พิมพ์

หมอลำกลอน คณะมณีรัตน์ แก้วเสด็จ

ชื่อรายการ
หมอลำกลอน คณะมณีรัตน์ แก้วเสด็จ
ปีที่ขึ้นทะเบียน
ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน
ภูมิภาค
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จังหวัด
สาระสำคัญโดยรวม

หมอลำกลอน คณะมณีรัตน์ แก้วเสด็จ
บ้านยางคำ ตำบลสระใคร กิ่งอำเภอสระใคร จังหวัดหนองคาย

ความเป็นมาของหมอลำ

                หมอลำ เริ่มแรกเกิดจากการชุมนุมลูกหลานมีผู้เฒ่าผู้แก่นั่งเล่านิทานเกี่ยวกับจารีตประเพณีและศีลธรรม เมื่อลูกหลานมาฟังกันมากนิยมนั่งเล่าไม่เหมาะสมต้องยืนขึ้นเล่า เรื่องที่นำมาเล่าต้องเป็นเรื่องที่มีในวรรณคดี เช่น เรื่องการเกด สินชัย เป็นต้น ผู้เล่าเพียงแต่เล่า ไม่ออกท่าทางก็ไม่สนุก ผู้เล่าจึงจำเป็นต้องยกไม้ยกมือแสดงท่าทางเป็นพระเอก นางเอก เป็นนักรบ เป็นต้น จากนั้นจึงพัฒนาไปสู่การขับลำที่ต้องใช้สำเนียงสั้น-ยาว ใช้เสียงสูง-ต่ำประกอบ และหาเครื่องดนตรีประกอบ เช่น ซุง ซอ ปี่ แคน เพื่อให้เกิดความสนุกครื้นเครง ผู้แสดงมีเพียงแต่ผู้ชายดูไม่มีรสชาติเผ็ดมันจึงจำเป็นต้องหาผู้หญิงมาแสดงประกอบจึงเป็นการลำแบบสมบูรณ์ เมื่อผู้หญิงเข้ามาเกี่ยวข้อง เรื่องต่างๆ ที่เล่าก็ตามมา เช่น เรื่องเกี้ยวพาราสี เรื่องชิงดีชิงเด่น ยาด (แย่ง) ชู้ยาดผัวกัน เรื่องโจทย์ เรื่องแก้ เรื่องประชันขันท้า และเรื่องตลกโปกฮา

                หมอลำกลอนของจังหวัดหนองคายมีมาตั้งแต่สมัยรุ่นปู่ย่า ตายายแล้ว โดยมีการร้องลำสืบทอดต่อกันมาตามประเพณีอีสาน การร้องกลอนลำจะนำเอาขนบธรรมเนียมประเพณีรวมถึงตำนานและนิทานอีสานโบราณ นำมาแต่งเป็นบทกลอนให้มีความไพเราะเพื่อเป็นข้อคิดเตือนใจให้กับชุมชน โดยแทรกตำนานหรือคำสอนต่างๆ เข้าไปในบทกลอน

ลักษณะของกลอนลำ

                ลักษณะของกลอนลำ มีลักษณะคล้ายกับกลอนแปด ร่ายยาว

พัฒนาการของหมอลำ

                จากการมีหมอลำชายเพียงคนเดียว ค่อยๆ พัฒนาต่อมาจนมีหมอลำฝ่ายหญิง มีเครื่องดนตรีประกอบจังหวะเพื่อความสนุกสนาน จนกระทั่งเพิ่มผู้แสดงให้มีเท่ากับตัวละครที่มีในเรื่อง มีพระเอก มีนางเอก ตัวโกง ตัวตลก เสนา ครบถ้วน โดยเริ่มจากหมอลำโบราณซึ่งเป็นการเล่านิทานของผู้เฒ่าผู้แก่ให้ลูกหลานฟัง ไม่มีท่าทางและดนตรีประกอบ จากนั้นจึงพัฒนาการมาเป็นหมอลำกลอนหรือหมอลำคู่ การลำมีหมอลำชาย-หญิงสองคนสลับกัน มีเครื่องดนตรีประกอบคือแคน การลำมีทั้งเรื่องนิทานโบราณคดีอีสาน เรียกว่าลำเรื่องต่อกลอนลำทวย (ทายโจทย์) ปัญหา ซึ่งผู้ลำจะต้องมีปฎิภาณไหวพริบที่ดี สามารถตอบโต้ ยกเหตุผลมาหักล้างฝ่ายตรงข้ามได้ ต่อมามีการเพิ่มผู้ลำขึ้นอีกคนหนึ่ง อาจเป็นชายหรือหญิงก็ได้ การลำจะเปลี่ยนเป็นเรื่องชิงรักหักสวาท ยาดชู้ยาดผัว เรียกว่าลำชิงชู้

                นางมณีรัตน์ การเกษม เกิดในครอบครัวหมอลำโดยบรรพบุรุษตั้งแต่สมัยปู่ย่า ตายาย รวมทั้งบิดามารดาของนางมณีรัตน์ ล้วนแต่เป็นหมอลำที่มีชื่อเสียงของจังหวัดหนองคายทั้งสิ้น นางมณีรัตน์ เรียนหมอลำครั้งแรกเมื่ออายุ ๑๓ ปี จากบิดามารดา และร้องหมอลำกลอนมาจนปัจจุบันอายุ ๕๙ ปี นางมณีรัตน์ การเกษม ได้รับเลือกให้เป็นศิลปินดีเด่น สาขาศิลปะการแสดงของจังหวัดหนองคาย เมื่อ พ.ศ.๒๕๔๒

ขนบและความเชื่อเกี่ยวกับการแสดงหมอลำกลอนคณะมณีรัตน์ แก้วเสด็จ

การเรียนหมอลำกลอน มีความเชื่อเกี่ยวกับการยออ้อ ยกครู หรือการไหว้ครู ซึ่งนางมณีรัตน์ การเกษม ให้ข้อเท็จจริงว่า การยกอ้อ ยอครูจะขึ้นอยู่กับครูบาอาจารย์ของแต่ละคนว่าควรกำหนดเครื่องไหว้ว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งนางมณีรัตน์ การเกษม ได้ไหว้อ้อยอครูเพื่อเรียนหมอลำจากคุณพ่อและคุณนางโดยเสียคายไหว้ครู (เครื่องไหว้) ดังนี้

๑.เงิน ๑ สลึง

๒.ผ้าขาว ๑ วา

๓.เทียนเล่มน้ำหนัก ๑ บาท ๑ คู่

๔.ดอกไม้ ๕ คู่

๕.มะพร้าวอ่อน ๑ ลูก

เมื่อเตรียมเครื่องยกอ้อ ยอครูครบบริบูรณ์แล้ว ก็ให้ตั้งจิตอธิษฐานให้สมความตั้งใจปรารถนา

วิธีการและขั้นตอนของการแสดงหมอลำกลอน

                เมื่อนักแสดงแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยพร้อมที่จะขึ้นเวทีแสดง ก่อนขึ้นเวทีมีการยออ้อ ยกครู เมื่อก้าวถึงบันได หมอลำ หมอแคน กราบที่บันไดเพื่อไหว้เจ้าที่เจ้าทาง ขอให้การแสดงสำเร็จลุล่วงด้วยดีและขอให้เป็นที่ชื่นชอบของผู้ชม หลังจากขึ้นไปบนเวทีการแสดงเรียบร้อยแล้วจึงเริ่มการลำ

ท่าลำที่ใช้ในการแสดงหมดลำกลอน

                ท่ารำที่หมอลำกลอนคณะ “มณีรัตน แก้วเสด็จ” ใช้ในการแสดง มีท่าต่างๆ ดังนี้

                ๑.โบกคว่ำโบกหงาย

                ๒.ถอนสายบัว

                ๓.วัวเทียมเกวียน

                ๔.สอดข่อ

                ๕.ปลากิเดิดลอดขอน

                ๖.ลำเต้ยโขง

                ๗.เต้ยหัวโนนตาล

                ๘.กวางเหลียวหลัง

                ๙.แฮ้ง (แร้ง) ตากขากา

                ๑๐.ตากปีก

                ๑๑.เสือออกเหล่า

                ๑๒.เต่าลงหนอง

                ๑๓.ปลาซิโดลงคลอง

                ๑๔.จอนฟอนถืก (โดน)

                ๑๕.น้ำหมอก

                ๑๖.ฟ้อนหนุนามแผงศร

                ๑๗.เกี้ยว

                ๑๘.จก

เครื่องดนตรีและลายที่ใช้ประกอบการแสดงหมอลำกลอน

                เครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดงหมอลำกลอนคือแคน โดยหมอแคนจะเป่าแคนประกอบการลำกลอน มีลายแคนที่หมอแคนคนใช้ดังนี้

                ๑.ลายสุดสะแนน ใช้สำหรับลำทางสั้น

                ๒.ลายล่องใหญ่ และลายล่องน้อย ใช้สำหรับลำล่องหรือลำยาว

                ๓.ลายโป้ซ้าย ใช้สำหรับรำเกี้ยว

                ๔.ลายเต้ยใหญ่ ใช้สำหรับแสดงท่ารำและเกี้ยวพาราสี

                ๕.ลายเต้ยน้อย ใช้สำหรับแสดงท่ารำและเกี้ยวพาราสี

                ๖.ลายเต้ยหัวโนนตาล ใช้สำหรับแสดงท่ารำและเกี้ยวพาราสี

                ๗.ลายเต้ยพม่า ใช้สำหรับแสดงท่ารำและเกี้ยวพาราสี

                ๘.ลายเต้ยธรรมดา ใช้สำหรับแสดงท่ารำและเกี้ยวพาราสี

เครื่องแต่งกายที่ใช้ในการแสดงหมอลำกลอน

                นางมณีรัตน์ การเกษม ได้เล่าถึงการแต่งกายของนักแสดงหมอลำกลอนดังนี้

                ๑.ในสมัยที่นางมณีรัตน์ การเกษม เป็นนักแสดงหมอลำกลอนใหม่ๆ เมื่อประมาณ ๔๐ ปีที่ผ่านมา หมอลำฝ่ายหญิงนุ่งผ้าซิ่นหมี่ขิด ผ้าซิ่นมีตีนซิ่น ส่วนเสื้อตัดเป็นเสื้อรัดรูปคอจีนหรือคอกลม โดยใช้ผ้าทอพื้นเมืองซึ่งส่วนมากเป็นผ้าฝ้ายมัดหมี่ย้อมคราม ทรงผมเกล้ามวยธรรมดา ส่วนหมอลำฝ่ายชาย นุ่งผ้าโสร่งซึ่งส่วนมากเป็นผ้าไหมทอ สวมเสื้อม่อฮ่อม และใช้ผ้าขาวม้าผูกเอว

๒.สมัยต่อมา เมื่อประมาณ ๒๐ ปีที่ผ่านมา การแต่งกายของหมอลำได้มีการเปลี่ยนแปลงไปตามสมัยนิยม กล่าวคือ จากที่หมอลำฝ่ายหญิงนุ่งผ้าซิ่น เกล้าผมมวย ก็เปลี่ยนมาเป็นนุ่งมินิสเกิร์ต ซึ่งความยาวของกระโปรงเลยหัวเข่าพองาม ผ้าที่นำมาตัดชุดจะเปลี่ยนจากผ้าพื้นเมืองมาเป็นผ้าโรงงาน ทรงผมก็เปลี่ยนไปสมัยนั้นนิยมทำทรงผมเพชรา เชาวราษฎร์ ส่วนหมอลำฝ่ายชาย เปลี่ยนจากการใส่โสร่งเป็นกางเกงขายาว ใส่เสื้อเชิ้ต ผูกเน็กไท ท่ารำก็เปลี่ยนไปด้วย

๓.ยุคปัจจุบัน การแต่งกายแต่งตามสมัยนิยมมีการประดับตกแต่งเครื่องแต่งกายให้สวยงาม

บทบาทและหน้าที่ของนักแสดงหมอลำกลอนที่ปรากฏในสังคมและวัฒนธรรม

                บทบาทและหน้าที่ของนักแสดงหมอลำกลอนที่ปรากฏในสังคมและวัฒนธรรม สามารถถ่ายทอดและบอกเล่าถึงภูมิหลังความเป็นมาของท้องถิ่นได้ในเนื้อหาของบทกลอน นอกเหนือจากประวัติศาสตร์ความเป็นมาของท้องถิ่นนั้น ๆ แล้ว ในเรื่องของนิทานและตำนานพื้นบ้านที่ปรากฏในบทกลอน ยังบ่งบอกถึงวิถีชีวิตรวมทั้งขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมและความเชื่อ ของบรรพชนในอดีตได้

การสืบทอดและการถ่ายทอดหมอลำกลอน

                นางมณีรัตน์ การเกษม ได้ถ่ายทอดการแสดงหมอลำกลอนให้แก่บุตรชายและธิดา รวมทั้งลูกศิษย์ซึ่งเป็นหมอลำที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปและได้รับรางวัลมากมายได้แก่

                ๑.หมดลำจันทรา แก้วเสด็จ และหมอลำทองลีน้อย แก้วเสด็จ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง การประกวดหมอลำกลอนย้อนยุคในงาฉลองอนุสาวรีย์ปราบฮ่อจังหวัดหนองคาย ประจำปี ๒๕๔๙

๒.หมอลำนันทนา แก้วเสด็จ ได้รับรางวัลชนะเลิศ การประกวดหมอลำกลอนเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จังหวัดมหาสารคาม

๓.หมอลำพรพิมลน้อย แก้วเสด็จ และหมอลำสมพงษ์ มาพร ได้รับรางวัลชนะเลิศประกวดหมอลำซิ่งในงานประจำปีทุ่งศรีเมืองอุดรธานี

เก็บข้อมูล ณ บ้านยางคำ ตำบลสระใคร กิ่งอำเภอสระใคร จังหวัดหนองคาย เมื่อเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๙
โดย สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดหนองคาย

ไฟล์มัลติมีเดีย

  • Voting
    (0 โหวต)
  • Hits
    9076 views