พิมพ์

กระจับปี่

ชื่อรายการ
กระจับปี่
ปีที่ขึ้นทะเบียน
พ.ศ. ๒๕๕๔
ภูมิภาค
ภาคเหนือ
สาระสำคัญโดยรวม

         กระจับปี่ เป็นเครื่องดนตรีไทยที่มีสายประเภทหนึ่งของไทย มีสายสี่สาย บรรเลงด้วยการดีดเช่นเดียวกับพิณเปี๊ยะและพิณอื่นๆ กระจับปี่มีส่วนประกอบดังนี้ คือ

              กะโหลก หรือกระพุ้งเสียง ทำด้วยไม้สัก ไม้ขนุน ไม้ปุ่มมะค่า ไม้ประดู่แดง ฯลฯ มาขุดขึ้นรูปให้มีลักษณะมนรีเหมือน
รูปไข่ ภายในขุดให้เป็นโพรงเพื่อเป็นประโยชน์ในการกำธรของเสียง โดยติดประกบด้านหน้าด้วยไม้แผ่นหน้าที่อาจใช้แข็งหรือไม้เนื้ออ่อน เช่น ไม้สมพงศ์ซึ่งเป็นไม้ที่ใช้ทำหน้าขิมมาประกบไว้ และอาจเจาะรูตรงกลางเพื่อระบายเสียงเพิ่มความดังกังวานให้กระจับปี่มากยิ่งขึ้น

             คันทวน ทำด้วยไม้ท่อน เช่น ไม้สัก ไม้ขนุน ไม้แก่นจันทร์ ไม้แก้ว ไม้พยุง ฯลฯ คันทวนนี้จะกลึงด้านหลังมีลักษณะมน แต่กลึงด้านหน้าให้มีลักษณะแบนเพื่อประโยชน์ในการติดนม ในส่วนด้านก่อนถึงปลายคันทวนจะมีการเจาะร่องเป็นรางลูกบิด โดยเจาะรูสำหรับใส่ลูกบิดด้านละสองลูก จากนั้นปลายคันทวนจะทำให้แบนและมีด้านปลายที่บานขยายแผ่ออกไป โดยจะแอ่นโค้งงอนไปทางด้านหลังเพื่อความสวยงาม

             รางลูกบิด อยู่ด้านเกือบส่วนปลายของคันทวนโดยเจาะร่องเป็นรางใส่ลูกบิดทั้งสี่ลูก เพื่อการร้อยสายส่วนที่เหลือเก็บไว้ในร่องลูกบิดนี้ คล้ายรางไหมของจะเข้ โดยเจาะรูสำหรับใส่ลูกบิดด้านละสองลูก

          ลูกบิด ทำด้วยไม้เนื้อแข็งชนิดต่างๆ ไม้ประกอบงาช้างหรือกระดูก แม้แต่ทำด้วยงาช้างก็มี กลึงด้านปลายเป็นลักษณะต่างๆเพื่อความสวยงาม และเจาะรูตรงปลายเพื่อใช้พันสาย

              ซุ้มหย่อง ทำจากไม้ กระดูก หรืองาช้าง มีลักษณะเหมือนซุ้มประตูมียอดแหลม ตรงกลางเจาะให้โปร่งเพื่อประโยชน์ในการพาดสายให้ผ่านลงไปในรางลูกบิด

               นม ทำด้วยไม้เล็กประมาณ ๑๑-๑๒  ชิ้น โดยติดไว้ที่ด้านหน้าของคันทวนเพื่อใช้กดสายให้เกิดเสียงสูงต่ำตามต้องการ

               หย่อง  ทำด้วยไม้ตัดเป็นทรงแบนๆ วางไว้ที่ด้านหน้ากะโหลกเพื่อรองรับสายไม่ให้ติดราบไปบนนมของกระจับปี่

               สาย นิยมใช้สายไหมควั่นเป็นเกลียว สายไนลอน หรือสายลวด

               ไม้ดีด ใช้ไม้หรือกระดูกสัตว์ ฝนให้เป็นแผ่นบางๆ ทรงใบมะยม หรือทำเป็นไม้ดีดคล้ายไม้ดีดจะเข้แต่เหลาให้สั้นกว่า

               กระจับปี่เป็นเครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลงคู่กับซอสามสายในวงมโหรีตั้งแต่โบราณ ได้แก่ วงมโหรีเครื่องสาม วงมโหรีเครื่องสี่ วงมโหรีเครื่องหก วงมโหรีเครื่องแปด วงมโหรีเครื่องเก้า วงมโหรีเครื่องสิบ ไปจนถึงวงมโหรีในยุคปัจจุบัน แม้ในตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์ก็ยังปรากฏภาพกระจับปี่บรรเลงร่วมอยู่ในวงมโหรีด้วย ต่อมาเมื่อวงมโหรีในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ได้มีการเพิ่มเครื่องดนตรีขึ้นอีกหลายชิ้นเพื่อขยายวงให้มีเครื่องดนตรีมากขึ้น   กระจับปี่ที่มีน้ำหนักมากและมีเสียงเบาจึงถูกเครื่องดนตรีอื่นๆกลบเสียงจนไม่ได้ยิน โดยเฉพาะเมื่อมีการนำจะเข้เข้ามาร่วมบรรเลงในวงมโหรีเครื่องสายต่างๆ  จะเข้นั้นดีดได้สะดวก คล่องแคล่ว และมีเสียงดังกว่ากระจับปี่   เมื่อมาบรรเลงในวงเดียวกัน จึงทำให้กระจับปี่ไม่เป็นที่นิยมตั้งแต่นั้นมา 

               ปัจจุบัน แม้กระจับปี่ยังไม่ถึงกับหายสาบสูญไปจากสังคมไทยเสียทีเดียว แต่หาผู้บรรเลงกระจับปี่หรือผู้ถ่ายทอดการดีดกระจับปี่แทบไม่ได้เลย ผู้สนใจที่จะศึกษาการดีดกระจับปี่อย่างแท้จริงก็ไม่ปรากฏอย่างเด่นชัด แต่กระนั้นกระจับปี่ก็เป็นเครื่องดนตรีที่เปี่ยมล้นด้วยคุณค่าและถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมการดนตรีของไทยอีกชิ้นหนึ่งที่จำเป็นต้องได้รับการปกปักรักษาไว้ให้ยังคงอยู่ ไม่ให้สูญหายไปจากแผ่นดินไทย  

สาขา/ประเภท
  • Voting
    (0 โหวต)
  • Hits
    22729 views