พิมพ์

ฟ้อนเมืองก๋ายลาย

ชื่อรายการ
ฟ้อนเมืองก๋ายลาย
ปีที่ขึ้นทะเบียน
ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน
ภูมิภาค
ภาคเหนือ
จังหวัด
สาระสำคัญโดยรวม

       

    ฟ้อมเมืองก๋ายลายเป็นการฟ้อนพื้นบ้านที่มีการปรับเปลี่ยนท่าฟ้อนโดยนำลีลาท่าฟ้อนเชิง (ลาย) เข้าไปผสมผสานกับท่าฟ้อนรำ ทั้งนี้เพราะ ฟ้อนเมือง หมายถึง การฟ้อนพื้นบ้านในล้านนา กลาย (อ่านว่า  ก๋าย) หมายถึง การปรับเปลี่ยนลีลาท่าฟ้อน และ ลาย มีความหมายเช่นเดียวกับคำว่า เชิง ในที่นี้หมายถึง ลีลาการร่ายรำ ซึ่งเป็นส่วนประกอบหนึ่งในศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวของชาวล้านนา ฟ้อนเมืองก๋ายลายได้มีการค้นพบโดยนายสุชาติ กันชัย และนายสนั่น ธรรมธิ อดีตสมาชิกของชมรมพื้นบ้านล้านนาสโมสรนักศึกษมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อประมาณปลายปี พ.ศ.๒๕๓๑

       ในปัจจุบันแม่ครูฟ้อนเมืองก๋ายลาย  ของบ้านเหล่าแสนตอง  มีเหลืออยู่เพียงคนเดียว  คือ  แม่ครูเตรียมต๋า  วงศ์วาน  จากทั้งหมดในรุ่นราวคราวเดียวกันคือ

๑.     แม่ต๋า    ปัญญารัตน์

๒.    แม่เตรียมต๋า   วงศ์วาน

๓.    แม่ประมวล    เรือนคำ (แม่งา)

๔.    แม่อร   เรือนคำ

๕.    แม่ชื่น   กาวิละ

                จากการสัมภาษณ์แม่ครู  แม่ครูเล่าว่าได้เรียนการฟ้อนชนิดนี้มาจากแม่ก๋องแก้ว  ซึ่งเป็นแม่ของแม่ครูเอง  และได้กล่าวถึงการฟ้อนในอดีตว่า  ช่างฟ้อนแต่ละคนก็มีพื้นฐานในการฟ้อนอยู่บ้างแล้วแต่ท่าฟ้อนนั้นมีความแตกต่างกันบ้างเมื่อมาฟ้อนร่วมกันจึงมีการตกลงเรื่องท่าฟ้อนให้มีท่าเดียวกันหลังจากนั้นก็ได้ติดตามคณะศรัทธาวัดไปแสดงในงานบุญ  ต่าง ๆ โดยเฉพาะงานฉลองถาวรวัตถุที่เรียกว่า “ปอยหลวง” การฟ้อนแต่ละครั้ง ได้รับความ  ชื่นชมจากผู้ที่ได้พบเห็นเป็นประจำ   จนถึงกับมีคนกล่าวกันว่า “หากงานบุญใดถ้าไม่ได้เห็นการฟ้อนเมืองก๋ายลายของช่างฟ้อนบ้านเหล่าแสนตอง จะไม่เดินทางกลับ  ต้องรอชมการฟ้อนชุดนี้ก่อน”

                ท่าฟ้อนเมืองก๋ายลายที่แม่ครูได้รับการสืบทอดมานั้น มีอยู่ทั้งหมด  ๑๒  ท่า

ความสำคัญ/หลักการเหตุผล
การฟ้อนก๋ายลายนั้นสันนิษฐานกันว่าคงมีมานานกว่า ๑๐๐ กว่าปีมาแล้ว โดยมีการสืบทอดกันรุ่นสู่รุ่น ชื่อของการฟ้อนแบบนี้ น่าจะหมายถึงฟ้อนพื้นบ้านที่มีการปรับเปลี่ยนท่าฟ้อนโดยนำลีลาท่าฟ้อนเชิง (ลาย) เข้าไปผสมผสานกับท่าฟ้อนรำ ทั้งนี้เพราะ ฟ้อนเมือง หมายถึง การฟ้อนพื้นบ้านในล้านนา กลาย (อ่านว่า ก๋าย) หมายถึง การปรับเปลี่ยนลีลาท่าฟ้อน และ ลาย มีความหมายเช่นเดียวกับคำว่า เชิง ในที่นี้หมายถึง ลีลาการร่ายรำ ซึ่งเป็นส่วนประกอบหนึ่งในศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวของชาวล้านนา ฟ้อนเมืองก๋ายลายได้มีการค้นพบโดยนายสุชาติ กันชัย และนายสนั่น ธรรมธิ อดีตสมาชิกของชมรมพื้นบ้านล้านนาสโมสรนักศึกษมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อประมาณปลายปี พ.ศ.๒๕๓๑
สถานะภาพองค์ความรู้ที่มีอยู่
ซึ่งใช้วงกลองมองเซิงดีให้จังหวะในการฟ้อน การแต่งกายก็ไม่ใคร่พิถีพิถันนักคือ ถ้าไปงานบุญอยู่ในชุดใดก็ฟ้อนได้และใครจะมาร่วมฟ้อนด้วยก็ได้ เป็นการฟ้อนที่แสดงออกถึงความปิติในงานบุญที่จะทำร่วมกัน
ปัจจุบันแม่ครูเตรียมต๋า วงศ์วานมีอายุ ๗๗ ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ ๑๐ บ้านเหล่าแสนตอง หมู่ ๙ ตำบลสะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ และยังมีความจำแม่นยำ สามารถถ่ายทอดการฟ้อนชนิดนี้ได้ และแม่ครูได้รับรางวัลต่างๆ อันเป็นที่น่าภาคภูมิใจในความเป็นศิลปินพื้นบ้านดังนี้
- ชมรมพื้นบ้านล้านนาของสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ยกย่องให้เป็นครูของชมรมพื้นบ้านล้านนา เมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๓๗
- ได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินดีเด่นด้านการฟ้อนเมืองก๋ายลาย จากสภาวัฒนธรรมอำเภอ
สะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. ๒๕๔๘
- ได้รับรางวัลศิลปินดีเด่นของจังหวัดเชียงใหม่สาขานันทนาการ ของสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. ๒๕๔๙

สถานภาพของการฟ้อนเมืองก๋ายลายของบ้านเหล่าแสนตอง ในปัจจุบันอยู่ในความเสี่ยงที่จะสูญหายในอนาคต เพราะศิลปินมีเหลืออยู่เพียงคนเดียว และไม่มีการสืบทอดในท้องถิ่น ท่าฟ้อนทั้ง ๑๒ ท่า ที่เคยมีการถ่ายทอดไป ก็มีการประยุกต์ท่าฟ้อนออกไปมากมาย จนแทบไม่เห็นร่องรอยของแม่ท่าเดิมก็มี ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการจัดเก็บข้อมูล การฟ้อนก๋ายลาย ของแม่ครูเตรียมต๋า วงศ์วาน เอาไว้เพื่อที่จะได้เป็นข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาเกี่ยวกับการฟ้อนเมืองก๋ายลาย และการฟื้นฟูสืบสานต่อไปในอนาคต
สาขา/ประเภท
กระบวนท่า
๑. ท่าไหว้
เมื่อได้จังหวะของดนตรีซึ่งจะนับจังหวะจากเสียงฆ้อง ที่ดัง “โหม่ง” ช่างฟ้อนก็จะย่อพร้อมทั้งยกมือไหว้ หัวแม่มือจรระหว่างคิ้วเป็นการแสดงความเคารพถึงพระรัตนตรัยและครูบาอาจารย์และถือเป็นท่าแรกในการฟ้อน

๒. ท่าบิดบัวบานแคบ
มือซ้ายจีบคว่ำ มือขวาตั้งวง ข้อมือชนกันยกไว้ระดับใบหน้า โดยห่างจากหน้าพอประมาณจากนั้นหมุนข้อมือซ้าย คลายจีบ บิดข้อมือขึ้นโดยที่ข้อมือทั้งสองข้างจะชนกันแล้วเปลี่ยนเอามือขวาจีบคว่ำ มือซ้ายตั้งวงข้อมือชนกัน สลับไปมา ๔ รอบ

๓. ท่าเสือลากหาง
หลังจากบิดบัวบานครบตามจังหวะดนตรีแล้ว มือซ้ายจีบคว่ำ วาดแขนซ้ายออกไปด้านหลัง ทอดแขนให้ตึงมือซ้ายจับจีบ มือขวาคลายจีบ ตั้งศอก ย่อตามจังหวะดนตรี ๒ รอบ จากนั้นสลับข้างกันโดยใช้มือขวาจีบหงายแล้วม้วนสอดลงไปข้างหลัง ทอดแขนให้ตึงมือขวาจับจีบ มือซ้ายจับจีบ ยกขึ้นตั้งศอก คลายจีบ ทำเช่นนี้สลับไปมาจนครบจังหวะ

๔. ท่ากาตากปีก
มือทั้ง ๒ ตั้งวงระดับไหล่ชิดกันตรงหน้าแล้วแยกมือกางแขนออกไปทั้ง ๒ ข้าง เหยียดให้ตึง ย่อตามจังหวะเพลงจนครบจังหวะ

๕. ท่าแทงบ่วง
ยกมือทั้ง ๒ ข้าง ตั้งศอกจีบคว่ำ ระดับศีรษะ ย่อเพียง ๑ จังหวะแล้วจีบมือทั้งสองข้าง ตรงหน้าระดับเอวแล้วม้วนลอดใต้แขน ส่งทอดออกไปข้างหลัง ทอดแขนให้ตึงไปทั้งสองข้าง พร้อมกับก้าวเท้าเดินไปครบ ๔ จังหวะ ตามจังหวะเสียงดนตรี

๖. ท่าวาดหลัง
มือซ้ายจีบวางตรงบั้นเอว มือขวายกขึ้นตั้งวง เอนตัวไปข้างหลัง ตวัดข้อมือขวามาด้านหน้าอ้อมศีรษะ จากนั้นตั้งศอกจีบเข้าหาลำตัว แล้วเปลี่ยนเอามือขวาจีบไว้ที่บั้นเอว มือซ้ายตั้งวง เอนตัวไปข้างหลัง ตวัดข้อมือซ้ายมาด้านหน้าอ้อมศีรษะ จากนั้นตั้งศอกจีบเข้าหาลำตัว ทำเช่นนี้จนครบจังหวะ

๗. ท่าวาดแอว
ตวัดมือซ้ายและมือขวา โดยจีบมือขวาไว้ที่บั้นเอวซ้าย มือซ้ายส่งจีบทอดแขนไปข้างหลังย่อตามจังหวะแล้วสลับมือ โดยตวัดมือทั้ง ๒ ข้างขึ้นมา คลายจีบ จากนั้นส่งจีบมือซ้ายไว้ที่บั้นเอวขวา มือขวาส่งจีบทอดแขนไปข้างหลังแล้วย่อจนครบจังหวะ

๘. ท่ายกเข่า
โดยตวัดมือทั้ง ๒ ข้างขึ้นมา คลายจีบด้านข้าง พร้อมยกเข่าขึ้นมาเล็กน้อยพองาม ทำสลับกัน ซ้ายขวาจนครบตามจังหวะ

๙. ท่าแลกลาย (เต็กลาย)
ช่างฟ้อนจะหันหน้าเข้าหากัน มือซ้ายจีบหงายไว้ที่บั้นเอว มือขวาตั้งศอกจีบหงายตวัดข้อมือคลายจีบ ตั้งวงหันหน้าเข้าหากัน จากหันหน้าตรงนั้นตวัดมือทั้ง ๒ ข้างขึ้นมา ตั้งวงด้านหน้าแล้วตวัดมือลงจีบมือขวาไว้ที่บั้นเอวซ้าย มือซ้ายส่งจีบทอดแขนไปข้างหลังแขนตึง ตวัดมือซ้ายทั้ง ๒ข้างขึ้นมาตั้งวงเหนือศีรษะ (คล้ายท่าบังสุริยา) เอนตัวไปด้านหลัง เคลื่อนมือซ้ายไปด้านขวาอ้อมมือไปด้านหลังศีรษะ เคลื่อนไปด้านซ้ายอ้อมมือไปด้านหน้า คลายจีบแหงนหน้าเข้าหากันกับคู่ของตน จนครบ ๒ จังหวะ

๑๐. ท่านั่งลาย
ค่อยๆย่อตัวลงตามจังหวะเพลง นั่งยองๆ มือขวาตั้งศอกขึ้นด้านหน้าคลายจีบ มือซ้ายจีบใต้ศอกขวาส่งจีบเข้าหาตัว สลับไปมาจนครบจังหวะ
๑๑. ท่าบิดบัวบานกว้าง
ยกมือซ้ายขึ้นจีบคว่ำ มือขวาตั้งวง ข้อมือจะไอยู่ในระยะที่ห่างกันยกไว้ระดับใบหน้า โดยห่างจากหน้าพอประมาณจากนั้นหมุนข้อมือซ้าย คลายจีบ บิดข้อมือขึ้นโดยที่ข้อมือทั้งสองข้างจะหันเข้าหากันแต่จะไม่ชิดกันหรือชนกันเหมือนบิดบัวบานแคบแล้วเปลี่ยนเอามือขวาจีบคว่ำ มือซ้ายตั้งวงข้อมือ สลับไปมา ๔ รอบ

๑๒.ท่าเข่าไหว้
ตั้งวงด้านหน้าระดับอก เคลื่อนไหวตามจังหวะเพลง แล้วประกบมือทั้ง ๒ ข้างยกมือไหว้ระดับอกในท่านั่ง
ข้อมูลผู้บอกรายละเอียด
ณ บ้านเหล่าแสนตอง หมู่ที่ ๙ ตำบลสะเมิงใต้
อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ และบ้านแม่ครูเตรียมต๋า วงศ์วาน เลขที่ ๑๐ บ้านเหล่าแสนตอง หมู่ ๙ ตำบล สะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเดือน มิถุนายน – สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๐ จัดเก็บข้อมูลโดย นางสาวพวงผกา หลักเมือง จังหวัดเชียงใหม่
สภาพปัจจุบัน
สถานภาพของการฟ้อนเมืองก๋ายลายของบ้านเหล่าแสนตอง ในปัจจุบันอยู่ในความเสี่ยงที่จะสูญหายในอนาคต เพราะศิลปินมีเหลืออยู่เพียงคนเดียว และไม่มีการสืบทอดในท้องถิ่น ท่าฟ้อนทั้ง ๑๒ ท่า ที่เคยมีการถ่ายทอดไป ก็มีการประยุกต์ท่าฟ้อนออกไปมากมาย จนแทบไม่เห็นร่องรอยของแม่ท่าเดิมก็มี ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการจัดเก็บข้อมูล การฟ้อนก๋ายลาย ของแม่ครูเตรียมต๋า วงศ์วาน เอาไว้เพื่อที่จะได้เป็นข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาเกี่ยวกับการฟ้อนเมืองก๋ายลาย และการฟื้นฟูสืบสานต่อไปในอนาคต