พิมพ์

หุ่นเชิดจีนกาเหล้

ชื่อรายการ
หุ่นเชิดจีนกาเหล้
ปีที่ขึ้นทะเบียน
ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน
ภูมิภาค
ภาคใต้
จังหวัด
สาระสำคัญโดยรวม

          คณะหุ่นเชิดจีน ในจังหวัดภูเก็ต ที่เรียกว่า กาเหล้นี้  มีการแสดงมาตั้งแต่อดีต  โดยนายเทียนศักดิ์ องค์พฤกษา หรือแป๊ะถาว  ได้รับสืบทอดมาจาก แป๊ะอิ๋น  ซึ่งเป็นบิดา  เชื่อว่าเป็นมรดกตกทอดมาจากเมืองจีน  ซึ่งแป๊ะอิ๋น ได้นำมาจากประเทศจีน  ซึ่งการแสดงหุ่นเชิดจีนกาเหล้  ในโอกาสต่าง ๆ ดังนี้

๑.     เทศกาลไหว้เทวดา

๒.     การรับจ้างวานให้แสดงแก้บน

๓.     การรับจ้างวานให้แสดงสาธิตในงานมงคลต่าง ๆ

๑.     เทศกาลไว้เทวดา

การบูชาเทวดาหรือเทพเจ้าสูงสุดบนสวรรค์ เป็นความเชื่อของคนจีน เพื่อให้เทวดาปกป้อง

คุ้มครองมนุษย์ พิธีกรรมนี้ จัดอยู่ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งเรียกตามภาษาจีนว่า เจี๋ยโหง๋ยโช้ยก้าว คือ เดือน ๑ ขึ้น ๙ ค่ำหรือตรงกับปฏิทินไทย ที่เรียกว่า เดือน ๓

การบูชาเทวดา แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท

          ๑ . การบูชาเทวดาชนิดที่ไม่มีของคาว คือพวกเนื้อสัตว์ เช่น ในพิธีกินผัก ชาวบ้านเรียกว่า เจี้ยฉ่ายและพิธีงานวันเกิดเทพเจ้า เช่น วันเกิดเจ้าแม่กวนอิม หรือเรียกว่า แซยิด จะไม่มีเนื้อสัตว์ หอย ปู ปลา

          ๒. การบูชาเทพเจ้าที่มีของคาว เช่น ในวันตรุษจีน ส่วนใหญ่ คนไทยเชื้อสายจีนในปัจจุบัน มักใช้สิ่งของบูชาเทวดา ที่เป็นของคาว เช่น เนื้อสัตว์ต่างๆ

การจัดเตรียมบูชาเทวดา

          ชาวภูเก็ตเชื้อสายจีน จะตั้งโต๊ะบูชาเทวดาฟ้าดิน ดังนี้

          การตั้งโต๊ะบูชา จะพยายามตั้งโต๊ะให้สูงที่สุด เพื่อจะได้ใกล้สวรรค์ ด้วยความเชื่อ ว่าเป็นที่อยู่ของ”เทวดา”  หรือ “ทีกง” ในภาษาฮกเกี้ยน บางบ้านต่อขาเก้าอี่และโต๊ะถึง ๓ ชั้น เพื่อตั้งโต๊ะบูชา บางโต๊ะปูผ้าแดงและปิดหน้าโต๊ะด้วยผู้สีแดงปักลายมังกรอย่างวิจิตรพิสดาร  เรียกว่า “โต๊ะอุ๋ย” หน้าโต๊ะบูชาตกแต่งด้วยอ้อยคู่ ตกแต่งด้วยกระดาษสา แกะสลักเป็นริ้วสีเหลืองปลิวไสยยามลมพัด  ข้ออ้อยแต่ละข้อประดับกระดาษแดง ตัดลายฉลุเช่นเดียวกับของเซ่นทุกชนิดที่นิยมตกแต่งด้วยกระดาษแดงแต่ลายฉลุวิจิตรงดงามมาก  อันเป็นที่มาของศิลปะการตัดกระดาษเป็นลวดลายต่าง ๆ ริมขอบโต๊ะ    ด้านนอกวางน้ำตาลกรวดหล่อเป็นรูปเจดีย์เรียกว่า       “ง่อสิ่ว" ของไหว้แบ่งไปตามความเชื่อ บางบ้านอาจไหว้ของคาวเรียกว่า “ล่ำเซ้ง”  ซึ่งอาจมีไก่ตอนและหมูต้มชิ้นโต บางครอบครัวเชื่อว่าเทวดาเป็นเทพ ไม่รับประทานอาหารคาว  เช่น เนื้อสัตว์ก็จะไหว้เฉพาะของหวาน น้ำชาและผลไม้  ของหวานที่ใช้ไหว้มีความหมายและชื่อที่เป็นมงคล  ขนมถ้ววยฟู  ภาษาฮกเกี้ยนเรียกว่า ฮวดโก้ย (ฮวด แปลว่า เจริญ เฟื่องฟู โก้ย แปลว่า ขนม)  ข้าวเหนียวแดงกวน  (บีโก้) ตกแต่งบนจานขนมข้าวเหนียวแดงกวนด้วยไข่ต้มย้อมสีแดง  ของหวานที่สำคัญ คือขนมเต่า มี ๓ ชนิด ถ้าพิมพ์ลายเป็นตัวหนังสือเรียงว่า อังกู้  กลมแดงแต่ไม่มีลายเรียกว่า อั้งอี๋ (อั้ง แปลว่า แดง  อี๋ แปลว่า กลม) ขนมเต่ายาว ๆ พิมพ์คล้ายข้อนิ้วชี้ เรียกว่า อั้งด้าน  ไส้ขนมทั้ง ๓ ชนิด ทำจากถั่วเขียวและเลาะเปลือกกวนกับน้ำตาลทรายจนเหนียวปั้นได้  นอกจากนี้ขนมแห้งหลายชนิดผสมกับจันอับ  เรียกว่า แต่เหลี่ยว  ไหว้รวมกับเครื่องดื่มยอดนิยมของคนจีน คือ น้ำชา ๑๒ ถ้วย  ผลไม้จำเป็นสำหรับพิธีไหว้เจ้าของคนจีน ประกอบด้วยผลไม้ ๕ ชนิด คือ แตงโม ส้มจีน กล้วย สาลี่และสับปะรด  ซึ่งถือเป็นเคล็ดสำคัญในการไหว้  เพราะภาษาฮกเกี้ยน เรียก สับปะรด ว่า อ่องหลาย (อ่อง แปลว่า โชค หลายแปลว่า มา)  นอกจากนี้ บางบ้านยังนิยมไหว้ผลไม้ดองน้ำผึ้ง ที่มีรสหวาน  เช่น ลูกสมอดอง ภาษาฮกเกี้ยนเรียกขอดวงเหล่านี้ว่า “บิดเจี่ยน” (บิดแปลว่า น้ำผื้ง เจี่ยน แปลว่า ขนม)  สำหรับครอบครัวที่ไหว้ของคาว มักจะไหว้ข้าวสุกในถ้วยตะไลพูนถ้วย  เติมผลพุทธาแดงแห้ง ปักไว้ตรงกลาง คงเป็นเพราะเชื่อว่า ชื่อเป็นมงคล ซึ่งเรียกว่า “อั้งโจ้ว”  ซึ่งแปลว่า สีแดง

          การตั้งโต๊ะไหว้เทวดา หรืองานวันตรุษจีน จะมีคณะเชิดหุ่นกาเหล้ มีคนเชิดหุ่น และคณะเล่นดนตรี มาแสดงหน้าโต๊ะบูชา โดยแสดงเรื่องราว  เป็นภาษาจีน  และกล่าวคำอวยพร  ให้มีความเจริญรุ่งเรือง เสร็จแล้ว เจ้าของบ้านจะมอบของกำนัลให้คณะเชิดหุ่น เป็นค่าตอบแทนใส่ในซองสีแดง เรียกว่า อั่งเปา  โดยได้ถือปฏิบัติเป็นประเพณีของคนไทยเชื้อสายจีน ซึ่งตั้งอยู่บนถนนถลาง กระบี่ เยาวราช พังงา รัษฎา ดีบุก ปฏิพัทธ์ และถนนวิชิตสงคราม  ปัจจุบันหาดูได้ยาก  เนื่องจากการออกไปแสดงหุ่นตามบ้านที่ตั้งโต๊ะบูชา เป็นช่วงเวลาเที่ยงคืน ซึ่งต้องขออนุญาตจากสถานีตำรวจภูธร ก่อน  เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดว่ามีการหลอกลวงต้มตุ๋นชาวบ้าน

๑.     การรับจ้างวานให้แสดงแก้บน

              ในกรณีที่มีผู้จ้างวานให้แสดง เพื่อแก้บน  เนื่องจากไม่สบาย และบนไว้ว่าหากหายจากการเจ็บ

ป่วยจากจ้างคณะแสดงหุ่นจีนกาเหล้ มาแสดงให้เทวดาหรือเทพเจ้าได้ชม ซึ่งจะมีการตั้งโต๊ะบูชาเทวดา เช่นกัน

       ๓.  การรับจ้างวานให้แสดงสาธิตในงานมงคลต่าง ๆ

              ในกรณีที่มีผู้จ้างวานให้แสดงในงานพิธีการ มงคลต่าง ๆ เช่น งานขึ้นบ้านใหม่ , งานเปิดร้านค้าใหม่ เป็นต้น

            ทุกครั้งก่อนการแสดง ต้องบูชาเทพเจ้า ซึ่งเชื่อว่าในหุ่นแต่ละตัว มีเทพเจ้าประจำองค์ โดยการแสดงแต่ละครั้งถือว่า เป็นการแสดงให้เทพเจ้าได้ชมด้วย

สาขา/ประเภท
ลำดับขั้นตอนการแสดง
๑. ผู้เชิดหุ่น ใช้มือดึงเชือกที่ผูกโยงกับตัวหุ่น ทั้งแขนขาและคอ ตามจังหวะเรื่องราวที่เล่าของผู้แสดงเป็นภาษาจีนประกอบบท โดยมีเรื่องราวของหุ่นทั้ง ๓ ตัว ดังนี้
หุ่นตัวแรก ชื่อว่า เซ่งกั่งเอี๋ย ผู้รับราชโองการจากสวรรค์ มาประกาศจ้างข่าว มีใบหน้าสีแดง มีชื่อเรียกว่า “เตียนฮู้หง่วนโส่ย”คนหุ่นเชิดจะร้องว่า
เอี้ยน เก่ง ซง เที้ยน ก้าง เกอะ ข่าย, จี้ เต่ จื้อ เช่อ ซิ้ม จุ่น, ยิด หยก ฮ่อง เฉี่ยว เซ้ง ยิด, เลงง้อ ก้วน ลัก เหี๋ยน กิม, อ่อง ต๋อง เบ๋ง อ๋อง เซ่ง ตี้, เซี่ยน ตี้ เซ็อะ เซียน เตี่ยน ฮู้,
กี บี้ เจ่ง ข่าย เอียด เซ่อ, ต่าม ต่าม เชง เที้ยน ปู่ โห้, เซ่ง ก้าง เอี๋ย ก่า เล้ แปลความว่า:
อรุณกำลังจะรุ่ง สรรพสัตว์ต่างเริ่มตื่นจากฝัน เริ่มต้นชีวิตที่สดใส ต่างเดินตามลิขิตสวรรค์ องค์กุมารเซ่งกั่งเอี๋ยเตี่ยนฮู้หง่วนโส่ย รับบัญชาสวรรค์ เป็นผู้ควบคุมเครื่องสายทั้งหก วันนี้เป็นวันประสูติขององค์เทพเง็กเซียนฮ่องเต้ สรรพสัตว์ทั้งมวลในโลกมารวมกันน้อมเกล้ากราบกรานองค์เทพ ข้าขอร่วมเปิดการแสดง ณ บัดนี้
หุ่นตัวที่สอง หุ่นจอหง๋วน รูปร่างสะโอด สะอง หน้าตาหล่อเหลามาก คนเชิดหุ่นจะร้อง ว่า
ฮู้ เป๋ง สิ้ว เอี๋ย ข้าน เค็ว โห่ย, เอี๋ยน อ๋อง เค็ว จือ จู่ ฉ้อง, จือบ่าย ยอก ไต่ ปี้ จี้,
ซู หยิน เฮียะ กั่ว เจ็ว ไท้, จู่ จือ กุ่ย จิ้น ซอ ท้อก, จ้ง โข้ ยิบ ซิ้น ง๊ก เตี๋ยว, บิ๋น จื้อ กุ่น ง้อ ท้อก บุ่น,จง หงวน หลอง น่า เล้. แปลความว่า:
ข้าพเจ้าบัณฑิตผู้สอบได้จอหงวน ต่อหน้าพระพักตร์ จากสามัญชนจนได้บรรดาศักดิ์ ข้าขอปฏิภาณ จะทำนุบำรุงสุข ให้ราษฏร์อยู่เย็นเป็นสุข ด้วยความเมตตา ปราณี บัดนี้ได้เดินทางกลับมาร่วมกัน บูชาองค์เทพยดาแห่งสรวงสวรรค์ พร้อมกัน
หุ่นตัวที่สาม หุ่นฮูหยิน ชื่อ ส้อหยกหล๋าน คนเชิดหุ่นจะกล่าวร้อง ความว่า
ข้า ส้อหยกหลาน สตรีมีใจเข้มแข็งอดทน สมเป็นกุลสตรี ไม่เปลี่ยนแปลงดุจขุนเขาและมหาสมุทร วันสำคัญนี้ ขอแต่งโฉมด้วยอาภรณ์อันวิจิตร มาร่วมกับทุกท่าน ทุกเคหะสถานกราบไหว้เทพยดาฟ้าดิน ขอให้ทุกท่านจงรับพร อันเป็นมงคลจากเทพเทวดา อันศักดิ์สิทธิ์ ขอทุกท่านจงประสบแต่ความสุขสวัสดิ์ตลอดไปเทอญ
๒. นักตีฆ้อง จะถือฆ้องที่มือทั้งสองข้าง ข้างละใบ มีเสียงต่างกัน โดยสอดมือไปที่เชือก
ห้อยฆ้องแล้วถือไม้ ตีตามจังหวะ รับกับเสียงผู้ชักหุ่นที่กำลังเล่าเรื่องราวต่อหน้าเทพเทวดา
๓. นักเป่าปี่ เป่าปี่ เป็นจังหวะเสียง แต่-ตี๋-แต่ และอาจเป็นจังหวะเสียงเพลงก็ได้ เพื่อความ
ไพเราะ
๔. ผู้ส่งหุ่น เป็นผู้ช่วยผู้แสดง รับและส่งหุ่นที่นำมาเชิด ทั้ง ๓ ตัว
อุปกรณ์
เครื่องดนตรีประกอบการแสดง
เครื่องดนตรีประกอบการแสดง มี ๓ ชนิด ดังนี้
๑. ฆ้อง ๑ คู่ หรือเรียกตามภาษาจีนว่า ผ่าง มีลักษณะเป็นแผ่นเหล็กหนา กลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑๐ นิ้ว มีเชือกผูกโยง สำหรับให้มือสอดได้ แล้วใช้มือจับไม้ตีทั้ง ๒ ข้าง
๒. ปี่โย้ย เรียกว่า ปี่ตี้แต่ ๑ เลา เป่า แล้วมีเสียงดัง แต่ตี้แต่ ทำกับทองเหลือง ปัจจุบันปี่ดังกล่าว เสื่อมสภาพไม่สามารถใช้งานได้ จึงมักใช้ปี่อย่างอื่นแทนหากเจ้าภาพต้องการ หรือไม่ใช้เลย
๓. กลอง เรียกว่า กลองล่อก้อ มักจะนำมาใช้ร่วมกันในการแสดง เนื่องในงานประเพณีกินผัก โดยออกเดินตามพระจีน โปรดสัตว์ , ชมเมือง คณะหุ่นเชิดจีนกาเหล้ ก็เดินตามไปบนถนนในขบวนแห่พระจีน และจะเข้าไปแสดงหุ่นเชิด เพื่อบูชาเทพเจ้า และอวยพรให้เจ้าของบ้านที่จัดโต๊ะบูชาไว้หน้าบ้าน นั้น
ข้อมูลผู้บอกรายละเอียด
๑. คนเชิดหุ่น นายเทียนศักดิ์ องค์พฤกษา หรือเรียกกันว่า แป๊ะถาว อายุ ๗๖ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๓๖/๒๐ ซอยสุขสันต์ ถ.พัฒนาท้องถิ่น ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต
๒. นักตีฆ้อง นายทนงศักดิ์ ไตรศรี อยู่บ้านเลขที่ ๓๖/๒๐ ซอยสุขสันต์ ถ.พัฒนาท้องถิ่น ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต
ผู้ส่งหุ่น นางสาวยุวพร แซ่อ๋อง และน.ส.ยุฑาพร แซ่อ๋อง อยู่บ้านเลขที่ ๓๖/๒๐ ซอยสุขสันต์ ถ.พัฒนาท้องถิ่น ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต จ.
ผู้เก็บข้อมูล และวันเวลาที่เก็บ
นายสุพจน์ สงวนกิตติพันธุ์
นายทวิชาติ อินทรฤทธิ์
นางสาวอัจจิมา หนูคง
ว่าที่ ร.ต.บัญญัติ จริยะเลอพงษ์
นายเดชา ศรีสุพรรณ
นายธรรมนูญ แสวงวิทย์
นายชยต วิสารทพงศ์
นางปัทมา รุจีวงศ์
ไฟล์มัลติมีเดีย