พิมพ์

เพลงขอทาน

ชื่อรายการ
เพลงขอทาน
ปีที่ขึ้นทะเบียน
ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน
ภูมิภาค
ภาคกลาง
จังหวัด
สาระสำคัญโดยรวม

เพลงขอทาน
จังหวัดสุโขทัย

ความเป็นมาของเพลงขอทาน
                เพลงขอทาน เป็นเพลงที่วณิพกใช้ร้องเล่นหากินมักร้องเป็นเรื่องจักรๆวงศ์ๆ โดยปกติแล้วมักมีเครื่องดนตรีประกอบการร้อง ได้แก่ ฉิ่งและโทน ผู้ร้องจะตระเวนร้องเรื่อยไปไม่ค่อยอยู่เป็นที่ ในอดีตเพลงขอทานจะพบเห็นได้โดยทั่วไป เนื่องจากมีการเคลื่อนย้ายอพยพคนในท้องถิ่นแถบภาคกลางเข้าไปอาศัยอยู่ในจังหวัดสุโขทัยในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตอำเภอสวรรคโลกและได้นำเอาวัฒนธรรมประเพณีต่างๆ ของภาคกลางเข้าไปใช้ในวิถีชีวิต
                เพลงขอทานเป็นวิถีส่วนหนึ่งที่ถูกนำเข้ามาแต่ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่ามีความเป็นมาแต่ละครั้งใดเพลงขอทานมีลักษณะเป็นเพลงร้องเล่าเรื่องและร้องขอความเมตตาสงสารจากผู้ฟัง ผู้ร้องมีเจตนาเพื่อให้ผู้ฟังเกิดความพึงพอใจ ความสงสาร เพื่อแลกกับเงินทองสิ่งของต่างๆ ที่ใช้ในการยังชีพ
                เพลงขอทานนับวันจะสูญหายไปจากสังคมไทยเนื่องจากเป็นบทเพลงที่คนทั่วไปมองว่าเป็นเพลงของคนชั้นต่ำ เป็นเพลงของพวกขอทาน จึงไม่กล้าที่จะนำเอาไปร้องเล่นกัน ประกอบกับวณิพกที่ร้องเพลงขอทานได้ค่อยๆ ล้มหายตายจากไปและไม่มีใครสืบทอดไว้
                ปัจจุบันมีการศึกษาเชิงดนตรีและวัฒนธรรมถึงลักษณะของเพลงขอทานเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูพัฒนาไปสู่เยาวชนคนรุ่นใหม่ให้รู้จักเพลงขอทานมากขึ้น นายประทีป สุขโสภา เป็นชาวตำบลย่านยาว อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย เป็นผู้หนึ่งที่ได้มีความสนใจและได้ศึกษาเพลงขอทาน ได้นำเพลงขอทานไปเผยแพร่ให้เยาวชนได้มีโอกาสรู้จักและเกิดความสนใจในลักษณะของเพลงขอทานทั้งในจังหวัดสุโขทัยและโดยทั่วไป
วิธีการเล่น
               
ผู้ร้องเพลงขอทาน นอกจากจะมีความสามารถในการขับร้องเพลงขอทานแล้วยังต้องมีความสามารถในการเล่นเครื่องดนตรีอีกทางหนึ่งด้วยเพื่อช่วยทำให้การร้องเพลงขอทานมีความโดดเด่นเกิดความประทับใจความสนุกสนานเพลิดเพลินแก่ผู้พบเห็นและเกิดความเมตตาสงสารมอบเงินทอง ข้าวปลาอาหารสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ แก่ผู้ร้องเพลงขอทาน เครื่องดนตรีอื่นๆ ที่ใช้เล่นประกอบการร้องเพลงขอทาน เช่น กรับและซอ เป็นต้น
                กรับ ที่ใช้ประกอบในการร้องจะตีให้เกิดจังหวะรุกกระชั้นเร้าใจและคิดหาวิธีการตีกรับด้วยสีสันลีลาที่แปลกใหม่น่าสนใจพิสดารเพื่อดึงดูดความสนใจแก่ผู้พบเห็น
                ซอ เป็นเครื่องดนตรีที่ทำขึ้นเองมีความเรียบง่ายโดยร้องเพลงไปก็จะสีซอคลอร้องไปด้วย
                การเล่นเพลงขอทานในระยะต่อมามีผู้สนใจทำการศึกษาและพัฒนาวิธีการเล่นเพลงขอทานจากการร้องเพื่อแลกกับสิ่งของไปเป็นการเล่นเพื่อการแสดงจึงมีการนำเอาวงปี่พาทย์เข้าไปบรรเลงประกอบตามบทบาทเพื่อให้เกิดความสนุกสนานเพิ่มมากขึ้น และสามารถสร้างสรรค์บทร้องให้มีสาระเรื่องราวต่างๆ เข้ากับเหตุการณ์ในปัจจุบัน
                วิธีการเล่นเพลงขอทานของนายประทีป สุขโสภา เป็นการร้องคนเดียว โดยคนร้องใช้มือขยับกรับไม้กลมข้างละคู่ มีขั้นตอนในการร้องเล่นดังนี้
                ๑.ร้องบทไหว้ครู
                ๒.ร้องเล่าเรื่องต่างๆ
                ๓.ร้องลาลงจบการแสดง
                เครื่องไหว้ครู

                ๑.ดอกไม้ ธูปเทียน
                ๒.เงินกำนล ๑๒ บาท
                ๓.เหล้า ๑ ขวด
การแต่งกาย

               
แต่งกายตามสภาพของคนยากจน ลักษณะเสื้อผ้าสีดำ  สีคล้ำ มอซอเก่าๆ มีร่องรอยขาดหรือปะชุน สวมหมวกหลุบปีกหรือใช้ผ้าพันโพกศีรษะป้องกันแสงแดด
เครื่องดนตรี

                ๑.กรับ (รู้ร้องเพลงขอทานบรรเลง)
                ๒.ระนาดเอก
                ๓.ซออู้
                ๔.ขลุ่ยเพียงออ
                ๕.ตะโพนไทย
                ๖.ฉิ่ง
                ๗.ฉาบเล็ก
สถานที่แสดง

               
สถานที่ใช้แสดงเป็นสถานที่ใดก็ได้โดยให้มีพื้นที่ประมาณ ๔x๖ เมตรเพื่อใช้สำหรับตั้งเตียงหรือตั่งขนาดเล็กสำหรับผู้ร้องเพลงขอทานและสำหรับตั้งวงดนตรีไทยที่มีคนนั่งได้ประมาณ ๗-๘ คน
โอกาสที่ใช้แสดง

               
๑.ร้องเล่นเป็นการแสดงในงานเทศกาลต่างๆ
                ๒.สาธิตเผยแพร่ตามสถานศึกษาและหน่วยงานต่างๆ
                ๓.ร้องเล่นในการเผยแพร่ในเชิงวัฒนธรรมในโอกาสต่างๆ
ตัวอย่างเพลงขอทาน
ร้องบทไหว้ครู

สิบนิ้วประนมกร
กราบขอพรพระไตรรัตน์
ไตรเทพดลไตรตรัส
สารพัดในไตรภพ
เทิดบิดรมารดา
ให้กายามาครันครบ
พากเพียรเล่าเรียนจบ
ขอน้อมนบบูรพาจารย์
ปวงเทพเทวฤทธิ์
ที่สถิตทุกถิ่นฐาน
ทั้งท้าวจตุโลกบาล
โปรดบันดาลให้เกิดดี
เชิญองค์พระพิฆเนศวร์
มาปกเกศเกล้าเกศี
ขอองค์สุรัสวดี
มาเป็นศรีแห่งวาจา
พระพรหมอยู่เบื้องซ้าย
พระนารายณ์อยู่เบื้องขวา
แม่ธรณีแม่คงคา
ได้โปรดมาเป็นแรงใจ
ขอพระภูมิเจ้าที่
ได้โปรดชี้สิ่งสงสัย
ปกป้องผองโพยภัย
บันดาลให้สวัสดี
เนื้อร้องเพลงขอทาน

เอ่อ..............................
อันตัวของข้า ดวงตาพิการ
เกิดเป็นขอทาน ยากไร้
ไม่มีบ้านช่อง เงินทองก็ขัดสน
นอนข้างถนน และพุ่มไม้
พ่อแม่ไม่มี ขาดพี่น้องๆ
อาศัยเสียงร้อง เลี้ยงกาย
วณิพกเสียงทอง เอ่อ... เที่ยวท่อง
งันงกเล่านิทานชาดก ได้มากมาย
เล่าเป็นทำนอง ร้อยกรองขานขับ
สองมือขยับ กรับไม้
พระชนกเตมีย์ คาวีสังข์ทอง
อีกทั้งนางสิบสอง และสังข์ศิลป์ไชย
จันทโครพ สิงหไตรภพจันทร
อีกทั้งเวสสันดร ก็ร้องได้
เล่ามาหลากรส ทุกบททุกตอน
จนตะวันรอนๆ ลับทิวไม้
พ่อแม่เจ้าขอ เมตตาผมสักหน่อย
คนละร้อยสองร้อย บางเป็นไร
พ่อแม่เจ้าขอ เมตตาเถิดท่าน
คนละพันสองพัน ก็ยังได้
ใครที่ไม่ทำทาน กลับไปบ้านแน่ชัด
ขอให้ถูกหมากัด นะจะบอกให้
กัดเสื้อกัดผ้า กัดหน้ากัดหลัง
กัดจนกระทั่ง ไอ้ที่นุ่งอยู่ข้างใน
ใครทำเหรียญบาทสองบาทเกิดใน
ชาติหน้า ระวังจะเกิดเป็น... เอิงเอย
ร้องลาลงจบการแสดง
(เพลงแอ่วเคล้าซอ)
โอ่..นอ..นวลเอย..เอ๋ยยะ..
ก่อนจะลาจากจร
ขออวยพรให้ทุกท่าน
มีอายุยืนนาน กว่าร้อยปี
ให้วรรณะผุดผ่อง
เปรียบดังทองธรรมชาติ
ให้ผิวพรรณผุดผาด เปล่งราศี
ให้ประสบความสุข
นิราศทุกข์นานา
โพยภัยจงอย่า มาราวี
ให้มีพละกำลัง ประดุจดังช้างสาร
แคล่วคล่องปฎิภาณ ดุจเมธี
ให้ชื่อเสียงเกรียงไกร เอย...
ขจรไปทั่วถิ่น
สร้างปรากฏให้แผ่นดิน นานนับปี
ให้มีโชคมีลาภ ให้สุขภาพสมบูรณ์
ให้ทรัพย์สินเพิ่มพูน พันทวี
ขออภัยสักครั้ง ถ้าผิดพลั้งวาจา
ก่อนกล่าวอำลา ณ ที่นี้
ให้มีสุขสรรเสริญ เพลิดเพลินอุรา
พบกันใหม่วันหน้า ถ้าโอกาสมี
ประทีปสุขโสภา ขอลาที
ขอให้สุขสวัสดี ทุกท่านเอย
โอ่... นอ...
เก็บข้อมูล ณ ตำบลย่านยาว อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย เมื่อ พ.ศ.๒๕๔๘
โดย สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุโขทัย

ไฟล์มัลติมีเดีย

  • Voting
    (0 โหวต)
  • Hits
    21213 views