก็ตามเนื้อร้องรำมอญยากกว่าต้องฟังจังหวะ ท่ารำเรียกรำมอญ ๑๒ ภาษา แต่เพลง ๑๓ เพลง เพลงละท่า รำครั้งหนึ่งออกงานใช้คนรำ ๘ คน จึงจะสวย ตอนรำไม่เคยบอกชื่อท่ารำ เวลารำปี่พาทย์จะดูคนรำด้วย มือลงตอนไหน...” (สมพิศ พุ่มใหญ่, สัมภาษณ์) คุณสมพิศ ได้เล่าว่าปัจจุบันความนิยมรำมอญดั้งเดิมลดลงไป ดังให้สัมภาษณ์ว่า

“...เดี๋ยวนี้รำมอญเขาก็ไม่ได้ออกงานแล้ว เพราะยืดยาด นอกจากไปรำที่ดงมอญ เพลงพวกนี้มาจากเมืองมอญโดยตรง คนรุ่นใหม่ก็ไม่ค่อยรำแล้ว ทำงานกันหมดเดี๋ยวก็ไม่ค่อยรำ...”
เก็บข้อมูล ณ.อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี พ.ศ. ๒๕๔๙
โดย สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี

รูปภาพ

  • Voting
    (0 โหวต)
  • Hits
    10156 views