พิมพ์

ฟ้อนม่านมุ้ยเชียงตา

ชื่อรายการ
ฟ้อนม่านมุ้ยเชียงตา
ปีที่ขึ้นทะเบียน
พ.ศ. ๒๕๕๕
ภูมิภาค
ภาคเหนือ
สาระสำคัญโดยรวม

ฟ้อนม่ายมุ้ยเชียงตา เป็นการฟ้อนแบบหนึ่ง มีทั้งฟ้อนมือเปล่า และฟ้อนโดยถือแพรยาวคนละผืน การฟ้อนเป็นการฟ้อน ประกอบบทขับร้อง และประกอบดนตรี เพลงม่านมุ้ยเชียงตาเป็นทำนองไทยภาคเหนือ สำเนียงเพลงพม่า เครื่องภาษาจำพวกเครื่องหนังมีทั้งของไทยภาคกลางและมอญ-พม่าผสมกัน

ส่วนเนื้อร้องนั้นไทยเข้าใจว่าเป็นภาษาพม่า แต่เมื่อนำไปให้พม่าฟังก็ไม่สามารถฟังออกได้ แต่มีกระแสเสียงพม่า จึงอาจสันนิฐานได้ว่าเดิมคงเป็นของไทยแล้วตกไปอยู่ในพม่าแล้วไทยภาคเหนือรับกลับมาอีกหน ถ้อยคำการขับร้องเพลงดนตรีจึงได้รับอิทธิพลของไทยแม้กระบวนท่ารำก็มีท่าของไทยปะปนเข้าไปมาก

ฟ้อนม่านมุ้ยเชียงตานี้ พระราชชายาเจ้าดารารัศมี ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯ ให้ปรับปรุงมาจากฟ้อนกำเป้อ หรือระบำผีเสื้อ โดยให้แต่งกายแบบสตรีในพระราชสำนักของพม่า ทั้งปรับกระบวนรำให้งดงาม ใช้ผู้ฟ้อน ๑๖ คน โดยมีครูฟ้อนในคุ้มเจ้าหลวง (เจ้าอินทวโรรสฯ) และคุ้มวัง(พระราชชายาฯ) ประกอบด้วยหม่อมแส หม่อมพัน ณ เชียงใหม่ ครูหลง บุญจูหลง และเมื่อคุณครูลมุล ยมะคุปต์ ครูละครวังสวนกุหลาบเป็นผู้สอน ขึ้นไปเป็นครูนาฏศิลป์ในคุ้มเจ้าหลวง ได้นำเอาศิลปะการฟ้อนรำของภาคกลางขึ้นไปปรับปรุงโดยมีครูสงัด ยมะคุปต์ สามีขึ้นไปสอนปี่พาทย์ด้วย การฟ้อนม่านมุ้ยเชียงตา จึงมีความเป็นไทยและงดงามยิ่งขึ้น พระราชชายาเจ้าดารารัศมี ได้นำทูลเกล้าแสดงถวายพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี เมื่อครั้งเสด็จเยือนมณฑลพายัพ เมื่อปี พ.ศ.๒๔๖๙ ภายหลังเมื่อสร้างโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง ทรงตระหนักในความงดงามของการแสดงชุดนี้ มีพระราชประสงค์ให้พระราชชายาฯ จัดการแสดงชุดนี้เนื่องในโอกาสเปิดโรงมหรสพหลวง จึงให้เจ้าพระยาวรพงษ์พิพัฒน์ (ม.ร.ว.เย็น อิศรเสนา) ซึ่งกำกับกระทรวงวัง มีพระราชโทรเลขไปถึงพระราชชายาฯ ทรงโทรเลขตอบกลับลงมาว่า คุณครูลมุล และคุณครูสงัด ยมคุปต์ ได้กลับลงมากรุงเทพฯแล้ว ต่อมาครูทั้งสองท่านจึงได้ถ่ายทอดท่ารำ เพลงและการขับร้องให้กับละครหลวงได้แสดงแสดงในโอกาสเปิด โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง เมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๗๖ หนึ่งผู้แสดงครั้งแรกในกรุงเทพครั้งนั้น คือคุณครูจำเรียง พุธประดับ ศิลปินแห่งชาติ สาขานาฏศิลป์ไทย (ละคร)

สถานภาพของฟ้อนม่านมุ้ยเชียงตาในปัจจุบันมีโอกาสในการนำออกแสดงน้อยมาก แต่ยังคงมีการอนุรักษ์ถ่ายทอดไว้ในสถาบันการศึกษา ในเครือของวิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม โดยเฉพาะวิทยาลัยนาฏศิลปเชียงใหม่ และวิทยาลัยนาฏศิลปกรุงเทพ สำหรับเพลงม่านมุ้ยเชียงตายังมีบทบาทเป็นเพลงขับกล่อมสำหรับวงปี่พาทย์มอญในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่คลี่คลายไปตามสถานการณ์ และมีการนำท่วงทำนองและจังหวะดนตรีของม่านมุ้ยเชียงตา มาใช้ในการขับกล่อมในวงดนตรีพื้นเมืองล้านนาและวงดนตรีร่วมสมัย

  • Voting
    (0 โหวต)
  • Hits
    9806 views