พิมพ์

เรือมตรด

ชื่อรายการ
เรือมตรด
ปีที่ขึ้นทะเบียน
ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน
ภูมิภาค
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จังหวัด
สาระสำคัญโดยรวม

เรือมตรด
จังหวัดบุรีรมย์

                เรือมตรด คือรำตรุษสงกรานต์ เป็นการละเล่นพื้นบ้านของชาวอีสานใต้มาตั้งแต่โบราณ มีความเชื่อเป็นการละเล่นเพื่อความสนุกสนานในวันขึ้นปีใหม่ของชาวไทยสมัยก่อนที่ใช้เดือนเมษายนของทุกปีเป็นวันขึ้นปีใหม่ นอกจากนี้เรือมตรด มีความสัมพันธ์เกี่ยข้องกับพระพุทธศาสนา โดยมีพุทธตำนานเล่าว่าสมัยที่พระพุทธเจ้าเมื่อยังคงเป็นพระโพธิสัตว์ พระองค์เสด็จพระราชดำเนิน เพื่อทรงออกผนวช แม่มีมารแปลงกายเป็นกวางทองมาขัดขวางทางเสด็จพระองค์ เพื่อไม่ให้เดินทางออกบวช พระโพธิสัตว์ทรงอธิษฐานขึ้น ทำให้สวรรค์ชั้นเทวโลกบังเกิดความร้อน เทวดาทั้งหลายจึงพากันแปลงกายเป็นนายพรานลงมาฆ่ากวางได้แล้วร่วมขบวนแห่พระโพธิสัตว์ไปทรงออกผนวชได้สำเร็จตามความประสงค์ จึงทำให้จัดแสดงเรือมตรดเป็นมรดกสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน
                ส่วนความคิดอื่นๆ เห็นว่า เรือมตรดมีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อที่ว่า เมื่อใดที่สัตว์ป่าเข้ามาในหมู่บ้านถือว่าเป็นลางร้าย จะเกิดสิ่งที่ไม่ดี ต้องพบกับสิ่งชั่วร้าย จึงจัดแสดงเรือมตรดขึ้น โดยมีรูปภาพสัตว์ป่าทุกชนิดเพื่อให้มีโอกาสได้ประพรมน้ำอบ ทาแป้ง ทาน้ำมันให้แก่สัตว์เหล่านั้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ที่ได้ป้องกันไว้ก่อนแล้ว ซึ่งเขาเชื่อว่า ภายหลังจากนั้นหากมีสัตว์ป่าเข้าไปในหมู่บ้านจะไม่สามารถบันดาลให้เกิดสิ่งชั่วร้ายได้
การแต่งกายของนักแสดง
               
การแต่งกายนิยมให้สวยงามตามประเพณีผู้หญิงนุ่งซิ่นไหม ผู้ชายนุ่งโสร่งหรือโจงกระเบนสีสันสวยงามรวมเป็นคณะเรือมตรด เคลื่อนขบวนร้องรำไปตามหมู่บ้านทุกหลังคาเรือน
                การเล่นเรือมตรด นิยมเล่นเฉพาะเดือนเมษายนของทุกปีเท่านั้น เพื่อเป็นการพักผ่อนหย่อนใจจากการตรากตำทำงานหนักมาเป็นเวลานาน การเรือมตรดนี้จะร้องรำไปตามหมู่บ้านทุกหลังคาเรือน เมื่อถึงบ้านใครเป็นธรรมเนียมเจ้าของบ้านจะออกมาต้อนรับและมอบจตุปัจจัย เครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ ให้แก่ผู้เล่นเรือมตรด เพื่อรวบรวมนำไปถวายวัดต่อไป
                การเล่นเรือมตรดมีผู้ร้องรำเพลงเป็นต้นบทร้องนำหรือเรียกว่าพ่อเพลงแม่เพลง คนอื่นๆ เป็นผู้ร้องตามหรือเรียกว่าลูกคู่ เครื่องดนตรีประกอบด้วย กลองกันตรึม ๒  ใบ หรือมากกว่านั้น ฉิ่ง ฉาบ ซอ จอกกร็อง ฯลฯ ทั้งที่ทุกครั้งที่มีการแสดงจะต้องมีกลองกันตรึมประกอบเสมอ
                เนื้อร้องเรือมตรด เริ่มจากบทขออนุญาตเจ้าของบ้านต่อด้วยบทอื่นๆ ตามที่เห็นสมควรถึงการขอรับบริจาคบทเกี้ยวพาราสีของหนุ่มสาว ตอนท้ายเป็นบทให้ศีลให้พรเจ้าของบ้านและบทร้องลาแล้วจึงย้ายคณะเรือมตรดไปยังบ้านอื่นต่อไป
ตัวอย่างบทร้อง
                บทอนุญาตเจ้าของบ้าน

                                ตรดขมาดด็อลเฮย

                ตรดขมาดด๊อลเฮย                 (ลูกคู่รับ)

                ใดเฮมจ๊ะ

                ใจลบานรือเต                         (ลูกคู่รับ)

                                ใจลแองจีแอง

                ขลาดมนายนึงจี                     (ลูกคู่รับ)

                ใจลบานรือเต        

                เคนียขมาดสามเซิบ                                (ลูกคู่รับ)

                บทกล่าวถึงงานตรด

                                ตรดเอ๋ยตรงโตรง

                ตรดโมบีตะโมง   

                                เย็วชีกะบานเดือน

                ฝันเดือนแมเอย

                                เยอแมสระเนาะ

                ออยเปราะบันเซา

                                ออยโกนออยเจา

                ตระเจียกตระจุม

                                ออยเตียงเนียงกระมุม

                สระตุมเจอดพอง

                บทอื่นๆ

                                ยองเฮยเนียงยอง

                ยองเฮยเนียงยอง                    (ลูกคู่รับ)

                เฮิรพองยุมพอง

                เจ้าะซีเบ้าะทม                        (ลูกคู่รับ)

                                เจิงเวียเตืองเตือด

                เมือดเวียเตืองยม                    (ลูกคู่รับ)

                เจ้าซีเบ้าะทม

                อานอจมาเนียะแดง                                (ลูกคู่รับ)

                บทลา

                                แมเยขมาดเลีย

                แมเอยขมาดเลีย                     (ลูกคู่รับ)

                ซ็อมเมือนซ็อมเตีย

                ยัวเติวทวือย็อน                     (ลูกคู่รับ)

                                ออยยั้วะออยยัวร

                ออยปารสรือแด็ย                  (ลูกคู่รับ)

                แมบานโกนเปร้ะ

                ออยตุมกบาลตำแร็ย              (ลูกคู่รับ)

                                แมบานโกยแซร็ย

                ออยตุมเก็ยจำลัก                    (ลูกคู่รับ)

                แจ้ะตุกแจ้ะตัก

                แจ้กปักตะโมงเคนย              (ลูกคู่รับ)

รูปแบบการละเล่นเรือมตรด
                การเล่นเรือมตรดทุกครั้งของการเล่นมีการไหว้ครูทุกครั้งไป วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการไหว้ครู มีดังนี้
๑.ผ้าขาว ๑ ผืน
๒.กรวยใส่ดอกไม้ ๕ ดอก เทียน ๒ เล่ม ธูป ๙ ดอก บางหมู่บ้าน จะใช้กรวยและอุปกรณ์ดังกล่าวไม่เหมือนกัน
๓.หมากพลู
๔.สุราขาว ๑ ขวด
๕.น้ำหวาน ๑ ขวด (ปัจจุบันใช้น้ำอัดลม เช่น น้ำส้ม)
๖.น้ำ ๑ ขัน เพื่อทำน้ำมนต์
๗.เงินค่ายกครู ๓๒ บาท หรือ ๕๙ บาท หรือ ๔๒ บาท
๘.เครื่องดนตรี
                   ขั้นตอนการประกอบพิธีไหว้ครู พ่อครู หัวหน้าชุดหรือครูอาวุโสและคณะนักแสดงทุกคนจะนำเครื่องไหว้ครูใส่ถาดหรือพานพ่อครู หัวหน้าชุด หรือผู้อาวุโสเป็นผู้ประกอบพิธี โดยเริ่มจากการจุดธูปเทียน นักแสดงล้อมวง และสวดบทไหว้ครู และประกอบพิธีทำน้ำมนต์และพรมน้ำมนต์ให้กับเครื่องดนตรี และนำแสดง
                     การแสดง ผู้แสดงเดินไปยังบ้านของแต่ละชุมชนแม่เพลงหรือพ่อเพลงร้องเพลงในบทที่ขออนุญาตเข้าบ้าน บทแจ้งวัตถุประสงค์ของการมาในครั้งนี้บทเบ็ดเตล็ด บทอวยพร และบทลา โดยให้พ่อเพลงแม่เพลง นักดนตรียืนร้องรำ และเล่นดนตรีอยู่ตรงกลางมีนักแสดงรำรอบๆ เป็นวงกลม ร้องรำไปเรื่อยๆ จนจบบทร้อง
                     ในขณะที่กำลังร้องและรำ เจ้าของบ้านจะนำเครื่องจตุปัจจัย เครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ มาให้กับหัวหน้าหรือผู้ที่มีหน้าที่ในการรับบริจาคเพื่อรวบรวมนำไปถวายวัดเพื่อเป็นการทำบุญ เมื่อเล่นจบบ้านหนึ่งหลังแล้ว จึงเดินไปยังบ้านหลังอื่นๆ อีก และจะทำการแสดงเหมือนดังได้กล่าวมาแล้วจนถึงตอนเย็น
                      เมื่อคณะเรือมตรดเล่นเสร็จในหนึ่งวันแล้วจะรวบรวมเครื่องจตุปัจจัย เครื่องอุปโภคบริโภคต่างนำไปถวายวัดเป็นวันๆ ไป ในการเล่นของแต่ละวันก็จะดำเนินการในลักษณะเหมือนกันทุกวันไป

เก็บข้อมูล ณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ (บ้านสวายจีก) อำเภอห้วยราช (บ้านเมืองต่ำ) อำเภอประโคนชัย (บ้านจระเข้มาก) อำเภอละหานทราย (บ้านสำโรงใหญ่) อำเภอกระสัง(บ้านหนองเต็ง) อำเภอพลับพลาชัย (บ้านโคกโพธิ์) จังหวัดบุรีรัมย์
เมื่อเดือนเมษายน-ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๙
โดย สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบุรีรัมย์

สาขา/ประเภท
ความเชื่อ
แนวคิด ความเชื่อ
เรือมตรด คือ รำตรุษสงกรานต์ เป็นการละเล่นพื้นบ้านของชาวอีสานใต้มาตั้งแต่โบราณ มีความเชื่อว่า เป็นการละเล่นเพื่อความสนุกสนานในวันขึ้นปีใหม่ของชาวไทยสมัยก่อนที่ใช้เดือนเมษายนของทุกปีเป็นวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งจะสอดคล้องกับประเทศกัมพูชาที่มีการเรือมตรดในเดือนเมษายนของทุกปี เช่นกัน
ในประเทศกัมพูชา เรือมตรด เป็นมรดกสืบทอด มาจากองค์ตระกูลของกลุ่มชาติพันธุ์สำแร ซึ่งสันนิษฐานว่า เป็นกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่งของอารยธรรม “ในกลุ่มของออสโตรเอเชียเยียง” ได้ตั้งหลัก ปักฐานอยู่ในบริเวณประเทศกัมพูชาในปัจจุบันนี้ มานานนับหลายพันปีมาแล้วเรือมตรด จัดแสดงขึ้นในโอกาสสำคัญ คือ พิธีขึ้นปีใหม่ เป็นการรำเพื่อตัดขาดปีเก่า หรือกำจัดสิ่งเลวร้าย ความจัญไรที่มีในปีเก่าให้หมดสิ้นไป ต้อนรับความเป็นศิริมงคลในปีใหม่
ความเป็นมาเรือมตรด พบว่ามีความเห็นที่แตกต่างกัน เช่น ตำนานเรื่องหนึ่ง เล่าว่า มีนานพรานคนหนึ่ง ชื่อว่า พรานบุญ มีเมียชื่อ นางอุมา วันหนึ่งนายพรานออกล่าสัตว์ เหมือนเคยปฏิบัติเป็นประจำทุกวัน แต่ไม่พบสัตว์แม้แต่ตัวเดียว นายพรานบุญคิดว่า รุกขเทวดาที่รักษาป่า “เนียะตา” ได้พากันปิดบังไม่ให้มองเห็นสัตว์ต่างๆ พรานบุญได้จัดหาเครื่องถวายสักการะ เพื่อทำพิธีบวงสรวงในที่สุดพรานบุญได้พบกับกวางที่มีลักษณะที่สวยงามมาก พรานบุญจึงได้ฆ่ากวางตัวนั้น และนำไปถวายพระราชาๆ จึงประทานตำแหน่งให้พรานบุญเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด และให้นางอุมาได้รับตำแหน่งเป็นคุณหญิง พรานบุญจึงจัดให้มีการเรือมตรดขึ้น
อีกแนวคิดหนึ่งเรือมตรด มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา โดยที่พระพุทธเจ้า ยังคงเป็นพระโพธิสัตว์ พระองค์เสด็จพระราชดำเนิน เพื่อทรงออกผนวช แต่มีมารแปลงกายเป็นกวางทองมาขัดขวางทางเสด็จของพระองค์ เพื่อไม่ให้เดินทางออกบวช พระโพธิสัตว์ ทรงอธิษฐานขึ้น ทำให้สวรรค์ชั้นเทวโลกบังเกิดความร้อน เทวดาทั้งหลายจึงพากันแปลงกายเป็นนายพราน ลงมาฆ่ากวางได้ แล้วร่วมขบวนแห่พระโพธิสัตว์ไปทรงออกผนวชได้สำเร็จตามความประสงค์ จึงทำให้จัดแสดงเรือมตรด เป็นมรดกสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน
ส่วนความคิดอื่นๆ เห็นว่า เรือมตรดมีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อของคนเขมรที่เข้าใจว่า เมื่อไรที่สัตว์ป่าเข้ามาในหมู่บ้านถือว่าเป็นลางร้าย จะเกิดสิ่งที่ไม่ดี ต้องพบกับสิ่งชั่วร้ายจึงจัดแสดงเรือมตรดขึ้น โดยมีรูปภาพสัตว์ป่าทุกชนิดเพื่อให้มีโอกาสได้ประพรมน้ำอบ ทาแป้ง ทาน้ำมันให้แก่สัตว์เหล่านั้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ที่ได้ป้องกันไว้ก่อนแล้ว ซึ่งเขาเชื่อว่า ภายหลังจากนั้น หากมีสัตว์ป่าเข้าไปในหมู่บ้าน รับรองได้ว่า ไม่สามารถบันดาลให้เกิดสิ่งชั่วร้ายได้เลย
ในปัจจุบันมีการละเล่นเรือมตรดที่มีแนวคิดความเชื่อในเรื่องดังกล่าวอยู่บ้าง เช่น บ้านจรเข้มาก ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ส่วนอำเภออื่นมีความเชื่อว่าเป็นการสืบทอดวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้เท่านั้นและมีการบอกบุญ ระดมทรัพย์สินเงินทอง ผ้าขาวม้า สิ่งของ เช่น ผ้าไหม เงิน ข้าวสาร ฯลฯ ให้กับคนเรือมตรด เพื่อรวบรวมนำไปถวายวัดเป็นการทำบุญที่บ้านเมืองต่ำ ตำบลห้วยราชา อำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์จะมีการเรือมตรดเพื่อบอกบุญไปยังบ้านต่างๆ เช่น บุญกฐิน บุญผ้าป่า งานที่เกี่ยวกับวัดจะใช้วิธีการเรือมตรดบอกบุญเสมอไป
การแต่งกายของนักแสดง จะแต่งกายสวยงามตามประเพณีผู้หญิงนุ่งซิ่นไหม ผู้ชายนุ่งโสร่งหรือโจงกระเบน สีสันสวยงามรวมเป็นคณะเรือมตรด เคลื่อนขบวนร้องรำไปตามหมู่บ้านทุกหลังคาเรือน
ไฟล์มัลติมีเดีย

  • Voting
    (0 โหวต)
  • Hits
    5503 views