พิมพ์

ซำเป็ง

ชื่อรายการ
ซำเป็ง
ปีที่ขึ้นทะเบียน
ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน
ภูมิภาค
ภาคใต้
จังหวัด
สาระสำคัญโดยรวม

ซำเป็ง
จังหวัดนราธิวาส

                ซำเป็ง หรือรำเป็ง เป็นนาฏศิลป์แบบหนึ่งของชาวไทยมุสลิมทางจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย มีลีลาการเต้นคล้ายกับการเต้นรองเง็ง การเต้นซำเป็งสันนิษฐานว่า เกิดมีขึ้นได้ ๓ ทางคือ
                ๑.เกิดขึ้นจากการรับวัฒนธรรมของพ่อค้าชาวสเปนในระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๖- ๑๘ เมื่อคราวที่ชาวสเปนเดินทางเข้ามาติดต่อค้าขายกับบรรดาหัวเมืองชาวมลายู โดยเฉพาะเมืองปัตตานีอันเป็นเมืองท่าสำคัญแห่งหนึ่ง แล้วเกิดการผสมผสานกับวัฒนธรรมพื้นเมืองเดิม จึงก่อให้เกิดการแสดงออกด้านศิลปะการเต้นรำในลีลาใหม่ที่เรียกว่า การเต้นรำแบบสเปน แล้วค่อยๆ เรียกเพี้ยนไปเป็นซำเป็ง
               ๒.สเปนนำเข้ามาในประเทศฟิลิปปินส์ก่อน และเมื่อชาวพื้นเมืองฟิลิปปินส์ ได้มีการติดต่อกับชาวเมืองมลายู ซึ่งนับถือศาสนาอิสลามด้วยกันจึงทำให้การเต้นซำเป็งเข้ามาในดินแดนแหลมมลายู
               ๓.การเต้นซำเป็งอาจเป็นศิลปะในราชสำนักของบรรดาสุลต่านตามหัวเมืองมลายูมาก่อน โดยที่ราชสำนักได้รับอิทธิพลด้านวัฒนธรรมของชาวสเปนมา บรรดากลุ่มพ่อค้าอาหรับที่เคยค้าขายกับพวกสเปนโดยตรง และบรรดาพ่อค้าอาหรับได้เอาศิลปะการเต้นระบำของชาวสเปนเข้ามาเผยแพร่ แล้วเกิดการผสมผสานลีลาการเต้นรำของชาวพื้นเมืองกลายเป็นซำเป็ง
                อย่างไรก็ดี ในระยะแรกการเต้นซำเป็งน่าจะเกิดขึ้นในราชสำนักของสุลต่าน หรือบ้านของขุนนางมาก่อน เพราะการเต้นแบบนี้เป็นการจับคู่เต้นระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง และเนื่องจากวัฒนธรรมของชาวไทยมุสลิมไม่นิยมให้ผู้หญิงเข้าสังคมกับผู้ชายอย่างประเจิดประเจ้อ ฉะนั้นผู้หญิงที่มีโอกาสฝึกซำเป็งคือ กลุ่มผู้หญิงของสุลต่าน หรือของขุนนางผู้ใหญ่เท่านั้น ส่วนผู้หญิงอื่นไม่มีโอกาสฝึก ในระยะแรกจึงนิยมเต้นในวงแคบๆ ต่อมาจึงแพร่หลายไปสู่ชุมชนมากขึ้น
โอกาสที่จะแสดง
               
การเต้นซำเป็ง ใช้ในโอกาสต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองที่สำคัญของท้องถิ่นเวลามีงานรื่นเริง ส่วนสถานที่จะเป็นเวที หรือบริเวณลานบ้านตามความเหมาะสมและจะแสดงในเวลากลางวัน หรือเวลากลางคืนก็ได้
วิธีการแสดง
               
๑.ก่อนการเต้นซำเป็ง
                ผู้แสดงชาย-หญิง จะต้องสลามผู้ชม (สวัสดีผู้ชมก่อนการแสดง)
                ๒.การเต้มซำเป็ง
                การเต้นซำเป็งเป็นการเต้นรำประกอบจังหวะเพลงบรรเลง คล้ายรำวงของไทยภาคกลาง แต่ซำเป็งเน้นจังหวะการใช้เท้าและลีลาการเต้นมากกว่าการใช้ท่ารำ และแต่ละท่ามีการพลิกแพลงที่ปลายเท้าสวยงามเข้าจังหวะกับดนตรี มีลักษณะการเต้นรำเป็นกลุ่มดอก กลุ่มดอกละ  ๔ คน ชาย ๒ หญิง ๒ โดยท่าเต้นจะประกอบด้วยท่าต่างๆ ๙ ท่า เป็นท่าเต้นเบื้องต้น ๑ ท่า เต้นซำเป็ง ๗ ท่า และท่ารับตอนจบอีก ๑ ท่า
                ๓.หลังการเต้นซำเป็งจบด้วยการสลามผู้ชมอีกครั้งหนึ่ง

                 การเต้นของซำเป็ง ประกอบด้วยท่าเต้นเบื้องต้นและท่ารำมาตรฐาน สำหรับท่าเต้นมาตรฐานมีหลายท่าดังนี้
ท่าที่ ๑ ท่ารำวง
ท่าที่ ๒ ท่าแคเจาะ
ท่าที่ ๓ ท่าเกล็ดปลายาว
ท่าที่ ๔ ท่ารองเง็ง
ท่าที่ ๕ ท่าโปรยดอกไม้
ท่าที่ ๖ ท่าเกล็ดปลาสั้น
ท่าที่ ๗ ท่าดอกรัก
ท่าที่ ๘ ท่ารำตอนจบ
การแต่งการของผู้แสดง
              ชาย

๑.กางเกงขายาว เสื้อแขนยาวคอปิดติดกระดุม ๓ เม็ด เรียกว่า จือโระบรางอ
๒.ผ้านุ่งทับกางเกงสั้นเหนือเข่า เรียกว่า ผ้าซอแกะ
๓.เข็มขัดทับกางเกงและผ้าวอแก เรียกว่าเปินแนะ
๔.หมวก ตัดเย็บด้วยผ้า เรียกว่า ซะตางัน
               หญิง

๑.นุ่งผ้ายาวกรอมเท้า จีบหน้านาง
๒.สวมเสื้อเข้ารูป แขนกระบอก ตัวยาวคลุมสะโพก เรียกว่า ปันดง หรือปันนัง
๓.คลุมผ้าสะไบ เรียกว่า กาเฮงสะบา
๔.สวมรองเท้าหุ้มส้นสีดำ (ทั้งหญิงและชาย)
จำนวนผู้แสดง

ใช้ผู้แสดงชาย-หญิง จำนวน ๒ ถึง ๔ คู่
เครื่องดนตรี

               
เครื่องดนตรีที่ใช้แสดงซำเป็งในอดีตมีอยู่ ๓ ชิ้น คือ มอรูวัส หรือรำมะนาขนาดเล็ก เป็นเครื่องดนตรีที่ใช้ตีขัดจังหวะและมีลีลาเร้าใจ คาบุส มีลักษณะคล้ายซอสามสายแต่ยากกว่า เป็นเครื่องดนตรีที่ให้ทำนองเพลงอย่างไพเราะ และฆ้อง เป็นเครื่องดนตรีที่ให้จังหวะในการเต้น
ดนตรีที่ใช้บรรเลงประกอบการแสดงในปัจจุบัน

                เครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลงประกอบการเต้นซำเป็งในปัจจุบันได้นำเอาเครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลงในการเต้นรองเง็งมาใช้ ซึ่งประกอบด้วย ไวโอลิน รำมะนาใหญ่ รำมะนาเล็ก ฆ้อง แมนโดลิน และแอคคอร์เดียน
เก็บข้อมูลเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๘
โดย สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนราธิวาส

ประวัติความเป็นมา
ประวัติความเป็นมา
ซำเป็ง หรือ รำเป็ง เป็นนาฏศิลป์แบบหนึ่งของชาวไทยมุสลิมทางจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย มีลีลาการเต้นคล้ายคลึงกับการเต้นรองแง็ง การเต้นซำเป็งอาจเกิดขึ้นได้ ๓ ทาง คือ
๑. เกิดขึ้นจากการรับวัฒนธรรมของพ่อค้าชาวเสปนในระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๖ – ๑๘ เมื่อคราวที่ชาวสเปนเดินทางเข้ามาติดต่อค้าขายกับบรรดาหัวเมืองชาวมลายู โดยเฉพาะเมืองปัตตานีอันเป็นเมืองท่าสำคัญแห่งหนึ่ง แล้วเกิดการผสมผสานกับวัฒนธรรมพื้นเมืองเดิม จึงก่อให้เกิดการแสดงออกด้านศิลปะการเต้นรำในลีลาใหม่ที่เรียกว่าการเต้นรำแบบสเปน แล้วค่อย ๆ เรียกเพี้ยนไปเป็นซำเป็ง
๒. สเปนนำเข้ามาในประเทศฟิลิปปินส์ก่อน และเมื่อชาวพื้นเมืองฟิลิปปินส์ ได้มีการติดต่อกับชาวพื้นเมืองมลายูซึ่งนับถือศาสนาอิสลามด้วยกัน จึงทำให้นาฏศิลป์การเต้นซำเป็งเข้ามาในดินแดนมลายู
๓. การเต้นซำเป็งอาจเป็นศิลปะในราชสำนักของบรรดาสุลต่านตามหัวเมืองมลายูมาก่อน โดยที่ราชสำนักได้รับอิทธิพลด้านวัฒนธรรมของชาวสเปนมากลุ่มพ่อค้าอาหรับที่เคยค้าขายกับพวกสเปนโดยตรง และบรรดาพ่อค้าอาหรับได้เอาศิลปะการเต้นระบำของชาวสเปนเข้ามาเผยแพร่ แล้วเกิดการผสมผสานลีลาการเต้นรำของชาวพื้นเมือง มากลายเป็นซำเป็ง
อย่างไรก็ดี ในระยะแรกการเต้นซำเป็งน่าจะเกิดขึ้นในราชสำนักของสุลต่าน หรือบ้านของขุนนางมาก่อน เพราะการเต้นแบบนี้เป็นการจับคู่เต้นระหว่างชายกับหญิง และเนื่องจากวัฒนธรรมของชาวไทยมุสลิมไม่นิยมให้หญิงเข้าสังคมกับชายอย่างประเจิดประเจ้อ ฉะนั้น หญิงที่มีโอกาสฝึกซำเป็งคือกลุ่มหญิงของสุลต่าน หรือของขุนนางผู้ใหญ่เท่านั้น ส่วนหญิงอื่นไม่มีโอกาสฝึก ในระยะแรกจึงนิยมในวงแคบ ๆ ต่อมาจึงแพร่หลายไปสู่ชาวบ้านมากขึ้น
โอกาสที่จะแสดง
การเต้นซำเป็ง ใช้ในโอกาสต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองที่สำคัญของท้องถิ่นเวลามีงานรื่นเริง ส่วนสถานที่จะเป็นเวที หรือบริเวณลานบ้านตามความเหมาะสม และจะแสดงในเวลากลางวัน หรือกลางคืนก็ได้

ประวัติการฟื้นฟูการเต้นซำเป็งในจังหวัดนราธิวาส ของนางอรุณีย์ วงษ์เจริญ
ประวัติความเป็นมา
จากแนวคิดและความต้องการที่จะธำรงรักษา อนุรักษ์ และฟื้นฟูศิลปการแสดง การเต้นซำเป็งของจังหวัดนราธิวาส ด้วยเกรงว่าจะสูญหายและไม่มีผู้สืบทอด ในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้รับการถ่ายทอดจากนางฟาตีเมาะ ซึ่งพื้นเพอยู่ที่ อ.เมืองนราธิวาส ขณะนั้นมีอายุ ๗๘ ปี ต่อมา นางฟาตีเมาะได้เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๙
หลังจากได้รับการถ่ายทอดศิลปะการเต้นซำเป็งจากนางฟาตีเมาะ จึงได้นำมาฟื้นฟูโดยการจัดทำเป็นโครงการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของโรงเรียนบ้านไอร์บาตู อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส โดยเปิดสอนสำหรับผู้ที่สนใจนอกเวลาเรียนปกติ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๕ - ๒๕๔๐ ได้รับความสนใจจากนักเรียนและประชาชนทั่วไป และ ปี พ.ศ. ๒๕๓๖ ได้พัฒนามาเป็นหลักสูตรท้องถิ่น โดยเปิดสอนในโรงเรียนมัธยมสุไหงปาดี อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส จนกระทั่งปีพ.ศ. ๒๕๔๒ ได้ย้ายสถานที่สอนไปที่โรงเรียนนราสิกขาลัย จึงได้จัดทำเป็นหลักสูตรท้องถิ่นของโรงเรียนนราสิกขาลัยตั้งแต่ปีพ.ศ. ๒๕๔๒ จนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีผู้สนใจเรียนภาคเรียนละประมาณ ๒๐๐ คน
ปัจจุบัน จังหวัดนราธิวาส มีเพียงนางอรุณีย์ วงษ์เจริญ เป็นผู้ถ่ายทอด เผยแพร่ ศิลปการแสดงซำเป็ง
ลักษณะการแสดง
จำนวนผู้แสดง
๒ ถึง ๔ คู่ (๑ คู่ ประกอบด้วย ชาย ๑ หญิง ๑)

ดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง
เป็นการบรรเลงเพลงซำเป็ง ซึ่งเครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลง ประกอบด้วย
๑. ไวโอลิน
๒. รำมะนาใหญ่ ,รำมะนาเล็ก
๓. ฆ้อง
๔. แบนโดลิน
๕. แอคคอเดียน

โอกาสในการแสดง
๑. ใช้แสดงในการต้อนรับแขกบ้าน แขกเมือง
๒. ใช้แสดงในงานประเพณีต่าง ๆ ได้แก่ ประเพณีแข่งเรือหน้าพระที่นั่ง
ของจังหวัดนราธิวาส
สาขา/ประเภท
รูปแบบการแสดง
๑. ก่อนการเต้นซำเป็ง ผู้แสดงชาย - หญิง จะต้องสลามผู้ชม (สวัสดีผู้ชมก่อนการแสดง)
๒. การเต้นซำเป็ง
การเต้นซำเป็งเป็นการเต้นรำประกองจังหวะเพลงบรรเลง คล้ายรำวงของไทยภาคกลาง แต่ซำเป็งเน้นจังหวะการใช้เท้าและลีลาการเต้นมากกว่าการใช้ท่ารำ และแต่ละท่ามีการพลิกแพลงที่ปลายเท้าสวยงามเข้าจังหวะกับดนตรี มีลักษณะการเต้นรำเป็นกลุ่มดอก กลุ่มดอกละ ๔ คน ชาย ๒ หญิง ๒ โดยท่าเต้นจะประกอบด้วยท่าต่าง ๆ ๙ท่า เป็นท่าเต้นเบื้องต้น และท่ารับตอนจบอย่างละ ๑ ท่า และท่าเต้นซำเป็ง ๗ ท่า
๓. หลังการเต้นซำเป็งจบด้วยการสลามผู้ชมอีกครั้งหนึ่ง
รายละเอียดการเต้นซำเป็ง
๑. ท่าเต้นเบื้องต้น
๒. ท่าเต้นซำเป็ง (ท่าเต้นมาตรรฐาน)
๒.๑ ท่ารำวง
๒.๒ ท่าแคเจาะ
๒.๓ ท่าเกร็ดปลายาว
๒.๔ ท่าร็องแง็ง
๒.๕ ท่าโปรยดอกไม้
๒.๖ ท่าเกร็ดปลาสั้น
๒.๗ ท่าอกรัก
๓. ท่ารับตอนจบ
ท่าเต้นเบื้องต้น (เบสิค)
๑) ยืนเข้าคู่ชาย – หญิง ชุดละ ๔ คน ชายยืนทางขวามือของหญิง ญ ช ญ ช
๒) ย่ำเท้าอยู่กับที่ ๓ จังหวะ แตะข้าง ๔ ครั้ง
(ย่ำซ้าย – ขวา แตะข้างเท้าซ้าย)
๓) เดินขึ้น ๔ จังหวะ แตะข้าง ๔ ครั้ง
(ก้าว ซ –ข – ซ แตะขวา, ก้าว ข – ซ – ข แตะซ้าย)
๔) เดินถอยลงแบบ ๓ จังหวะ แตะข้าง ๔ ครั้ง
( เดินเหมือนข้อ ๒ )
๕) เดินขึ้นแบบสไลด์ปิด ๘ จังหวะ ๑ ครั้ง
จังหวะที่ ๑ ก้าวไขว้เท้าซ้าย เข้าในวงหันขวา
จังหวะที่ ๒ วางเท้าขวาลงหลัง ชนหลังกับหันออก
จังหวะ ๓ ก้าวเท้าซ้ายเฉียงไปทางซ้าย
จังหวะ ๔ ลากเท้าขวาไปชิดแล้วแตะไปข้างหน้า
จังหวะ ๕ ก้าวข้างเท้าขวา
จังหวะ ๖ ลากเท้าซ้ายไปชิด
จังหวะ ๗ แตะข้างเท้าซ้าย
๖) เดินถอยลงแบบ ๓ จังหวะ ๔ ครั้ง (เดินเหมือนข้อ ๒)
๗) ท่าเบสิค สไลด์หมุน ๗ จังหวะ ๒ ครั้ง
๘) ท่าเบสิคสไลด์แตะ ๗ จังหวะ ๒ ครั้ง
๙) ท่าเบสิคสไลด์ครึ่ง ๗ จังหวะ ๒ ครั้ง
๑๐) ท่าเบสิค ๑ ครั้ง แยกแถวหันหน้าเข้าหาคู่ (ชายท่าสไลด์ครึ่ง, หญิงท่าสไลด์หมุน)
๑๑) ท่าเบสิคสวนแถวไป – กลับ
ท่าเต้นซำเป็ง (ท่าเต้นมาตรฐาน)
ท่าที่ ๑ ท่ารำวง
- เดินแบบสไลด์ครึ่ง เปลี่ยนที่เป็น ๔ ทิศ จนกลับมาอยู่ที่เดิม
จังหวะที่ ๑ ก้าวไขว้เท้าซ้ายไปทางขวา หันขวา
จังหวะที่ ๒ ถอยเท้าขวาลงหลัง หันหน้าออกนอกวง
จังหวะที่ ๓ ก้าวเท้าซ้ายไปข้างซ้าย
จังหวะที่ ๔ หมุนตัวทางซ้าย หันซ้าย แตะเท้าขวา
จังหวะที่ ๕ ก้าวเท้าขวาลงหลัง หมุนตัวเข้ามุมเปลี่ยนที่กัน
จังหวะที่ ๖ ถอยเท้าซ้ายลงหลัง
จังหวะที่ ๗ ก้าวเท้าขวาลงหน้า หันมุม ๔ ทิศ
- รับท่า ๑ เบสิค ๒ ครั้ง ไป- กลับ (สไลด์หมุน)
ท่าที่ ๒ ท่าแคเจาะ
- จังหวะที่ ๗ ของท่าเบสิค ครั้งที่ ๒ ของท่ารับ ๑ นับเป็นจังหวะที่ ๑ ของท่าแคเจาะ หันหน้าเข้ามุมแล้วขยับเท้าซ้าย ก้าวเท้าขวาหันหน้าเข้ามุม ๓ จังหวะ
- ถอยออกจากมุมด้วยท่าสไลด์แตะ ๗ จังหวะ ดังนี้
จังหวะที่ ๑ เหยียบหลังเท้าซ้าย
จังหวะที่ ๒ หมุนขวา ถอยเท้าขวาลงหลัง
จังหวะที่ ๓ ก้าวเท้าซ้าย หันขวา
จังหวะที่ ๔ แตะเท้าขวา
จังหวะที่ ๕ ถอยเท้าขวาลงหลัง หมุนซ้าย หันหน้าหาคู่
จังหวะที่ ๖ ถอยเท้าซ้ายลงหลัง
จังหวะที่ ๗ ก้าวไขว้เท้าขวา
- ทำท่าแคเจาะกับที่ ๒ ครั้ง แล้วเบสิค เปลี่ยนที่กันกับคู่ แล้วทำท่าแคเจาะอีก ๒ ครั้ง
- ท่ารับเบสิค ๓ ครั้ง (สไลด์หมุน)
ท่าที่ ๓ ท่าเกล็ดปลายาว
- เดินสวนที่ละคู่ เรียงคู่กันสวนไปและกลับ เปลี่ยนคู่ที่ ๒ ไปและกลับ สำหรับคู่ที่ไม่สวน เต้นท่าสไลด์ครึ่งกับที่ ๒ ครั้ง แล้วสวนหลังไปและกลับ
จังหวะที่ ๑ ก้าวไขว้เท้าซ้าย เข้าในวงหันขวา
จังหวะที่ ๒ วางเท้าขวาลงหลัง ชนหลังกับหันออก
จังหวะที่ ๓ ขยับเท้าขวา ก้าวเท้าซ้าย
จังหวะที่ ๔ แตะเท้าขวา
จังหวะที่ ๕ ถอยเท้าขวาลงหลังเข้ามุม
จังหวะที่ ๖ ถอยเท้าซ้าย
จังหวะที่ ๗ ก้าวไขว้เท้าขวา
- ทำท่าเกร็ดปลายาว คู่แรก ญ คู่ ๑ กับ ช คู่ ๒ สวนกันไปแล้วสวนกลับ
คู่สอง ญ คู่ ๒ กับ ช คู่ ๑ สวนกันไปแล้วสวนกลับ
ส่วนคนที่ไม่สวนแถว ให้ทำท่าเบสิค ครึ่งจังหวะอยู่กับที่ (เบสิค รับท่าเกล็ดปลายาว ๒ ครั้ง ไปและกลับ)
ท่าที่ ๔ ท่ารองแง็ง
- ทำท่ารองแง็งแตะข้างเท้าซ้ายและขวาและกลับที่เดิม ๒ ครั้ง แล้วใช้ท่าเบสิค ๑ ครั้ง สวนแถวเปลี่ยนที่ แล้วใช้ท่ารองแง็งอีก ๒ ครั้ง ขณะที่แตะปลายเท้า หญิงใช้มือทั้งสองจับผ้าถุงด้านหน้ายกขึ้นเล็กน้อย ชายเอามือไขว้หลัง (มือขวาทับมือซ้าย)
จังหวะที่ ๑ ก้าวเท้าซ้ายเข้าหาคู่
จังหวะที ๒ ก้าวเท้าขวา
จังหวะที่ ๓ ย่อตัวแตะปลายเท้าซ้าย ชิด – ห่าง ๓ จังหวะ
จังหวะที่ ๔ ถอยเท้าซ้ายลงหลัง
จังหวะที่ ๕ ถอยเท้าขวาลงหลัง
จังหวะที่ ๖ ก้าวเท้าซ้ายหน้า
จังหวะที่ ๗ แตะปลายเท้าขวาชิด – ห่าง ๓ จังหวะ
จังหวะที่ ๘ ถอยเท้าขวา แตะหน้าปลายเท้าซ้าย มือทำท่ารองแง็ง
จังหวะที่ ๙ ถอยเท้าซ้าย แตะหน้าปลายเท้าขวา มือทำท่ารองแง็ง
จังหวะที่ ๑๐ หมุนตัวทางขวากลับหลังหันก้าวขวา
จังหวะที่ ๑๑ ก้าวซ้ายไขว้หน้า
จังหวะที่ ๑๒ ขยับเท้าขวา
จังหวะที่ ๑๓ เหยียบหลังเท้าขวา
จังหวะที่ ๑๔ หันซ้าย ก้าวหน้าเท้าซ้าย
จังหวะที่ ๑๕ แตะเท้าขวา
จังหวะที่ ๑๖ ถอยเท้าขวาลงหลัง หันหน้าเข้าหาคู่
จังหวะที่ ๑๗ ถอยเท้าซ้ายลงหลัง
จังหวะที่ ๑๘ ก้าวไขว้เท้าขวาลงหน้า
- ท่ารับ ๔ เบสิค ๓ ครั้ง
ท่าที่ ๕ ท่าโปรยดอกไม้
- เป็นท่านั่งเข้ามุมทั้ง ๔ คน มือขวากรีดนิ้วโปรยดอกไม้ออกข้างตัวตามจังหวะ นับจังหวะตอนหยิบดอกไม้ ๔ ครั้ง แล้วยืนขึ้น ถอยกลับที่ แล้วเบสิค ๑ ครั้ง เปลี่ยนที่กับคู่ แล้วนั่งลงโปรยดอกไม้อีก ๔ ครั้ง
จังหวะที่ ๑ ก้าวเท้าซ้ายเข้าวง
จังหวะที่ ๒ ก้าวเท้าขวาเข้าวง
จังหวะที่ ๓ นั่งลงบนส้นเท้า ชันเข่าขวา
จังหวะที่ ๔ มือซ้ายแบบนเข่าขวา มือขวากรีดนิ้วกลาง หยิบดอกไม้บนมือซ้าย โปรยดอกไม้ผ่านหน้าตัวเองออกไปด้านข้าง แล้วโบกมือผ่านหน้ากลับมาจีบ
จังหวะที่ ๕ ลุกขึ้น ถอยซ้ายเข้าที่ตนเอง
จังหวะที่ ๖ ถอยขวา
จังหวะที่ ๗ ก้าวเท้าซ้าย หมุนขวา
จังหวะที่ ๘ แตะเท้าขวา
จังหวะที่ ๙ ถอยเท้าขวาลงหลัง หันหน้าเข้าหาคู่
จังหวะที่ ๑๐ ถอยเท้าซ้าย
จังหวะที่ ๑๑ ก้าวไขว้เท้าขวา
- ท่ารับ ๕ เบสิค ๓ ครั้ง
ท่าที่ ๖ ท่าเกล็ดปลาสั้น
- สวนแถวไป – กลับ ด้วยท่าเกล็ดปลาสั้นกับคู่ของตัวเอง โดยวิธีสวนหลัง แล้วสวนหลัง ญ กับ ญ, ช กับ ช อีกครั้งหนึ่ง

จังหวะที่ ๑ ก้าวเท้าซ้าย
จังหวะที่ ๒ หันขวา วางเท้าซ้ายหลังเท้าขวา ชนหลังกัน
จังหวะที่ ๓ ขยับเท้าขวา ก้าวซ้าย ๓ ครั้ง
จังหวะที่ ๔ หมุนซ้าย เข้ามุมเปลี่ยนที่ แตะขวา
จังหวะที่ ๕ ถอยขวาหันเข้าหาคู่
จังหวะที่ ๖ ถอยซ้าย
จังหวะที่ ๗ ก้าวไขว้เท้าขวา
- ท่ารับ ๖ ทำท่าเบสิค ๓ ครั้ง ไขว้ซ้าย - หมุนตัว ยกมือ มือซ้ายสูง - ขวาต่ำ
ท่าที่ ๗ ท่าดอกรัก
- เดินเข้าหาคู่ แตะปลายเท้าชนกัน ม้วนมือกรีดนิ้วระดับหน้า พลิกตัวสวนกับชาย ๓ ครั้ง ชายเอามือขวาแตะบนหลังมือซ้ายที่แตะเอวอยู่ทางซ้าย เดินออกแล้วเบสิคเปลี่ยนที่กัน แล้วทำท่าดอกรักอีก ๒ ครั้ง
จังหวะที่ ๑ ก้าวไขว้เท้าซ้าย
จังหวะที่ ๒ ก้าวเท้าขวา
จังหวะที่ ๓ หมุนตัวกลับหลังหันแตะปลายเท้าซ้าย (หมุนทางซ้าย) เอนหลังมองหน้ากับคู่ มือทั้ง ๒ กรีดนิ้วม้วนออก สูงต่ำระดับหน้า ชายเอามือขวาแตะบนหลังมือซ้ายที่แตะเอวซ้ายตัวเอง
จังหวะที่ ๔ หมุนตัว แตะปลายเท้าขวา
จังหวะที่ ๕ หมุนตัวแตะเท้าซ้าย (เหมือนจังหวะที่ ๓)
จังหวะที่ ๖ หมุนตัว หันหน้าเข้าหาคู่ ถอยซ้าย
จังหวะที่ ๗ ถอยขวา
จังหวะที่ ๘ หันตัวทางขวา ก้าวเท้าซ้ายไปด้านหน้า
จังหวะที่ ๙ แตะปลายเท้าขวา
จังหวะที่ ๑๐ ถอยขวาลงหลัง หันหน้าเข้าหาคู่
จังหวะที่ ๑๑ ถอยซ้าย
จังหวะที่ ๑๒ ก้าวไขว้เท้าขวา
- ทำท่าที่ ๗ ท่าดอกรักอยู่กับที่ ๒ ครั้ง แล้วทำท่าเบสิคสวนแถวเปลี่ยนที่ แล้วทำท่าดอกรักอีก ๒ ครั้ง
- ท่ารับ ๗ ทำเบสิค ๓ ครั้ง



ท่ารับตอนจบ
๑. ชายเดินขึ้นแบบสไลด์ครึ่ง หญิงเดินลงแบบสไลด์แตะ รวมแถวเป็นแถวเดียว
๒. เดินขึ้น และเดินลงแบบสไลด์แตะ ๒ ครั้ง
๓. เดินขึ้น และเดินลงแบบสไลด์หมุน ๒ ครั้ง
๔. เดินขึ้น แบบสไลด์ปิด ๑ ครั้ง
๕. ถอยลงแบบแตะข้าง ๓ จังหวะ ๔ ครั้ง
๖. จบเพลง ยืนชิดเท้าแล้วสลามผู้ชม
อุปกรณ์
เครื่องดนตรีที่ใช้แสดงซำเป็งมีอยู่ ๓ ชนิดคือ มอรูวัส คือรำมะนาขนาดเล็ก เป็นเครื่องดนตรีที่ใช้ตีขัดจังหวะและมีลีลาเร้าใจ คาบุส มีลักษณะคล้ายซอสามสายแต่ยาวกว่า เป็นเครื่องดนตรีที่ให้ทำนองเพลงอย่างไพเราะ และ ฆ้อง เป็นเครื่องดนตรีที่ให้จังหวะในการเต้น
ในส่วนของจังหวัดนราธิวาส การเต้นซำเป็งได้ซบเซาไปเป็นเวลานาน ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จแปรพระราชฐานประทับ ณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จึงได้มีการฟื้นฟู ส่งเสริมการเต้นซำเป็งขึ้นอีกเพื่อถวายให้ทอดพระเนตร
ดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง

เป็นการบรรเลงเพลงซำเป็ง ซึ่งเครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลง ประกอบด้วย
๑. ไวโอลิน
๒. รำมะนาใหญ่ ,รำมะนาเล็ก
๓. ฆ้อง
๔. แบนโดลิน
๕. แอคคอเดียน

การถ่ายทอดและการสืบทอด
การสืบทอดศิลปการแสดง และการเผยแพร่
๑. จัดทำเป็นหลักสูตรท้องถิ่น เพื่อสอนนักเรียนในสถานศึกษา
๒. เผยแพร่หลักสูตรท้องถิ่นไปยังสถานศึกษาในภาคต่าง ๆ ที่สนใจ ได้แก่
- โรงเรียนกระสังพิทยาคม อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์
- โรงเรียนชุมชนบ้านใหม่ อ.เวียงสา จ.น่าน
- โรงเรียนสอาดเผดิมวิทยา อ.เมือง จ.ชุมพร
- โรงเรียนเลยพิทยาคม อ.เมือง จ.เลย
- โรงเรียนบ้านสามแก้ว อ.ดอนตูม จ.นครปฐม
- โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย อ.เมือง จ.อยุธยา
๓. จัดแสดงเผยแพร่ในการจัดงานส่งเสริมด้าน ประเพณี และวัฒนธรรมต่างๆ ได้แก่ งานประเพณีแข่งเรือหน้าพระที่นั่ง งานส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมที่จัดโดยหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในพื้นที่ จังหวัดนราธิวาส และต่างจังหวัด รวมทั้งในกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๐ –ปัจจุบัน
ไฟล์มัลติมีเดีย

  • Voting
    (0 โหวต)
  • Hits
    27834 views