พิมพ์

ซอสามสาย

ชื่อรายการ
ซอสามสาย
ปีที่ขึ้นทะเบียน
พ.ศ. ๒๕๕๕
ภูมิภาค
ภาคกลาง
สาระสำคัญโดยรวม

ซอสามสาย หมายถึง เครื่องดนตรีประเภทสีมีสามสายของไทย ทำให้เกิดเสียงโดยการอาศัยคันชักสีลากไปมาบนสายซอ จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบว่ามีมาแต่ครั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี และนิยมบรรเลงมาจนสมัยกรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี จวบจนสมัยกรุงรัตนโกสินทร์  

การประดิษฐ์เครื่องดนตรีชนิดนี้ทำอย่างวิจิตรบรรจงเพื่ออรรถประโยชน์ในการบรรเลงและเพื่อความงดงาม ดังนี้ ๑.เทริด   เป็นส่วนที่อยู่ด้านบนสุดเหนือทวนบน ๒.ทวนบนเป็นส่วนของคันซอ ทำด้วยไม้แก่นเช่น ไม้พยุง ไม้ชิงชัน ไม้มะเกลือ ๓.ลูกบิดมี ๓ อัน๔.ทวนล่างนิยมทำด้วย ถมเงิน ถมทอง มุก  ๕.พรมบนเป็นส่วนที่เชื่อมต่อระหว่างทวนล่างกับกระโหลก ๖.กะโหลกทำด้วยกะลามะพร้าวพันธุ์ซอที่มีกะลานูนออกมา 3 ปุ่มเรียกว่า “ปุ่มสามเส้า” ๗.หนังหน้าซอนิยมใช้หนังลูกวัว หนังแพะ หนังแกะ ๘.สายใช้ไหมมาควั่นเกลียว  ๙.หย่องรองรับสายทั้งสามที่พาดผ่านหน้าซอ ๑๐.ถ่วงหน้าเป็นโลหะประดับด้วยพลอยติดไว้ที่หน้าซอเพื่อความสวยงามและให้เสียงซอดังกังวาน ๑๑.หนวดพราหมณ์เป็นการร้อยสายไหมถักเป็นเกลียวยึดกับพรมล่างใช้ผูกสายซอ ๑๒.พรมล่างเป็นส่วนล่างที่เชื่อมต่อระหว่างกระโหลก ๑๓.เกลียวเจดีย์เป็นส่วนปลายของพรมล่าง ๑๔.คันชักทำด้วยไม้แก้ว ไม้พยุง ไม้ชิงชัน ผูกติดด้วยหางม้าสีขาว

การบรรเลงซอสามสายมีวิธีการบรรเลงสองประเภท คือ การบรรเลงรวมวงและการบรรเลงคลอร้องในวงขับไม้ วงมโหรี วงเครื่องสายผสม ในการบรรเลงคลอร้องนั้นซอสามสายมีหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือนักร้องโดยให้ต้องคลอร้องให้เหมือนการร้องของนักร้องให้เหมาะสมให้มากที่สุด เทคนิคการบรรเลงซอสามสายนั้นมีความประณีต ลึกซึ้ง วิจิตรบรรจง  ทั้งการสีแบบขับไม้ การสีแบบไกวเปล   การสีแบบฉุยฉาย    การใช้คันชักหนึ่ง สอง สี่ หก แปด หรือสิบหก  คันชักสะอึก น้ำไหล งูเลื้อย สำหรับการใช้นิ้วมีหลายอย่าง อาทิ นิ้วชุน นิ้วแอ้ นิ้วนาคสะดุ้ง นิ้วประนิ้วพรม การเปิดซอ ชะงักซอ ชะงักคันชัก

ซอสามสายเป็นเครื่องดนตรีสำคัญที่ใช้ประกอบการบรรเลงในพระราชพิธี เช่น พระราชพิธีสมโภชขึ้นพระอู่ พระราชพิธีสมโภชขึ้นระวางพระคชาธาร บรรเลงในวงขับไม้ วงมโหรี และบรรเลงประกอบการแสดงบางชุด ในปัจจุบันสำนักดนตรีและสถาบันการศึกษายังคงมีการสืบทอด และเผยแพร่ในสื่อต่างๆ

สาขา/ประเภท
  • Voting
    (0 โหวต)
  • Hits
    6032 views