พิมพ์

วงกลองยาวพื้นเมือง รร.ชลราษฏร์อำรุง ๒

ชื่อรายการ
วงกลองยาวพื้นเมือง รร.ชลราษฏร์อำรุง ๒
ปีที่ขึ้นทะเบียน
ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน
ภูมิภาค
ภาคกลาง
จังหวัด
สาระสำคัญโดยรวม

ในการจัดเก็บข้อมูลด้านศิลปะการแสดงตามโครงการภูมิบ้านภูมิเมืองครั้งนี้  ตามที่คณะผู้จัดทำได้เก็บข้อมูลการแสดงกลองยาวของวงกลองยาวพื้นเมืองโรงเรียนชลราษฎรอำรุง  ๒  โดยในการดำเนินการศึกษานั้น  คณะผู้จัดทำทำการเก็บข้อมูลทั้งศึกษาจากเอกสาร  ศึกษาจากการเก็บข้อมูลภาคสนาม  ในการศึกษาครั้งนี้สามารถสามารถสรุปได้ดังนี้

จากการศึกษาบริบทที่เกี่ยวข้องกับการเล่นกลองยาวของโรงเรียนชลราษฎร  ๒  นั้นพบว่า  โรงเรียนชลราษฎรอำรุง  ๒  มีการเริ่มเล่นกลองยาว และเริ่มมีการฝึกกันอย่างจริงจังในปี พ.ศ.  ๒๕๔๖  โดยผู้อำนวยการกิตติ  อัมระนันทน์  ได้มอบหมายให้กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะโดยอาจารย์ดรุณี  แพทยานนท์  เป็นผู้คิดท่ารำและศึกษาการตีกลองยาวเรื่อยมา  และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในปี พ. ศ. ๒๕๔๙ โดยได้รางวัลชนะเลิศการแข่งขันประกวดนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคกลาง (กลองยาว)  โดยกลองยาววงโรงเรียนชลราษฎรอำรุง ๒  ยังได้รับเกียรติให้ร่วมแสดง  ณ  ศูนย์วัฒนธรรมแห่งชาติเมื่อเดือนกรกฎาคม  ๒๕๔๙  ที่ผ่านมา   และในปัจจุบันนี้วงกลองยาววงนี้ก็ยังคงแสดงตามงานต่างๆที่ได้รับเชิญให้ไปแสดง  ซึ่งหัวหน้าวงคือผู้อำนวยการกิตติ  อัมระนันทน์  ได้กล่าวว่าต้องการที่จะนำวงกลองยาวของโรงเรียนออกแสดงบ่อยๆ  เพื่อให้เด็กแสดงออกและใช้เวลาว่างในทางที่ถูกต้อง  นอกจากนี้ท่านยังบอกว่าต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยให้อยู่คู่กับชาติไทยตลอดไปอีกด้วย  

ผลจากการศึกษาเกี่ยวกับการแสดงกลองยาวโรงเรียนชลราษฎรอำรุง  ๒  พบว่า  การแสดงกลองยาวของวงกลองยาวพื้นเมืองโรงเรียนชลราษฎรอำรุง  ๒  เป็นวงกลองยาวที่มีการแสดงที่ค่อนข้างมีแบบแผนโดยมีการจัดการแสดงเป็นชุดๆ เป็นขั้นเป็นตอนสามารถแบ่งการแสดงกลองยาวของวงกลองยาวโรงเรียนชลราษฎรอำรุง  ๒  ได้ดังนี้ ชุดที่  ๑  เป็นการโหมโรงกลองยาว  ชุดที่  ๒  เป็นการแสดงชุดพม่า  ชุดที่  ๓  เป็นการแสดงชุดรำกลองยาว (รำเถิดเทิง)  ชุดที่๔  เป็นการแสดงการรำต่อกลอง  โดยการแสดงแต่ละชุดนั้นต้องอาศัยการฝึกซ้อมจนมีความชำนาญและเชี่ยวชาญจึงแสดงออกมาได้อย่างดีมาจนถึงปัจจุบัน

ประวัติความเป็นมา
ประวัติความเป็นมาของการรำกลองยาว
รำกลองยาว เป็นการแสดงที่ประยุกต์มาจากการเล่น “เทิ้งบ้องกลองยาว” ของชาวบ้านโดยนำเอาจังหวะต่างๆ ของกลองยาวมาเรียบเรียงใหม่ และประดิษฐ์ท่ารำประกอบจังหวะให้เป็นมาตรฐานและดัดแปลงเครื่องแต่งกายจากชาวบ้านธรรมดาให้มีความประณีตมากขึ้น นอกจากนี้ยังเพิ่มเครื่องประดับตกแต่งให้มีสีสันสวยงามยิ่งขึ้นอีกด้วย การแสดงชุดเถิดเทิงนี้มีประวัติความเป็นมา คือ ในสมัยนายธนิต อยู่โพธิ์ เป็นอธิบดีกรมศิลปากร ได้มีการอนุรักษ์และเผยแพร่ดนตรีและนาฏศิลป์ไทยอย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศ เมื่อราวปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ติดต่อมายังกรมศิลปากรให้นำดนตรีและนาฏศิลป์ไทยไปแสดง ดังนั้นกรมศิลปากรจึงได้ปรับปรุงลักษณะการแสดงนาฏศิลป์ไทยมาตรฐานแบบเก่าที่มีรูปแบบประณีตงดงาม และค่อนข้างจะเชื่องช้า จึงปรับปรุงให้มีความรวดเร็ว คล่องตัว สนุกสนาน เร้าใจผู้ชม โดยจัดชุดเถิดเทิง ซัดชาตรี ไตรภาคี ตรีลีลา โขนชุด “หนุมานจับนางสุพรรณมัจฉา” และการแสดงกระบี่ กระบอง ด้วยเหตุนี้ จากเดิมที่กลองยาวเป็นการละเล่นของชาวบ้านที่มีรูปแบบการละเล่นเป็นอิสระเฉพาะตัว กรมศิลปากรจึงได้คิดประดิษฐ์ท่ารำและจังหวะการตีกลองยาวขึ้นใหม่ เช่น การรำของผู้ชายให้มีการกระโดดใช้เข่ากระทุ้งหน้ากลอง ส่วนนางรำจะใช้ศอกลงถองหน้ากลอง เป็นต้น ซึ่งนับเป็นท่ารำที่แปลกใหม่และสวยงามจนเป็นบรรทัดฐานของการละเล่นจนถึงปัจจุบัน

กลองยาว เป็นอีกภูมิปัญญาหนึ่งของชนชาติไทย การเล่นกลองยาวไม่ปรากฏหลักฐานเป็นที่แน่ชัดว่าใครเป็นผู้ประดิษฐ์ขึ้นมาก่อน ได้แต่กล่าวกันต่อๆ มาว่าเป็นกลองที่ได้รับแบบอย่างมาจากพม่าในสมัยธนบุรี หรือตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์ สมัยที่ไทยกับพม่าทำสงครามกัน โดยในระหว่างพักรบ ทหารพม่าจะนำกลองยาวมาเล่นกันด้วยความรื่นเริง คนไทยในสมัยนั้นได้เห็นการละเล่นกลองยาวดังกล่าว จึงได้จดจำแบบอย่างมาเล่นบ้าง บางท่านกล่าวว่ากลองยาวของพม่านี้มีชาวพม่าพวกหนึ่งเข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทย เมื่อครั้งสมัยรัชกาลที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ยังมีบทร้องกราวรำยกทัพพม่าในการแสดงละครเรื่องพระอภัยมณี ตอน เก้าทัพ ดังคำร้องที่ว่า
ทุงเล ๆ ทีนี้จะเห่พม่าใหม่
ตกมาเมืองไทย มาเป็นผู้ใหญ่ตีกลองยาว
ตีร่องตีไวได้จังหวะ ทีนี้จะกะเป็นเพลงกราว
เลืองชื่อลือฉาว ตีกลองยาวสลัดได ๆ


สาขา/ประเภท
ขนบ
ขนบและความเชื่อในพิธีกรรมทางด้านนาฏศิลป์
ผู้ที่เรียนนาฏศิลป์จะต้องผ่านพิธีไหว้ครูหรือการไหว้ครูเป็นกิจกรรมที่แสดงความเชื่อถือในรูปแบบของวัฒนธรรมไทยตั้งแต่สมัยโบราณ การไหว้ครูละครและดนตรีนั้นเป็นพิธีการปฏิบัติสืบทอดกันมาตามระเบียบแบบแผนที่ครู อาจารย์รุ่นก่อนๆท่านจัดวางไว้ จะมีการอัญเชิญเทพเจ้าที่ถือกันว่า พระอิศวรเป็นตัวบทของการฟ้อนรำ เทพเจ้าองค์อื่นๆก็ได้รับเชิญมาชุมนุมเพื่อรับเครื่องสังเวยที่สักการะ เพราะถือว่าแม่ครูละครดนตรีที่เป็นมนุษย์นั้นเมื่อล่วงลับไปแล้วท่านก็จะไปอยู่ในรูปของเทพ สำหรับครูโขนละครดนตรีไทยดูเหมือนอนุโลมเป็นแบบอย่างเดียวกัน การที่ถือว่าครูอาจารย์รุ่นก่อนๆ นั้นท่านได้วายชนม์เป็นจุติเทพ ก็เพื่อให้สอดคล้องตามความเชื่อว่า เทพเจ้าครูอาจารย์จะคอยปกป้องรักษาลูกศิษย์ของท่านให้มีความเจริญรุ่งเรืองสืบทอดศิลปะวิทยาการที่มอบหมายให้
ทางด้านนาฏศิลป์นั้น พระอิศวร เป็นเทพแห่งการฟ้อนรำโดยมีเรื่องเล่าว่าพระอิศวรทรงฟ้อนรำให้พญาอนันตนาคราช ชมและทรงฟ้อนรำสอนพระภรตฤๅษีเพื่อนำไปสอนมนุษย์อีกครั้งหนึ่ง พระฤๅษีของไทยสร้างเป็นรูปหัวโขนขึ้นสำหรับกราบไหว้บูชา และยังใช้ในพิธีไหว้ครู ครอบครูอีกด้วย ผู้ที่ทำพิธีซึ่งถือว่าเป็นอาจารย์ผู้ใหญ่ขณะทำพิธีจะสวมหัวฤๅษีคือหัวพระพรตฤๅษีหรือ “พ่อแก่” ที่นิยมเรียกกันทั่วไป ด้านพิธีครอบครูละครจะเลือกวันพฤหัสบดีเป็นวันทำพิธีไหว้ครู โดยมีการเตรียมศีรษะเทวรูป เทพต่างๆ เช่น หัวฤๅษี พระวิษณุกรรม พระพิราพ พระราม พระลักษณ์ ชฎา มงกุฎ รัดเกล้า นอกจากนั้นมีการตั้งวงปี่พาทย์เพื่อบรรเลง ในพิธีไหว้ครูนั้นสิ่งที่จำเป็นอีกอย่างหนึ่งก็คือ เครื่องสังเวย ทั้งของคาวและของหวาน
ในพิธีไหว้ครูนั้นต้องมีครูที่ทำพิธีอ่านโองการ โดยครูต้องนุ่งขาวห่มขาวและทำพิธีโดยผู้อ่านโองการนั้นมีหน้าที่เรียกเพลงหน้าพาทย์เพื่อบูชาและอันเชิญเทพแต่ละองค์ซึ่งการเรียกเพลงนั้นเทพแต่ละองค์ก็จะเป็นเพลงที่ไม่เหมือนกัน เช่นการอันเชิญพระพิราพ ปี่พาทย์ก็จะต้องบรรเลงเพลงองค์พระพิราพ ในการครอบครูนั้นผู้ครอบครูจะต้องเตรียมขัน ผ้าขาว ดอกไม้ ธูปเทียน เงินกำนลคนละ ๒๔ บาท ครูผู้ครอบจะเรียกลูกศิษย์ที่จะเข้าครอบแต่ละคน โดยนำศีรษะพระครูฤๅษี พระอิศวร และศีรษะองค์พระพิราพครอบให้ตามลำดับ จากนั้นจะเป็นการเจิมหน้า รดน้ำสังข์ ใส่ด้ายมงคลที่ศีรษะและให้ใบไม้ทัดหู คือใบเงินใบทอง หญ้าแพรก ดอกมะเขือ มัดเป็นช่อ ให้กับผู้ที่รับมอบ
ครั้นครอบแล้ว ครูจึงเรียกหน้าพาทย์เพลงช้าและเพลงเร็วให้ศิษย์รำถวายมือพร้อมกัน เมื่อจบแล้วครูจะเรียกเพลงหน้าพาทย์เพลงพราหมส์ออกเป็นอันเสร็จพิธี ถือได้ว่าพิธีการไหว้ครูนั้นเป็นพิธีการที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นพิธีกรรมที่ต้องทำกันเป็นประจำทุกปี
ขนบและความเชื่อในการละเล่นกลองยาว

จากการสัมภาษณ์อาจารย์ชฏิล นักดนตรี อาจารย์พิเศษคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา วันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๔๙ ได้กล่าวไว้เกี่ยวกับพิธีกรรมและความเชื่อเกี่ยวกับการเล่นกลองยาวไว้ดังนี้
อาจารย์ชฏิล นักดนตรี ได้กล่าวเกี่ยวกับพิธีกรรมต่างๆของการเล่นกลองยาว ว่า การเล่นกลองยาวจะมีความเชื่อเหมือนกับดนตรีไทยคือ ก่อนบรรเลงกลองยาวทุกครั้งต้องมีการไหว้ครูก่อน มีของที่ต้องใช้ไหว้ครูดังนี้ เงินกำนล ๖ บาท ดอกไม้ ธูป เทียน เหล้า ๑ ขวด บุหรี่ ๑ ซอง โดยก่อนบรรเลงกันนั้นต้องมีการตีโหมโรงกลองยาวก่อน ซึ่งการตีโหมโรงจะมีมือที่ใช้ตีโดยเฉพาะ ซึ่งจะเปรียบกับดนตรีไทยคือ การบรรเลงเพลงชุดโหมโรงเย็น เป็นต้น ในส่วนความเชื่ออื่นๆนั้น อาจารย์ชฏิล นักดนตรี มีความเชื่อส่วนตัวว่า ห้ามเดินข้ามกลองยาว ก่อนบรรเลงทุกครั้งต้องมีการไหว้ก่อน นอกจากนี้อาจารย์ชฏิล นักดนตรีได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับการเล่นกลองยาวว่า ควรช่วยกันอนุรักษ์ศิลปะพื้นบ้านแขนงนี้เอาไว้ และควรสอนเด็กรุ่นหลังเพื่อไม่ให้วัฒนธรรมสูญหายไปจากชาติไทย




ในการละเล่นกลองยาว มีความเชื่อว่ากลองยาวมีครูบาอาจารย์ เนื่องจากดนตรีไทย เป็นเครื่องดนตรีที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะเริ่มเล่นและหลังเล่นต้องมีการกราบไหว้ สาเหตุที่ไหว้ไม่ใช่เพราะว่ามีครูสิงอยู่ในเครื่องดนตรีนั้น แต่ที่ต้องกราบไหว้นั้นเพราะเนื่องจากเคารพในตัวครูบาอาจารย์ที่ได้สั่งสอนกันต่อๆ มา จึงแสดงออกมาด้วยการไหว้ การไหว้ครูดนตรีไทยจึงรวมการไหว้ครูที่ล่วงลับไปแล้ว และที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันด้วย ทั้งยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้แสดงอีกด้วย
ในทุกๆ ปี จะมีการจัดพิธีไหว้ครูดนตรีไทยขึ้น อันเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงออกถึงความเชื่อในวัฒนธรรมไทย ในสมัยโบราณการไหว้ครู ละคร และดนตรี เป็นวิธีที่ปฏิบัติสืบเนื่องกันมาตามแบบแผนที่ครูบาอาจารย์รุ่นก่อนจัดไหว้ โดยถือว่าพระอิศวรเป็นต้นแบบของการฟ้อนรำ เทพเจ้าองค์อื่นๆ ก็ได้รับอัญเชิญมาชุมนุมเพื่อรับเครื่องสังเวยสักการะ สำหรับครูดนตรีไทยนั้นมีครูประจำวิทยาการคือ “พระประโคนธรรพ” พระพิฆเณศวร์ เป็นเทพแห่งกิจการหลายอย่าง มี หนังสือ ช่างและการมหรสพ องค์พระพิราพ เป็นเทพที่ชาวนาฏศิลป์เคารพยำเกรง และนับถือเป็นอันมาก ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น ดนตรีไทยและนาฏศิลป์ไทยจึงต้องมีการจัดพิธีไหว้ครูประจำทุกปี จนกลายเป็นขนบธรรมเนียมประเพณีที่สืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน
กำหนดการไหว้ครูจะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดี โดยจะเลือกวันข้างขึ้น ข้างแรมในแต่ละเดือน และปี การไหว้นั้นต้องไหว้ในช่วงเช้า ซึ่งจะมีการนำวงมาบรรเลงในคืนสุกดิบ คือ กลางคืนของวันพุธก่อนพิธีไหว้ครูของวันรุ่งขึ้น
สำหรับวงกลองยาวพื้นเมืองโรงเรียนชลราษฎรอำรุง ๒ ได้นำนักเรียนในวงเข้าร่วมในพิธีไหว้ครูดนตรีไทยและนาฏศิลป์ไทยที่จัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นประจำทุกปี


ลำดับขั้นตอนการแสดง
ลักษณะวิธีการแสดงรำกลองยาวของวงกลองยาวพื้นเมืองโรงเรียนชลราษฎรอำรุง ๒
ในการละเล่นกลองยาวของวงกลองยาวโรงเรียนชลราษฎรอำรุง ๒ นั้น มีการแบ่งการแสดงเป็นชุดต่างๆ ซึ่งอาจหมายถึงการนำเอาจังหวะหรือมือกลองยาวมาเรียบเรียงใหม่ และประดิษฐ์ท่ารำประกอบ เพื่อให้เข้ากับจังหวะนั้นๆ ให้เป็นมาตรฐานจึงเป็นการแสดงกลองยาวที่ปรับปรุงมาจากการละเล่นกลองยาวชาวบ้านอีกขั้นหนึ่ง การแสดงกลองยาวเป็นชุดการแสดงต่างๆ ซึ่งแยกได้ดังนี้
๑) การแสดงชุด พม่า
๒) การแสดงชุด รำกลองยาว (รำเถิดเทิง)
๓) การแสดงชุด ต่อกลอง หรือปีนกลอง
การรำกลองยาวของวงกลองยาวพื้นเมืองโรงเรียนชลราษฎรอำรุง ๒ ได้ศึกษาค้นคว้าโดยนำท่ารำจากการละเล่นกลองยาวพื้นบ้านสมัยก่อนซึ่งมีการประดิษฐ์ท่ารำขึ้นอย่างไม่มีระเบียบแบบแผน ท่ารำสมัยก่อนที่เรียกว่า รำป้อ หมายถึง การรำที่ผู้ชายต้อนผู้หญิงในเชิงเกี้ยวพาราสีและท่ารำอีกหลายท่า ไม่มีชื่อเรียก เมื่อเริ่มจะรำ พอขึ้นท่ารำก็เป็นที่รู้กันว่าจะต่อด้วยท่าใด นั้นหมายความว่าไม่ชื่อเรียกท่ารำนั้น
ท่ารำกลองยาวของวงกลองยาวพื้นเมืองโรงเรียนชลราษฎรอำรุง ๒ ได้คิดประดิษฐ์ขึ้นโดยนำเอาท่ารำของพื้นบ้านจริงๆ มาดัดแปลงให้สวยงามยิ่งขึ้น และท่ารำของเถิดเทิงซึ่งกรมศิลปากรคิดประดิษฐ์ท่ารำขึ้น เข้าผสมผสานให้มีลักษณะเฉพาะตัว โดยในการแสดงช่วงแรกจะมีการรำชุดพม่า ประกอบเพลงพม่าเขว ผู้ที่ตีกลองยาว เรียกว่า กลองยืน ผู้ชายออกมารำประกอบจังหวะกลอง เรียกว่า กลองรำ ซึ่งจะต้องรำคู่กับผู้หญิง และผู้หญิงจะเรียกว่า นางรำ

พม่า ประกอบด้วยท่ารำต่างๆ ดังนี้
๑) ท่าไหว้ครู

๒) ท่าป้องหน้า และกระโดดถองกลอง
กลองรำ ประกอบด้วยท่ารำต่างๆ ดังนี้
๑) มือกระโดดตบหน้ากลองใต้ขา
๒) กำมือยกศอกถองกลอง
นางรำ ประกอบด้วยท่ารำต่างๆ ดังนี้
๑) ตีหน้ากลอง
๒) กำมือแล้วยกศอกถองหน้ากลอง
จากนั้นยังคิดประดิษฐ์ท่ารำใหม่ๆ ขึ้น โดยให้มีการต่อกลอง ๑ ชั้น ๒ ชั้น และ ๓ ชั้นตามลำดับ เมื่อผู้แสดงต่อกลองแล้วก็จะยืนรำบนกลองตามจังหวะ พัฒนารูปแบบการแต่งกายโดยให้มีการแต่งกายแบบพม่า เพราะเชื่อว่าการละเล่นกลองยาวไทยรับมาจากพม่า แล้วนำเพลงร้อง
พม่าเขวเข้าประกอบการรำ ท่ารำของพม่าคิดประดิษฐ์ขึ้นตามเนื้อร้องเพลงพม่าเขว ถือเป็นการประยุกต์นำเอาการแต่งกายและทำนองเพลงพม่ามาใส่ในเพลงกลองยาว


เริ่มจากการโหมโรงกลองยาว
การโหมโรง หมายถึง ก่อนที่จะมีการแสดงกลองยาวนั้นต้องมีการประโคมกลองยาวอย่างกึกก้องก่อน เรียกการบรรเลงนั้นว่า “การโหมโรง” การโหมโรงเป็นการเล่นที่มีจุดประสงค์เพื่อเรียกผู้ชมให้เข้ามาดูมากๆ นอกจากเป็นการเรียกคนดูแล้วยังเป็นการบูชาครูอีกด้วย บางท่านจึงเรียกทำนองจังหวะนี้ว่า “มือไหว้ครูกลองยาว” มือต่างๆที่ใช้ในการโหมโรงเป็นมือแม่บทที่สามารถนำไปประดิษฐ์เป็นมือต่างๆได้อีกมากมาย และสืบทอดกันมา สำหรับการตีโหมโรงกลองยาวของโรงเรียนชลราษฎรอำรุง ๒ ได้รับการถ่ายทอดมาจากนายชุมพล จำนงธรรม ซึ่งได้รับการถ่ายทอดมาจากอาจารย์สมเกียรติ ภูมิภักดิ์ วิทยาลัยนาฏศิลป์จันทบุรี ทางโรงเรียนได้ฝึกตีมือโหมโรงเรื่อยมาจนมีความชำนาญ นอกจากนี้ได้มีการนำมือโหมโรงเพิ่มเติมมาจากอาจารย์บุญสืบ เรืองนนท์ อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร เพิ่มเติมและตีเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

การโหมโรงกลองยาว
ขั้นตอนที่ ๑ เริ่มจากการโห่สามลา
ขั้นตอนที่ ๒ โหม่งตีให้จังหวะโดยจะตีทั้งหมด ๑๐ ครั้ง
ขั้นตอนที่ ๓ จากนั้นกลองยาว (กลองยืน) จะเริ่มตีออกมาโดยการตีโหมโรงโดยมีทั้งหมด ๑๐ มือ ดังนี้
๓.๑ มือที่ ๑ มีจังหวะการตีกลองดังนี้
- - - - - พ - พ - - - - - พ - พ - - - - - พ - พ - พ - - - พ - พ
- - - - - พ - พ - พ - - - พ - พ - ป - พ พ - - บ - - - บ - - - บ

๓.๒ มือที่ ๒ มีจังหวะการตีกลองดังนี้
- - - - - พ – บ - - - บ - - - บ - - - - - พ – บ - - - บ - - - - บ
- ป - - - พ – บ - - - บ - - - บ - - - - - พ – บ - - - บ - - - บ
- ป - - - พ – บ - - - บ - - - บ - ป- - - - พ – บ - - - บ - - - บ
- ป - - - พ – บ - - - บ - - - บ - ป - - - - พ – บ - - - บ - - - บ
- - - - - พ – บ - - - - - พ – บ - - - - - พ – บ - - - - - พ – บ
- - - พ - - - พ - - - พ - - - พ - - - พ - - - พ - - - พ - - - พ
- - - พ - พ - - - พ – พ - พ – บ - - - บ - - - บ - - - บ - - - บ


๓.๓ มือที่ ๓ มีจังหวะการตีกลองดังนี้
- - - - - - - ป - - - - - - - พ - - - - - - - ป - - - พ - - - ป
- - - ป - - - พ - พ - - - พ - พ - - - ป - พ - ป - - - ป - - - พ
- - - ป - - - พ - พ - - - พ - พ - - - ป - พ - ป - - - ป - - - พ
- - - ป - พ - ป - - - ป - - - พ - - - ป - พ - ป - - - ป - - - พ
- - - ป - - - พ - - - ป - - - พ - - - ป - - - พ - - - ป - - - พ
- - - พ - พ - - - พ - พ - พ - บ - - - บ - - - บ - - - บ - - - บ

๓.๔ มือที่ ๔ มีจังหวะการตีกลองดังนี้
- - - - - พ - ป - พ - - - ต - ต - - - - - พ - ป - พ - - - ต - ต
- - - - - พ - ป - พ - - - ต - ต - - - - - พ - ป - พ - - - ต - ต
- - - พ - ต - ต - - - พ - ต - ต - - - พ - ต - ต - - - พ - ต - ต

- - - - - - - ต - ต - ต - ต - ต - - - - - - - ต - ต - ต - ต - ต
- - - - - - - ต - ต - ต - ต - ต - - - ต - ต - - - ต - ต - - - พ
- - - ต - ต - - - ต - ต - - - พ - - - ต - ต - - - ต - ต - - - พ
- - - ต - ต - - - ต - ต - - - พ - - - ต - ต - - - ต - ต - - - พ
- - - - - - - พ - - - - - - - พ - - - - - - - พ - - - - - - - พ
- - - พ - - - พ - - - พ - - - พ - - - พ - - - พ - - - พ - - - พ
- - - พ - ป - พ - - - พ - ป - พ - - - พ - ป - พ - - - พ - ป - พ
- ป - พ - ป - พ - ป - พ - ป - พ - - - พ - พ - - - - พ - พ - พ - บ

๓.๕ มือที่ ๕ มีจังหวะการตีกลองดังนี้
- - - - - - - พ - - - ป - - - พ - - - ป - - - พ - พ - - - พ - พ
- - - ป - - - พ - พ - - - พ - พ - - - ป - - - พ - พ - - - พ - พ
- - - ป - - - พ - - - ป - - - พ - - - ป - - - พ - - - ป - - - พ
- - - พ - พ - - - พ - พ - พ - บ - - - บ - - - บ - - - บ - - - บ

๓.๖ มือที่ ๖ มีจังหวะการตีกลองดังนี้
- - - ป - - - พ - - - ป - - - พ - - - ป - - - พ - พ - - - พ – พ
- - - ป - - - พ - - - พ - พ – พ - - - ป - - - พ - พ - - - พ – พ
- - - ป - - - พ - - - ป - - - พ - - - ป - - - พ - - - ป - - - พ
- - - พ - พ - - - พ – พ - พ – บ - - - บ - - - บ - - - บ - - - บ
๓.๗ มือที่ ๗ มีจังหวะการตีกลองดังนี้
- ฉ่ - ฉ - ฉ่ - ฉ - พ - - - พ - พ - ฉ่ - ฉ - ฉ่- ฉ - พ - - - พ - พ
- ฉ่ - ฉ - พ - พ - ฉ่ - ฉ - พ - พ - ฉ่ - ฉ - พ - พ - ฉ่ - ฉ- - พ - พ
- - - พ - - - พ - - - พ - - - พ - - - พ - พ - - - พ - พ - พ - บ

๓.๘ มือที่ ๘ มีจังหวะการตีกลองดังนี้
- - - ป - ป - ป - ป - - - ป - ป - ป - - - ป - ป - พ - - - พ - พ
- - - ป - - - ป - - - ป - - - ป - - - ป - ป - - - พ - - - พ - พ
- ป - - - ป - ป - พ - - - พ - พ - ป - - - ป - ป - พ - - - พ - พ
- - - ป - - - พ - - - ป - - - พ - - - ป - - - พ - - - ป - - - พ
- - - พ - - - พ - - - พ - - - พ - - - พ - พ - - - พ - พ - พ - บ

๓.๙ มือที่ ๙ มีจังหวะการตีกลองดังนี้
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - ป - - - ป - ป
- - - ป - ป - - - - - พ - พ - พ - - - พ - พ - - - พ - พ - พ - พ
- พ - - - พ - พ - - - พ - พ - พ - ป - - - ป - - - - - พ - พ - พ
- ป - - - ป - - - - - พ - พ - พ - - - พ - พ - - - พ - พ - - - ป

๓.๑๐ มือที่ ๑๐ มีจังหวะการตีกลองดังนี้
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - ป
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - ป
- - - - - - - - - - - - - - - ป - - - - - - - - - - - - - - - ป
- - - - - - - - - - - - - - - ป - - - - - - - - - - - - - - - ป
- - - - - - - - - - - ป - ป - ป - - - - - - - - - - - ป - ป - ป
- - - - - - - - - - - ป - ป - ป - - - - - - - - - - - ป - ป - ป
- - - ป - ป - - - ป - ป - - - ป - ป - - - ป - ป - - - ป - ป - -
- ป - ป - - - พ - - - พ - - - พ - - - พ - - - พ - - - พ - - พ -
- - - - - - - - - พ - - - พ - พ - - - - - - - - - พ - - - พ - พ
- - - - - - - - - พ - - - พ - พ - - - พ - พ - - - พ - พ - - - ป

จากนั้นเมื่อตีโหมโรงจบ วงกลองยาวพื้นเมืองโรงเรียนชลราษฎรอำรุง ๒ จะมีการรำออกมาแสดง โดยวงกลองยาวที่ตีเป็นกลองยืนจะต้องตีประกอบให้เข้ากับท่ารำ ดังนี้
สามบ่อม
- - - บ - พ - - - พ - - - พ - บ - - - บ - พ - - - พ - - - - - บ

บ่อมเดี่ยว
- - - พ - - - บ - - - พ - - - บ - - - พ - - - บ - - - พ - - - บ

จังหวะเถิดเทิง
- - - - - พ - ป - - - พ - - - พ - - - - - พ - ป - - - พ - - - พ

หมายเหตุ : ป=ป๊ะ, พ=เพิ่ง , บ=บ่อม, ต=ติ๊ก, ฉ่=ฉิ่ง, ฉ=ฉับ
รูปแบบการแสดง
วิธีการบรรเลงกลองยาวของวงกลองยาวพื้นเมืองโรงเรียนชลราษฎรอำรุง ๒
จากที่ได้ศึกษา ค้นคว้าการตีกลองยาวชาวบ้าน ส่วนใหญ่พบว่านิยมตีกันอยู่ ๓ เสียง คือ “ป๊ะ เพิ่ง บ่อม” บางท้องถิ่นอาจมีการเลียนเสียงกลองที่แตกต่างกันออกไป เช่น “เพิ่ง” บางทีอาจเป็น “เปิ้ง” บางท้องถิ่นก็เรียก “เติ้ง” การจะตีกลองยาวให้ได้เสียง “เพิ่ง” ให้ใช้บริเวณครึ่งมือส่วนนอก (นิ้วทั้งสี่เรียงชิดติดกัน) ตีลงที่มุมของหน้ากลองยาว เมื่อตีแล้วให้เปิดมือขึ้นจากหน้ากลองเล็กน้อย ก็จะได้เสียง “เพิ่ง” ที่ต้องการ
การละเล่นกลองยาวนั้น วงแต่ละวงจะเริ่มด้วยการโห่ที่เรียกว่า “โห่สามลา” ก่อนทุกครั้ง โดยแต่ละวงจะมีเทคนิคการโห่แตกต่างกันออกไปบางวงจะโห่ยาว เช่น การโห่ของศิลปินแห่งชาติ คือ คุณชินกร ไกรลาศ เป็นการโห่ที่ลากเสียงยาว และมีการใช้ลูกคอช่วยด้วย ในขณะที่บางที่จะโห่แบบสั้น โดยการลากเสียงน้อยสั้นลง หลังจากขั้นตอนการโห่สามลาแล้วคือให้โหม่งตีขึ้น ๓ – ๕ ครั้ง แล้วกลองยาวจะเริ่มตีจังหวะพม่าเดินทัพ ซึ่งมีจังหวะดังนี้

|- - - บ่อม|- เพิ่ง - -|- เพิ่ง - -|- เพิ่ง - บ่อม|- - - บ่อม|- เพิ่ง - -|- เพิ่ง - -|- เพิ่ง - บ่อม|

บางวงจะขึ้นด้วยจังหวะบ่อมเดียว ซึ่งมีจังหวะดังนี้

|- - - -|- เพิ่ง - บ่อม|- - - -|- เพิ่ง - บ่อม|- - - -|- เพิ่ง - บ่อม|- - - -|- เพิ่ง - บ่อม|

บางวงจะตีสามบ่อมหรือบ่อมเดียวสลับกันไปมา บางครั้งนำจังหวะกราวเข้ามาใช้มีจังหวะดังนี้

|- - - -|- - - เพิ่ง|- เพิ่ง - -|- เพิ่ง - เพิ่ง|- - - -|- - - เพิ่ง|- เพิ่ง - -|- เพิ่ง - เพิ่ง|

เมื่อคนกลองตีจังหวะที่สนุกสนาน ก็จะให้มีการรำป้อ คือ ผู้ชายจะป้อผู้หญิงให้มารำกับตนเองในลักษณะเกี้ยวพาราสีกับคนที่ถูกใจ ท่ารำป้อนี้ชาวบ้านนิยมรำกันไปเรื่อยๆ ไม่มีท่ารำตายตัวบางแห่งมีความคิดสร้างสรรค์โดยมีการต่อกลอง คาบกลอง ควงกระบองไฟ ฯลฯ เพื่อความเพิ่มสีสันและความสนุกสนาน
ในปัจจุบันการเล่นกลองยาวมีการพัฒนาประยุกต์ไปสู่รูปแบบใหม่ๆ เช่น มีการนำวงกลองยาวบรรเลงร่วมกับวงดนตรีสากล เรียกวงกลองยาวชนิดนี้ว่า “วงกลองยาวประยุกต์” ดังเช่น “วงกลองยาวประทวนเพชรเมืองชล” วงนี้มีที่ตั้งอยู่ที่ ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี วิธีการของวงนี้จะนำวงกลองยาวไปเล่นร่วมกับเพลงลูกทุ่งที่บรรเลงโดยวงดนตรีสากล มีนางรำออกมาแสดงท่าประกอบเพลง ลีลาของนางรำจะออกมาในรูปของท่ารำผสมผสานกับท่าเต้น เป็นต้น
โน้ตเพลง บทเพลง บทละคร
เพลงและบทร้องในการแสดงรำกลองยาวของวงกลองยาวพื้นเมืองโรงเรียนชลราษฎรอำรุง ๒
วงกลองยาวพื้นเมืองโรงเรียนชลราษฎรอำรุง ๒ นำเพลงพื้นบ้าน และเพลงทางดนตรีไทยมาร้องประกอบให้เข้ากับจังหวะกลองยาว ตลอดจนคิดประดิษฐ์ท่ารำประกอบให้เข้ากับคำร้อง
ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
๑. เมื่อผู้รำที่แต่งกายพม่าออกมาร่ายรำจะใช้เพลงพม่าเขว มีเนื้อร้องดังนี้
เขว เขว เขว เสแสร้งแต่งเป็นพม่า
ถือกลองเดินย่องออกมา เอาว่าทุงยา บ่าเลๆ (เล เล้ เล เล เล เหล่)
หมุน หมุน หมุน หมุนตัวก้มหัวนิดหน่อย
เสียงเพลงดังนอยหน่อยนอย เอาว่าทุงยา บ่าเลๆ (เล เล้ เล เล เล เหล่)
เสียง เสียง เสียง เสียงกลองเถิดเทิงเทิ้งบ้อง
ร้องรำตามจังหวะกลอง เอาว่าทุงยา บ่าเลๆ (เล เล้ เล เล เล เหล่)
ฉิ่ง ฉาบ โหม่ง กลอง ประกอบทำนองเป็นเสียงกลองยาว (ซ้ำ)
เสียงกลองเถิดเทิงดัง เทิ้ง บ้อง (ซ้ำ) มาเป็นทำนองกลองยาว
๒. ผู้แสดงรำกลองยาวชาย-หญิง ออกมารำพร้อมกันจะใช้เพลงพื้นบ้าน มีเนื้อร้องดังนี้
๑) มาละเหวย มาละวา มาแต่ของเขา ของเราไม่มา ตะละลา
๒) ใครมีมะกรูด มาแลกมะนาว ใครมีลูกสาวมาแลกลูกเขย เอาวะ เอาเหวย ลูกเขยกลองยาว ตะละลา
๓) ต้อนไว้ ต้อนไว้ เอาไปบ้านเรา เอาไปหุงข้าวให้พ่อเรากิน พ่อไม่อยู่ให้ปู่เรากิน ปู่ไม่อยู่ให้เรากินเอง ตะละลา
๔) ไอ้ลูกกลมๆ เขาเรียกมะนาว ไอ้ลูกยาวๆ เขาเรียกมะเขือ เอาไปเมืองเหนือ
ไปฝากเนื้อเย็น ตะละลา
๕) ไอ้ลูกกลมๆ เขาเรียกมะนาว ไอ้ลูกยาวๆ เขาเรียกมะดัน ไอ้ลูกสั้นๆ เขาเรียกพุทรา ตะละลา
๖) แบแบะ แบแบะ ลูกควายหลงแม่ ไปกินนมใคร กินนมตั๊กแตน ท้องแบนท้องควาย ตะละลา
๗) ทิงโนง โน้งโนง นกกิ้งโครงมาเกาะหลังคา จับแมวแจวเรือ จับเสือไถนา จับเป็ดจับไก่ จับไข่พ่อตา ตะละลา
๘) แต่ตุรี้ด ตุรี้ด จิ้งหรีดมันอยู่ในรู เอาไม้แหย่รู มันร้องจี๊ดๆ ตะละลา
๙) เจ๊กตายมันลอยน้ำมา ไม่ได้นุ่งผ้า ชฎาแหลมเปี๊ยบ ตะละลา
๑๐) แดงแจ้ด แดงแจ้ด แดงแจ๋ แดงแจ้ดแจ๋ แดงแจ๋ แดงแจ๊ด
๑๑) ดำปิ้ด ดำปิ้ด ดำปี๋ ดำปิ้ดปี๋ ดำปี๋ดำปิ้ด
๑๒) น่าดูอีหนูเสื้อแดง อีหนูเสื้อแดงน่าดูน่าดู
๓. เมื่อผู้แสดงต่อกลองขึ้นไปอยู่ข้างบนกลองจะใช้เพลง มีเนื้อร้องดังนี้
ร่วมใจไมตรีกันเถิดพี่น้องไทย ร่วมจิตกันไว้ชาติไทยจะรุ่งเรือง
ชาติประเทืองด้วยสามัคคี ร่วมชีวีกันกันเป็นกำลัง
น๊อด ทิง นอง นอย ชะ ชะ น๊อด ทิง นอง นอย (ร้องซ้ำอีก ๑ เที่ยว)

๔. เมื่อเสร็จจากการแสดงทุกชุดจะใช้เพลง มีเนื้อร้องดังนี้
ไปละเหวย ไปละวา (ซ้ำ) ของเขาไปแล้วของเราก็ไป ตะละลา

การแต่งกายของผู้แสดงในวงกลองยาวพื้นเมืองโรงเรียนชลราษฎรอำรุง ๒

เนื้อร้องที่ใช้ร้องประกอบการละเล่นกลองยาว

๑. เพลงพม่าเขว มีเนื้อร้องดังนี้
เขว เขว เขว เสแสร้งแต่งเป็นพม่า
ถือกลองเดินย่องออกมา เอาว่าทุงยา บ่าเลๆ (เล เล้ เล เล เล เหล่)
หมุน หมุน หมุน หมุนตัวก้มหัวนิดหน่อย
เสียงเพลงดังนอยหน่อยนอย เอาว่าทุงยา บ่าเลๆ (เล เล้ เล เล เล เหล่)
เสียง เสียง เสียง เสียงกลองเถิดเทิงเทิ้งบ้อง
ร้องรำตามจังหวะกลอง เอาว่าทุงยา บ่าเลๆ (เล เล้ เล เล เล เหล่)
ฉิ่ง ฉาบ โหม่ง กลอง ประกอบทำนองเป็นเสียงกลองยาว (ซ้ำ)
เสียงกลองเถิดเทิงดัง เทิ้ง บ้อง (ซ้ำ) มาเป็นทำนองกลองยาว

๒. เพลงพื้นบ้าน ซึ่งมีเนื้อร้องดังนี้
๑) มาละเหวย มาละวา มาแต่ของเขา ของเราไม่มา ตะละลา
๒) ใครมีมะกรูด มาแลกมะนาว ใครมีลูกสาวมาแลกลูกเขย เอาวะ เอาเหวย ลูกเขยกลองยาว ตะละลา
๓) ต้อนไว้ ต้อนไว้ เอาไปบ้านเรา เอาไปหุงข้าวให้พ่อเรากิน พ่อไม่อยู่ให้ปู่เรากินปู่ไม่อยู่ให้เรากินเอง ตะละลา
๔) ไอ้ลูกกลมๆ เขาเรียกมะนาว ไอ้ลูกยาวๆ เขาเรียกมะเขือ เอาไปเมืองเหนือ(บางที่ร้องว่า “บ้านเหนือ”) ไปฝากเนื้อเย็น ตะละลา
๕) ไอ้ลูกกลมๆ เขาเรียกมะนาว ไอ้ลูกยาวๆ เขาเรียกมะดัน ไอ้ลูกสั้นๆ เขาเรียกพุทรา ตะละลา (บางที่ร้องว่า “สองลูกติดกัน เขาเรียกอะไร ตะละลา”)
๖) แบแบะ แบแบะ ลูกควายหลงแม่ ไป (บางที่ร้องว่า จะ) กินนมใคร กินนมตั๊กแตน ท้องแบนท้องควาย ตะละลา
๗) ทิงโนง โน้งโนง นกกิ้งโครงมาเกาะหลังคา จับแมวแจวเรือ จับเสือไถนา จับเป็ดจับไก่ จับไข่พ่อตา ตะละลา
๘) แต่ตุรี้ด ตุรี้ด จิ้งหรีดมันอยู่ในรู เอาไม้แหย่รู มันร้องจี๊ดๆ ตะละลา
๙) เจ๊กตายมันลอยน้ำมา ไม่ได้นุ่งผ้า ชฎาแหลมเปี๊ยบ ตะละลา
๑๐) แดงแจ้ด แดงแจ้ด แดงแจ๋ แดงแจ้ดแจ๋ แดงแจ๋ แดงแจ๊ด
๑๑) ดำปิ้ด ดำปิ้ด ดำปี๋ ดำปิ้ดปี๋ ดำปี๋ดำปิ้ด
๑๒) น่าดูอีหนูเสื้อแดง อีหนูเสื้อแดงน่าดูน่าดู
๓. เพลงร่วมใจไมตรี มีเนื้อร้องดังนี้
ร่วมใจไมตรีกันเถิดพี่น้องไทย ร่วมจิตกันไว้ชาติไทยจะรุ่งเรือง
ชาติประเทืองด้วยสามัคคี ร่วมชีวีกันกันเป็นกำลัง
น๊อด ทิง นอง นอย ชะ ชะ น๊อด ทิง นอง นอย (ร้องซ้ำอีก ๑ เที่ยว)
๔. เพลงที่ใช้ร้องเมื่อจบการแสดง มีเนื้อร้องดังนี้
ไปละเหวย ไปละวา (ซ้ำ) ของเขาไปแล้วของเราก็ไป ตะละลา

เพลงร้องที่นำมาใช้ในวงกลองยาว
ในการละเล่นกลองยาวนั้น ถ้าจะให้มีความสนุกสนานมากขึ้น ผู้แสดงต้องร้องทำนองกลองยาวสอดแทรกเข้าไปตามจังหวะต่างๆ เนื้อร้องของกลองยาวจะมีจุดเด่นในเชิงหยอกเย้า เกี้ยวพาราสี ระหว่างหญิงกับชาย เนื้อร้องบทร้องจะชวนให้คิดเป็นสองแง่ สองง่าม เนื้อร้องทำนองกลองยาวนี้มีหลายบทด้วยกัน แล้วแต่ว่าผู้ใดจะคิดแต่งให้เป็นแบบธรรมดาหรือพิสดารอย่างไรก็ได้

สำหรับบทร้องของวงกลองยาวพื้นเมืองโรงเรียนชลราษฎรอำรุง ๒ ที่ใช้ในการแสดงมีดังนี้

๑. เมื่อผู้รำที่แต่งกายพม่าออกมาร่ายรำจะใช้เพลงพม่าเขว มีเนื้อร้องดังนี้
เขว เขว เขว เสแสร้งแต่งเป็นพม่า
ถือกลองเดินย่องออกมา เอาว่าทุงยา บ่าเลๆ (เล เล้ เล เล เล เหล่)
หมุน หมุน หมุน หมุนตัวก้มหัวนิดหน่อย
เสียงเพลงดังนอยหน่อยนอย เอาว่าทุงยา บ่าเลๆ (เล เล้ เล เล เล เหล่)
เสียง เสียง เสียง เสียงกลองเถิดเทิงเทิ้งบ้อง
ร้องรำตามจังหวะกลอง เอาว่าทุงยา บ่าเลๆ (เล เล้ เล เล เล เหล่)
ฉิ่ง ฉาบ โหม่ง กลอง ประกอบทำนองเป็นเสียงกลองยาว (ซ้ำ)
เสียงกลองเถิดเทิงดัง เทิ้ง บ้อง (ซ้ำ) มาเป็นทำนองกลองยาว



๒. ผู้แสดงรำกลองยาวชาย-หญิง ออกมารำพร้อมกันจะใช้เพลงพื้นบ้าน
มีเนื้อร้องดังนี้
๑) มาละเหวย มาละวา มาแต่ของเขา ของเราไม่มา ตะละลา
๒) ใครมีมะกรูด มาแลกมะนาว ใครมีลูกสาวมาแลกลูกเขย เอาวะ เอาเหวย ลูกเขยกลองยาว ตะละลา
๓) ต้อนไว้ ต้อนไว้ เอาไปบ้านเรา เอาไปหุงข้าวให้พ่อเรากิน พ่อไม่อยู่ให้ปู่เรากิน ปู่ไม่อยู่ให้เรากินเอง ตะละลา
๔) ไอ้ลูกกลมๆ เขาเรียกมะนาว ไอ้ลูกยาวๆ เขาเรียกมะเขือ เอาไปเมืองเหนือ
ไปฝากเนื้อเย็น ตะละลา
๕) ไอ้ลูกกลมๆ เขาเรียกมะนาว ไอ้ลูกยาวๆ เขาเรียกมะดัน ไอ้ลูกสั้นๆ เขาเรียกพุทรา ตะละลา
๖) แบแบะ แบแบะ ลูกควายหลงแม่ ไปกินนมใคร กินนมตั๊กแตน ท้องแบนท้องควาย ตะละลา
๗) ทิงโนง โน้งโนง นกกิ้งโครงมาเกาะหลังคา จับแมวแจวเรือ จับเสือไถนา จับเป็ดจับไก่ จับไข่พ่อตา ตะละลา
๘) แต่ตุรี้ด ตุรี้ด จิ้งหรีดมันอยู่ในรู เอาไม้แหย่รู มันร้องจี๊ดๆ ตะละลา
๙) เจ๊กตายมันลอยน้ำมา ไม่ได้นุ่งผ้า ชฎาแหลมเปี๊ยบ ตะละลา
๑๐) แดงแจ้ด แดงแจ้ด แดงแจ๋ แดงแจ้ดแจ๋ แดงแจ๋ แดงแจ๊ด
๑๑) ดำปิ้ด ดำปิ้ด ดำปี๋ ดำปิ้ดปี๋ ดำปี๋ดำปิ้ด
๑๒) น่าดูอีหนูเสื้อแดง อีหนูเสื้อแดงน่าดูน่าดู

๓. เมื่อผู้แสดงต่อกลองขึ้นไปอยู่ข้างบนกลองจะใช้เพลง มีเนื้อร้องดังนี้
ร่วมใจไมตรีกันเถิดพี่น้องไทย ร่วมจิตกันไว้ชาติไทยจะรุ่งเรือง
ชาติประเทืองด้วยสามัคคี ร่วมชีวีกันกันเป็นกำลัง
น๊อด ทิง นอง นอย ชะ ชะ น๊อด ทิง นอง นอย (ร้องซ้ำอีก ๑ เที่ยว)

๔. เมื่อเสร็จจากการแสดงทุกชุดจะใช้เพลง มีเนื้อร้องดังนี้
ไปละเหวย ไปละวา (ซ้ำ) ของเขาไปแล้วของเราก็ไป ตะละลา
อุปกรณ์
การแต่งกายชุดพม่า
ชุดพม่าที่ใช้รำประกอบการตีกลองยาว แต่งกายเลียนแบบเครื่องแต่งกายอย่างพม่า คือ สวมเสื้อปักดิ้นแวววาว นุ่งผ้ายก สนับเพลา โพกศีรษะ มีการสวมข้อมือ ข้อเท้า และเครื่องประดับ ขณะรำใช้เพลงพม่าเขว ลีลาท่ารำเลียนแบบอย่างละครพันทาง เหตุผลที่ทางโรงเรียนชลราษฎรอำรุง ๒ให้ผู้แสดงแต่งกายอย่างพม่า เพื่อต้องการสื่อให้ผู้ชมทราบความหมาย ๒ ประการ คือ ประการแรก เรานำ เพลงพม่าเขว ซึ่งมีเนื้อร้องและทำนองเพลงเลียนสำเนียงพม่า ประการที่สอง มีผู้สันนิษฐานว่า ไทยเราได้รับอิทธิพลการละเล่นกลองยาวมาจากพม่า ดังนั้นผู้รำจึงแต่งกายและใช้ท่ารำอย่างพม่า

การแต่งกายชุดนางรำ (กลองยาว)
การแต่งกายของนางรำผู้หญิง จะนุ่งผ้าจีบหน้านาง ใส่เสื้อแขนยาว ห่มสไบเฉียง สีของสไบและเสื้อจะตัดกัน ประยุกต์โดยนำเครื่องประดับมาตกแต่ง เช่น สร้อยตัว เข็มขัด ใส่ต่างหู เพื่อเพิ่มความสวยงาม ส่วนผมของนางรำ จะเกล้าขึ้นเพื่อเปิดคอให้เห็นความสง่าของผู้รำและประดับด้วยดอกไม้นำมาทัดผม ซึ่งจะเป็นดอกไม้ชนิดใดก็ได้ การแต่งกายของผู้หญิงในวงกลองยาวพื้นบ้านจริงๆ นิยมนุ่งผ้าโจงกระเบน หรือผ้าซิ่นธรรมดา แต่โรงเรียนชลราษฎรอำรุง ๒ มีผ้านุ่งจีบหน้านางอยู่เดิมแล้ว จึงนำมาให้ผู้หญิงนุ่งเพื่อความเน้นความสวย เป็นที่ประทับตาตรึงใจของผู้ชม

การแต่งกายชุดกลองรำ
ผู้แสดงที่เป็นกลองรำจะสวมเสื้ออย่างเดียวกันกับคนตีกลอง แต่คนละสี สวมกางเกงขาสามส่วน ชายกางเกงเย็บด้วยผ้าตาดทอง มีผ้าคาดเอว และผ้าโพกศีรษะสีเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อให้ตัดกับการแต่งกายของนางรำ สาเหตุที่ผู้แสดงแต่งกายอย่างทหารโบราณ เนื่องจากสันนิษฐานว่าเมื่อคราวพม่ายกทัพมารบกับไทย ในช่วงพักรบทหารพม่าจะนำกลองยาวมาตีเล่นกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งตรงกับสมัยกรุงศรีอยุธยา ดังนั้นผู้แสดงจึงแต่งกายอย่างทหารในสมัยกรุงศรีอยุธยา

การแต่งกายชุดกลองยืน
ผู้เล่นที่เป็นกลองยืน (ผู้ชาย) จะแต่งกายด้วยเสื้อคอกลม แขนกว้างถึงศอก สวมกางเกงสามส่วน ชายกางเกงขลิบผ้าตาดทอง โพกศีรษะและคาดเอวตามรูปแบบการแต่งกายของพื้นบ้าน บางคนก็ใช้ผ้าโพกศีรษะและผ้าคาดเอวที่มีสีต่างกัน สีที่ใช้จะเป็นสีสดๆ ที่สะดุดตา ผู้แสดงที่ถือเครื่องประกอบจังหวะ ได้แก่ ฉิ่ง ฉาบ กรับ และโหม่ง จะแต่งกายอย่างเดียวกันกับผู้ตีกลองยืน แต่อาจจะใส่คนละสีหรือสีเดียวกันก็ได้ แต่สำหรับวงกลองยาวพื้นเมืองโรงเรียนชลราษฎรอำรุง ๒ จะแต่งกายคนละสี
เครื่องดนตรีและการประสมวงของวงกลองยาว

ในการประสมวงกลองยาวพื้นเมืองโรงเรียนชลราษฎรอำรุง ๒ มีการประสมวงในรูปแบบวงกลองยาวทั่วไป ๆ ของภาคกลาง ซึ่งประกอบไปด้วยเครื่องดนตรีดังนี้
๑. กลองยาว (กลองยืน) ๑๐ ใบ
๒. โหม่ง ๑ ใบ
๓. ฉิ่ง ๑ คู่
๔. ฉาบเล็ก ๑ คู่
๕. ฉาบใหญ่ ๑ คู่
๖. กรับไม้ ๑ คู่

๑. กลองยาว
ลักษณะทางกายภาพของกลองยาวที่โรงเรียนชลราษฎรอำรุง ๒ นำมาใช้ เป็นกลองยาวทรงกลมยาว เจาะทะลุเป็นโพรงตลอดทั้งลูก ตอนบนตั้งแต่หน้ากลองลงมาจนถึงคอคอด เป็นกระพุงอุ้งเสียงทรงกลม บริเวณกระพุงนี้จะใช้หนังเรียดโยงข้างกลอง เพื่อเร่งเสียงเป็นลักษณะห่วงโดยรอบกระพุง ตอนกลางตัดจากกระพุงลงมาจะค่อยๆ เรียวลงไปจนถึงตอนปลายแล้วจึงค่อยๆ บานออกเป็นรูปดอกลำโพง โดยปกติหุ่นกลองยาวตรงบริเวณกระพุง วงกลองยาวของโรงเรียนได้ตกแต่งด้วยสีส้มเขียวสะท้อนแสง โดยใช้วิธีการเย็บเป็นกระโปรงหุ้ม เพื่อมิให้สังเกตเห็นหนังเรียด บริเวณหุ่นกลอง บางครั้งจะตกแต่งด้วยผ้าลูกไม้ที่มีความสวยงามใช้สำหรับเป็นกลองรำ ส่วนสายสะพายที่ใช้ วงกลองยาวโรงเรียนได้ดัดแปลงเอาประคดรัดจีวรของพระสงฆ์มาทำเป็นสายสะพายกลอง เพื่อทำให้ไม่ปวดไหล่ขณะทำการแสดง

๒. ฉิ่ง
ฉิ่ง เป็นเครื่องดนตรีที่ทำด้วยโลหะ มีการใช้เล่นมาตั้งแต่สมัยโบราณ สันนิษฐานว่ามีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ฉิ่งเป็นเครื่องดนตรีที่สำคัญที่สุดในการควบคุมจังหวะ มีรูปร่างลักษณะคล้าย
ถ้วยชา หรือคล้ายฝาขนมครกที่ไม่มีที่จับ ฉิ่งหนึ่งคู่จะมี ๒ ฝา มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ ๖ – ๖.๕ เซนติเมตร เจาะรูตรงกลางสำหรับร้อยเชือกเพื่อความสะดวกในการเล่น ที่เรียกว่าฉิ่งคงจะเรียกตามเสียงที่ได้ยินเมื่อตีแล้วกระทบกันหมิ่นๆ จะมีเสียง “ฉิ่ง” ถ้าฝา ๒ ฝาตีกระทบกันจะมีเสียง “ฉับ” สำหรับฉิ่งที่ใช้ในวงกลองยาวพื้นเมืองโรงเรียนชลราษฎรอำรุง ๒ บริเวณตรงกลางฉิ่งที่ร้อยเชือกจะมีการผูกริบบิ้นลงไปด้วยเพื่อความสวยงามในขณะทำการแสดง

๓. ฉาบใหญ่และฉาบเล็ก
ฉาบ เป็นเครื่องดนตรีที่ทำด้วยโลหะชนิดหนึ่งมีรูปร่างคล้ายฉิ่งแต่มีขนาดใหญ่กว่า และบางกว่าใช้ตีกระทบกันให้เกิดเสียงตามจังหวะที่ต้องการ ฉาบที่ใช้ในวงกลองยาวพื้นเมืองโรงเรียนชลราษฎรอำรุง ๒ เป็นฉาบที่มีขนาดใหญ่และร้อยด้วยริบบิ้นเพื่อให้เกิดความสวยงามในขณะทำการแสดง

๔. กรับไม้
กรับ เป็นเครื่องดนตรีประกอบจังหวะทำด้วยไม้ สำหรับวงกลองยาวพื้นเมืองโรงเรียนชลราษฎรอำรุง ๒ ประยุกต์ใช้ไม้ไผ่ที่ใช้ในการทำข้าวหลาม นำมาทำเป็นกรับ

๕. ฆ้องโหม่ง เป็นเครื่องตีประกอบจังหวะที่ทำด้วยโลหะ มีลักษณะเป็นวงกลมตรงกลางที่นูนออก เรียกว่า “ฉัตร” ผู้ตีจะใช้ไม้ตี ตีลงบริเวณ ฉัตร จะมีเสียง โม้ง โม้ง โดยตีตามจังหวะตกของเสียง “ฉับ” ซึ่งเป็นเสียงของการตีฉิ่ง ฆ้อมโหม่ง ทำหน้าที่ควบคุมจังหวะกลองทุกใบไปพร้อมๆ กับฉิ่ง ฉาบ และกรับ


การถ่ายทอดและการสืบทอด
กระบวนการสืบทอด และการถ่ายทอดการรำกลองยาวของวงกลองยาวพื้นเมืองโรงเรียน
ชลราษฎรอำรุง ๒

กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ โรงเรียนชลราษฎรอำรุง ๒ ได้เล็งเห็นความสำคัญในด้านนาฏศิลป์เป็นอันมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้เปิดสาระเพิ่มเติมในรายวิชานาฏศิลป์ไว้ให้นักเรียนทุกระดับชั้น ทั้งนี้เพื่อให้นักเรียนได้มีการแสดงออกตามความถนัดและความสนใจของผู้เรียนเอง ตลอดจนสนับสนุนและส่งเสริมให้นักเรียนนำความรู้ด้านนาฏศิลป์ไปแสดงออกในโอกาสสำคัญต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ประเภทการของแสดง นักเรียนสามารถรำได้อย่างหลากหลาย เช่น ระบำเบ็ดเตล็ด รำมาตรฐาน การแสดงพื้นเมืองภาคต่างๆ ฯลฯ ซึ่งทำให้นักเรียนสามารถสืบทอดศิลปะและวัฒนธรรมไทยได้เป็นอย่างดี อีกทั้งได้ปลูกค่านิยมแห่งความเป็นไทย ความมีคุณธรรมและจริยธรรม ความอ่อนน้อมถ่อมตน การมีสัมมาคารวะ เป็นต้น สำหรับชุดการแสดงที่โรงเรียนจัดแสดงบนเวทีเป็นประจำ มีดังต่อไปนี้

๑) รำที่เป็นมาตรฐาน ได้แก่ ระบำดาวดึงส์ ระบำเทพบันเทิง ระบำไกรลาศสำเริง ระบำกฤษดาภินิหาร

๒) รำเบ็ดเตล็ด ได้แก่ ระบำนพรัตน์ มาลายูรำเทียน จีนรำพัด ระบำฉิ่ง

๓) ระบำโบราณคดี ได้แก่ ระบำศรีชัยสิงห์ ระบำเทพอัปสรพนมรุ้ง ระบำสุโขทัย

๔) การแสดงพื้นเมืองภาคต่างๆ ได้แก่ ฟ้อนลาวเจริญศรี ฟ้อนอวยพร ฟ้อนลาวคำหอม ฟ้อนเงี้ยว ระบำเก็บใบชา รำกลองยาว (เถิดเทิง) รำวงมาตรฐาน (รำโทน) เซิ้งกระติ๊บ เซิ้งโปงลาง รำตารีกีปัส ฯลฯ

ส่วน การแสดงรำกลองยาว ทางโรงเรียนเล็งเห็นความสำคัญของการละเล่นชนิดนี้ว่า นับวันจะหาดูได้ยากเนื่องจากสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป โรงเรียนจึงได้พยายามอนุรักษ์สืบสานการละเล่นกลองยาวโดยนำมาจัดการเรียนการสอนทั้งในรายวิชาศิลปะ (พื้นฐาน) และสาระเพิ่มเติม ทำให้นักเรียนทุกคนสามารถตีกลองยาว และรำกลองยาวได้เป็นส่วนใหญ่

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าทางโรงเรียนชลราษฎรอำรุง ๒ ได้เน้นกิจกรรมด้านนาฏศิลป์เพื่อเป็นการสืบสานไว้ซึ่งศิลปะและวัฒนธรรมไทยให้ดำรงสืบต่อไปเป็นมรดกแก่ชนรุ่นหลัง
ข้อมูลผู้บอกรายละเอียด
ประวัตินักแสดงรำกลองยาวของวงกลองยาวพื้นเมืองโรงเรียนชลราษฎรอำรุง ๒

๑. เด็กชายณัฐ ศิลปาจารย์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓/๑ หน้าที่ในวงคือ กลองรำ
เกิดวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๓๕ ปัจจุบันอายุ ๑๔ ปี ปัจจุบันอยู่บ้านเลขที่ ๖๒ ตำบลแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เป็นบุตรของนายสายชล ศิลปาจารย์ อายุ ๔๗ ปี มารดาชื่อ นางชาตรี ทองเต็ม อายุ ๔๕ ปี ประกอบอาชีพค้าขาย ปัจจุบันครอบครัวตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ ๖๒ ตำบลแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี

๒. เด็กชายภูวณัฐ ขุนภาษี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓/๖ หน้าที่ในวงคือ กลองรำ
เกิดวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๓๔ ปัจจุบันอายุ ๑๔ ปี ปัจจุบันอยู่บ้านเลขที่ ๒๗ หมู่ ๔ ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เป็นบุตรของนายณัฐานันท์ ขุนภาษี อายุ ๕๐ ปี มารดาชื่อ นางวันนา โมรา อายุ ๔๙ ปี ประกอบอาชีพค้าขาย ปัจจุบันครอบครัวตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ ๒๗ ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เครื่องดนตรีไทยที่ชอบเล่นคือขลุ่ย สาเหตุที่มาเล่นกลองยาวเพราะว่า เป็นการใช้เวลาว่าให้เป็นประโยชน์และยังเห็นว่าเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น รางวัลที่เคยได้รับจากการเล่นกลองยาวคือ ชนะเลิศการประกวดแข่งขันดนตรี- นาฏศิลป์พื้นบ้านภาคกลาง ปีการศึกษา ๒๕๔๙
๓. เด็กชายธนายุทธ แจ่มไสว นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓/๖ หน้าที่ในวงคือ กลองรำ
เกิดวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๓๕ ปัจจุบันอายุ ๑๔ ปี ปัจจุบันอยู่บ้านเลขที่ ๓๐ หมู่บ้านสี่ซับ หมู่ที่ ๖ ตำบลห้วยขุนราม อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เป็นบุตรของนายนนท์สิชัย แจ่มไสว อายุ ๓๗ ปี มารดาชื่อ นางนนท์ลิน แจ่มไสว อายุ ๓๙ ปี ประกอบอาชีพรับจ้าง ปัจจุบันครอบครัวตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ ๑๖/๓๖ หมู่บ้านทุ่งสระ ๒ ตำบลห้วยกะปิ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เครื่องดนตรีไทยที่ชอบเล่นคือขลุ่ย สาเหตุที่มาเล่นกลองยาวเพราะว่า ต้องการช่วยกิจกรรมของโรงเรียน รางวัลที่เคยได้รับจากการเล่นกลองยาวคือ ชนะเลิศการประกวดแข่งขันดนตรี- นาฏศิลป์พื้นบ้านภาคกลาง ปีการศึกษา ๒๕๔๙

๔. นายเลิศฤทธิ์ นุชพรรณ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓/๑ หน้าที่ในวงคือ กลองรำ
เกิดวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๓๔ ปัจจุบันอายุ ๑๕ ปี ปัจจุบันอยู่บ้านเลขที่ ๓๔/๖ หมู่บ้านสันติสุข หมู่ที่ ๓ ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เป็นบุตรของนายเกริกศักดิ์ นุชพรรณ อายุ ๓๙ ปี มารดาชื่อนางอุดมลักษณ์ นุชพรรณ อายุ ๓๗ ปี ประกอบอาชีพรับจ้าง ปัจจุบันครอบครัวตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ ๑๘๓ ตำบลแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เครื่องดนตรีไทยที่ชอบเล่นคือซอ สาเหตุที่มาเล่นกลองยาวเพราะว่า ต้องการช่วยกิจกรรมของโรงเรียน รางวัลที่เคยได้รับจากการเล่นกลองยาวคือ ชนะเลิศการประกวดแข่งขันดนตรี- นาฏศิลป์พื้นบ้านภาคกลาง ปีการศึกษา ๒๕๔๙
๕. นางสาวแคทรียา เรืองแสง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔/๑ หน้าที่ในวงคือ กลองรำ
เกิดวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๓๓ ปัจจุบันอายุ ๑๖ ปี เกิดที่บ้านเลขที่ ๒๕๒ หมู่บ้านดอนตาล หมู่ที่ ๗ ตำบลโนนทอง อำเภอบ้านปือ จังหวัดอุดรธานี เป็นลูกสาวของนายอาทิตย์ เรืองแสง อายุ ๔๑ ปี มารดาชื่อนางกองบุญ เรืองแสง อายุ ๔๑ ปี ประกอบอาชีพรับจ้าง ปัจจุบันครอบครัวตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ ๖๘ หมู่ ๓ ตำบลหนองไม้แดง อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เครื่องดนตรีไทยที่ชอบเล่นคือซอ สาเหตุที่มาเล่นกลองยาวเพราะว่า ต้องการช่วยกิจกรรมของโรงเรียนและมีความชื่นชอบทางด้านศิลปวัฒนธรรมไทยโดยเริ่มฝึกตั้งแต่ ม. ๑ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน รางวัลที่เคยได้รับจากการเล่นกลองยาวคือ ชนะเลิศการประกวดแข่งขันดนตรี- นาฏศิลป์พื้นบ้านภาคกลาง ปีการศึกษา ๒๕๔๙

๖. นางสาวขวัญฤทัย ประสิ่งชอบ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔/๑ หน้าที่ในวงคือ กลองรำ
เกิดวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๓๓ ปัจจุบันอายุ ๑๕ ปี เกิดที่บ้านเลขที่ ๕/๔ หมู่ที่ ๔ ตำบลห้วยกะปิ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เป็นลูกสาวของนายจำปา ประสิ่งชอบ อายุ ๔๓ ปี มารดาชื่อนางอัญชลี ประสิ่งชอบ อายุ ๔๑ ปี ประกอบอาชีพข้าราชการ ปัจจุบันครอบครัวตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ ๕/๔ หมู่ ๔ ตำบลห้วยกะปิ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เครื่องดนตรีไทยที่ชอบเล่นคือกลองแขก สาเหตุที่มาเล่นกลองยาวเพราะว่า มีความชื่นชอบทางด้านศิลปวัฒนธรรมไทยโดยเริ่มฝึกตามเพื่อนที่เล่นดนตรีไทยอยู่ตั้งแต่ ม. ๑ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน รางวัลที่เคยได้รับจากการเล่นกลองยาวคือ ชนะเลิศการประกวดแข่งขันดนตรี- นาฏศิลป์พื้นบ้านภาคกลาง ปีการศึกษา ๒๕๔๙

๗. นางสาวธนวรรณ ศรีชลาลัย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔/๑ หน้าที่ในวงคือ กลองรำ
เกิดวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๓๓ ปัจจุบันอายุ ๑๖ ปี เกิดที่บ้านเลขที่ ๑๐๐/๓๐ หมู่ที่ ๓ ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เป็นลูกสาวของนายทัชชกร ศรีชลาลัย อายุ ๔๕ ปี มารดาชื่อนางกันตา ศรีชลาลัย อายุ ๔๒ ปี ประกอบอาชีพข้าราชการ ปัจจุบันครอบครัวตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ ๑๐๐/๓๐ หมู่ ๓ ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เครื่องดนตรีไทยที่ชอบเล่นคือจะเข้ สาเหตุที่มาเล่นกลองยาวเพราะว่า มีความชื่นชอบทางด้านศิลปวัฒนธรรมไทยและต้องการช่วยกิจกรรมของโรงเรียนโดยเริ่มฝึกตามเพื่อนที่เล่นดนตรีไทยอยู่ตั้งแต่ ม. ๑ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน รางวัลที่เคยได้รับจากการเล่นกลองยาวคือ ชนะเลิศการประกวดแข่งขันดนตรี- นาฏศิลป์พื้นบ้านภาคกลาง ปีการศึกษา ๒๕๔๙

๘. เด็กหญิงรังสิมา ไทยถาวร นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓/๑ หน้าที่ในวงคือ กลองรำ
เกิดวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๓๔ ปัจจุบันอายุ ๑๔ ปี เกิดที่บ้านเลขที่ ๒๔/๑๕๒ หมู่ที่ ๑ ตำบลหนองรี อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เป็นลูกสาวของนายแหลม สอยซอย อายุ ๔๗ ปี มารดาชื่อนางสันฤทัย ไทยถาวร อายุ ๔๒ ปี ประกอบอาชีพข้าราชการ ปัจจุบันครอบครัวตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ ๒๔/๑๕๒ หมู่ ๑ ตำบลหนองรี อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เครื่องดนตรีไทยที่ชอบเล่นคือระนาดเอก สาเหตุที่มาเล่นกลองยาวเพราะว่า มีความชื่นชอบทางด้านศิลปวัฒนธรรมไทยและต้องการช่วยกิจกรรมของโรงเรียนโดยเริ่มฝึกตามเพื่อนที่เล่นดนตรีไทยอยู่ตั้งแต่ ม. ๑ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน รางวัลที่เคยได้รับจากการเล่นกลองยาวคือ ชนะเลิศการประกวดแข่งขันดนตรี- นาฏศิลป์พื้นบ้านภาคกลาง ปีการศึกษา ๒๕๔๙

๙. เด็กหญิงภาขวัญ เตชะมา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑/๒ หน้าที่ในวงคือ กลองรำ เกิดวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๓๕ ปัจจุบันอายุ ๑๔ ปี เกิดที่บ้านเลขที่ ๒๐/๑ หมู่ที่ ๓ ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เป็นลูกสาวของนายสมพงษ์ เตชะมา อายุ ๔๔ ปี มารดาชื่อนางสงวน อ่อนไธสง อายุ ๔๓ ปี ประกอบอาชีพค้าขาย ปัจจุบันครอบครัวตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ ๒๐/๑ หมู่ ๓ ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เครื่องดนตรีไทยที่ชอบเล่นคือกลองยาว สาเหตุที่มาเล่นกลองยาวเพราะว่า ต้องการช่วยกิจกรรมของโรงเรียนโดยเริ่มตั้งแต่ ม. ๑ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน รางวัลที่เคยได้รับจากการเล่นกลองยาวคือ ชนะเลิศการประกวดแข่งขันดนตรี- นาฏศิลป์พื้นบ้านภาคกลาง ปีการศึกษา ๒๕๔๙

๑๐. เด็กหญิงมนชนก ภาระเพิง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๒ หน้าที่ในวงคือ กลองรำ
เกิดวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๓๖ ปัจจุบันอายุ ๑๔ ปี เกิดที่บ้านเลขที่ ๑๐๐/๑๐ หมู่ที่ ๓ ตำบลบ้านสวน อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เป็นลูกสาวของนายชัยยุทธ ภาระเพิง อายุ ๕๐ ปี มารดาชื่อนางจิราพร บุพลับ ๔๓ ปี ประกอบอาชีพค้าขาย ปัจจุบันครอบครัวตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ ๑๐๐/๑๒๖ หมู่ ๓ ตำบลบ้านสวน อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เครื่องดนตรีไทยที่ชอบเล่นคือขลุ่ย สาเหตุที่มาเล่นกลองยาวเพราะว่า ต้องการช่วยกิจกรรมของโรงเรียนโดยเริ่มตั้งแต่ ม. ๑ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน รางวัลที่เคยได้รับจากการเล่นกลองยาวคือ ชนะเลิศการประกวดแข่งขันดนตรี- นาฏศิลป์พื้นบ้านภาคกลาง ปีการศึกษา ๒๕๔๙

๑๑. เด็กหญิงกนกอร จุ้ยกลิ่น นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑/๒ หน้าที่ในวงคือ กลองรำ
เกิดวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๓๖ ปัจจุบันอายุ ๑๔ ปี เกิดที่บ้านเลขที่ ๒๖/๓ หมู่ที่ ๓ ตำบลบ้านปึก อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เป็นลูกสาวของนายคมสันต์ จุ้ยกลิ่น อายุ ๕๐ ปี มารดาชื่อนางสำเนียง จุ้ยกลิ่น ๔๙ ปี ประกอบอาชีพรับจ้าง ปัจจุบันครอบครัวตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ ๒๖/๓ หมู่ ๓ ตำบลบ้านปึก อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เครื่องดนตรีไทยที่ชอบเล่นคือกลอง สาเหตุที่มาเล่นกลองยาวเพราะว่า ต้องการช่วยกิจกรรมของโรงเรียนโดยเริ่มฝึก เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน รางวัลที่เคยได้รับจากการเล่นกลองยาวคือ ชนะเลิศการประกวดแข่งขันดนตรี- นาฏศิลป์พื้นบ้านภาคกลาง ปีการศึกษา ๒๕๔๙


๑๒. เด็กหญิงหนึ่งฤทัย ไชยเชษฐ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๒ หน้าที่ในวงคือ กลองรำ
เกิดวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๓๕ ปัจจุบันอายุ ๑๔ ปี เกิดที่บ้านเลขที่ ๕๔/๑ หมู่ที่ ๗ ตำบลห้วยเหนียว อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี เป็นลูกสาวของนายวิชัย ไชยเชษฐ์ อายุ ๓๗ ปี มารดาชื่อนางวันดี ไชยเชษฐ์ อายุ ๓๖ ปี ประกอบอาชีพรับจ้าง ปัจจุบันครอบครัวตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ ๘๘/๓๒ ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เครื่องดนตรีไทยที่ชอบเล่นคือกลองยาว สาเหตุที่มาเล่นกลองยาวเพราะว่า ต้องการช่วยกิจกรรมของโรงเรียนโดยเริ่มฝึก เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน รางวัลที่เคยได้รับจากการเล่นกลองยาวคือ ชนะเลิศการประกวดแข่งขันดนตรี- นาฏศิลป์พื้นบ้านภาคกลาง ปีการศึกษา ๒๕๔๙

๑๓. เด็กชายประวิทย์ มนัส นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๒ หน้าที่ในวงคือ กลองรำ
เกิดวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๓๖ ปัจจุบันอายุ ๑๓ ปี เกิดที่บ้านเลขที่ ๙๒/๕ หมู่ที่ ๑ ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เป็นลูกชายของนายวิชัย มนัส อายุ ๓๗ ปี มารดาชื่อนางประทีป มนัส อายุ ๓๖ ปี ประกอบอาชีพรับจ้าง ปัจจุบันครอบครัวตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ ๙๒/๑ ตำบลอ่างศิลาอำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เครื่องดนตรีไทยที่ชอบเล่นคือฆ้องวงใหญ่ สาเหตุที่มาเล่นกลองยาวเพราะว่า ต้องการช่วยกิจกรรมของโรงเรียน และเป็นนักดนตรีไทยของโรงเรียนอยู่แล้วโดยเริ่มฝึกตั้งแต่ ม.๑ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน รางวัลที่เคยได้รับจากการเล่นกลองยาวคือ ชนะเลิศการประกวดแข่งขันดนตรี- นาฏศิลป์พื้นบ้านภาคกลาง ปีการศึกษา ๒๕๔๙

๑๔. เด็กชายสันติ สุขสันต์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑/๔ หน้าที่ ในวงคือ กลองรำ
เกิดวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๓๖ ปัจจุบันอายุ ๑๓ ปี เกิดที่บ้านเลขที่ ๙/๔๓ หมู่ที่ ๓ ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เป็นลูกชายของนายสมยศ สุขสันต์ อายุ ๓๘ ปี มารดาชื่อนางสมคิด สุขสันต์ อายุ ๒๕ ปี ประกอบอาชีพรับจ้าง ปัจจุบันครอบครัวตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ ๙/๔๖ ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เครื่องดนตรีไทยที่ชอบเล่นคือระนาดเอก สาเหตุที่มาเล่นกลองยาวเพราะว่า ต้องการช่วยกิจกรรมของโรงเรียน เริ่มฝึกตั้งแต่ ม.๑ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน รางวัลที่เคยได้รับจากการเล่นกลองยาวคือ ชนะเลิศการประกวดแข่งขันดนตรี- นาฏศิลป์พื้นบ้านภาคกลาง ปีการศึกษา ๒๕๔๙

๑๕. เด็กชายพลพจน์ สนิทขำ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓/๑ หน้าที่ ในวงคือ กลองรำ
เกิดวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๓๔ ปัจจุบันอายุ ๑๔ ปี เกิดที่บ้านเลขที่ ๗๗ หมู่ที่ ๕ ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เป็นลูกชายของนายสหรัฐ สนิทขำ มารดาชื่อนางเอื้อมจิตร รอดประดิษฐ์ ประกอบอาชีพรับจ้าง ปัจจุบันครอบครัวตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ ๗๗ หมู่ที่ ๕ ตำบลอ่างศิลาอำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เครื่องดนตรีไทยที่ชอบเล่นคือกลองยาว สาเหตุที่มาเล่นกลองยาวเพราะว่า ต้องการช่วยกิจกรรมของโรงเรียน โดยเริ่มฝึกตั้งแต่ ม.๑ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน รางวัลที่เคยได้รับจากการเล่นกลองยาวคือ ชนะเลิศการประกวดแข่งขันดนตรี- นาฏศิลป์พื้นบ้านภาคกลาง ปีการศึกษา ๒๕๔๙

๑๖. เด็กชายกัมปนาท ทองแดง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒/๒ หน้าที่ในวงคือกลองรำ
เกิดวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๓๕ ปัจจุบันอายุ ๑๔ เกิดบ้านเลขที่ ๓๐/๑ หมู่ที่ ๖ ตำบลวัดโบสถ์ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เป็นลูกชายของนายสมชาย ทองแดง มารดาชื่อนางสรวง คุณพานิช(เสียชีวิตแล้ว) โดยครอบครัวประกอบอาชีพค้าขาย ปัจจุบันครอบครัวตั้งอยู่บ้านเลขที่ ๓๐/๑ หมู่ที่ ๖ ตำบลวัดโบสถ์ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เครื่องดนตรีไทยที่ชอบเล่นคือ กลองยาว สาเหตุที่มาเล่นกลองยาวเพราะว่า ต้องการช่วยกิจกรรมของโรงเรียนและมีใจรักทางด้านนาฏศิลป์ เริ่มฝึกตั้งแต่ ม.๑ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน รางวัลที่เคยได้รับจากการเล่นกลองยาวคือ ชนะเลิศการประกวดแข่งขันดนตรี- นาฏศิลป์พื้นบ้านภาคกลาง ปีการศึกษา ๒๕๔๙

๑๗. เด็กชายเถลิงศักดิ์ บุษบา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑/๒ หน้าที่ในวงคือกลองรำ
เกิดวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๓๔ ปัจจุบันอายุ ๑๔ เกิดบ้านเลขที่ ๓๒ ซอย ๑๖ ตำบลแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เป็นลูกชายของนายสุทธิพนธ์ บุษบา อายุ ๔๒ ปี มารดาชื่อนางจำเนียร จันทร์เล็ก อายุ ๓๒ ปี โดยครอบครัวประกอบอาชีพรับจ้าง ปัจจุบันครอบครัวตั้งอยู่บ้านเลขที่ ๓๒ ซอย ๑๖ ตำบลแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เครื่องดนตรีไทยที่ชอบเล่นคือ กลองยาว สาเหตุที่มาเล่นกลองยาวเพราะว่า ต้องการช่วยกิจกรรมของโรงเรียนและมีใจรักทางด้านนาฏศิลป์ รางวัลที่เคยได้รับจากการเล่นกลองยาวคือ ชนะเลิศการประกวดแข่งขันดนตรี- นาฏศิลป์พื้นบ้านภาคกลาง ปีการศึกษา ๒๕๔๙
ผู้เก็บข้อมูล และวันเวลาที่เก็บ
กิตติ อัมระนันทน์, นาย. ประธานศูนย์วัฒนธรรมอำเภอเมืองชลบุรี. เกิดเมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน
๒๔๙๕ (อายุ ๕๕ ปี). โรงเรียนชลราษฎรอำรุง ๒ เลขที่ ๙๙/๓ หมู่ ๔ ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ๒๐๐๐๐ โทรศัพท์ ๐๑- ๗๘๑๐๙๔๙ บันทึกข้อมูล ๑๕ สิงหาคม ๒๕๔๙
จุมพล จำนงธรรม, นาย. ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องหนัง. สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์. กรุงเทพฯ บันทึก
ข้อมูล ๑๓ สิงหาคม ๒๕๔๙
ดรุณี แพทยานนท์, นาง. ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย. โรงเรียนชลราษฎรอำรุง ๒ เลขที่ ๙๙/๓
หมู่ ๔ ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ๒๐๐๐๐ โทรศัพท์ ๐๕- ๙๓๙๙๗๙๐ บันทึกข้อมูลวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๔๙
ธีระวุฒิ กลิ่นด้วง, นาย. นักดนตรีไทย. เกิดวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๒๕. (อายุ ๒๔) บ้านเลขที่ ๑๐/๑
ตำบลเขาทอง อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ๖๐๑๓๐ โทรศัพท์ ๐๕- ๑๘๔๔๙๐๖
บันทึกข้อมูล ๑๐ สิงหาคม ๒๕๔๙
ชฏิล นักดนตรี, นาย. ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีไทย. เกิดวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๔๗๔. โทรศัพท์
๐๖- ๘๓๙๑๘๖๔ บันทึกข้อมูล ๙ สิงหาคม ๒๕๔๙
บุญสืบ เรืองนนท์, นาย. ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีไทย. มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร โทรศัพท์
๐๖- ๖๑๒๒๑๑๖ บันทึกข้อมูล ๙ สิงหาคา ๒๕๔๙
ปกรณ์ รอดช้างเผื่อน, นาย. ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีไทย. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทรศัพท์
๐๙- ๑๒๔๐๘๕๒ บันทึกข้อมูล ๖ สิงหาคม ๒๕๔๙
แนวทางการส่งเสริม
เป็นที่ทราบกันดีว่าวัฒนธรรมไทยในภาคต่างๆ จะมีการแสดงที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น แตกต่างกันออกไป สำหรับภาคกลางมีการละเล่นกลองยาวในสังคม วัฒนธรรม และประเพณีพื้นบ้าน เช่น งานบวชนาค งานแต่งงาน งานประเพณีสงกรานต์ งานแห่เทียนเข้าพรรษา งานบุญต่างๆ ฯลฯ เป็นต้น ดังนั้นการละเล่นกลองยาวจึงเป็นการละเล่นที่นิยมของทุกชนชั้น และมีการสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน
ไฟล์มัลติมีเดีย

  • Voting
    (0 โหวต)
  • Hits
    22985 views