พิมพ์

ฟ้อนหางนกยูง

ชื่อรายการ
ฟ้อนหางนกยูง
ปีที่ขึ้นทะเบียน
ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน
ภูมิภาค
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จังหวัด
สาระสำคัญโดยรวม

ฟ้อนหางนกยูง
จังหวัดนครพนม

รำหางนกยูง  เป็นศิลปะฟ้อนรำของจังหวัดนครพนม  เป็นลีลาฟ้อนรำอีกแบบหนึ่งที่เป็นการเลียนแบบจากท่านกยูงรำแพนเป็นส่วนมาก

ศิลปะการฟ้อนหางนกยูงนี้มีผู้นำมาถ่ายทอดและฟ้อนรำเองตามคำบอกเล่าว่าประมาณหนึ่งร้อยปีเศษ ๆ  โดยนายพัน  เหมหงส์  ซึ่งเป็นชาวนครพนมโดยกำเนิด  ท่านเป็นบุตรของอุปราชท่านหนึ่งในสมัยโบราณเมื่อนายพัน  เหมหงส์ยังมีชีวิตอยู่ท่านมีชีวิตที่โลดโผนเป็นนักสู้เคยผ่านการสู้รบมาก่อนท่านสนใจในการฟันดาบ  เพลงดาบ  กระบี่  กระบอง  และมวย  ท่านจึงกลายเป็นครูดาบ  กระบี่  กระบอง  และมวย  เป็นผู้มีฝีมือเยี่ยมท่านหนึ่งเวลาว่าง  ๆ  ท่านชอบล่าสัตว์ป่า  หมูป่า  จึงสะสมของป่าเอาไว้  เช่น  หางนกยูง  แล้วนำมามัดเป็นกำ  ๆ  คิดประดิษฐ์ท่ารำขึ้นมา  ซึ่งมีลีลาคล้ายกับการฟันดาบ  แล้วนำไปถ่ายทอดให้ลูกหลานต่อไป

การฟ้อนหางนกยูงนี้  ในสมัยก่อนนิยมรำเดี่ยวบนหัวเรือแข่ง  เมื่อมีงานประจำปี

ออกพรรษา  มีความเชื่อว่าก่อนที่จะนำเรือเข้าแข่งจะนำเรือไปถวายสักการะเจ้าพ่อหลักเมือง  เพื่อเป็นการบอกกล่าวว่าจะนำเรือเข้าแข่งขัน  และจะต้องฟ้อนหางนกยูง  เพื่อถวายต่อหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองด้วยการฟ้อนหางนกยูงนี้  จะฟ้อนรำเฉพาะเรือแข่งที่สำคัญและมีชื่อเสียงโด่งดังเท่านั้น

องค์ประกอบของฟ้อนรำหางนกยูง
              ๑.ผู้ฟ้อน ผู้ฟ้อนหางนกยูงเป็นผู้หญิงล้วน หรืออาจผสมชายและหญิงในยุคปัจจุบันนี้ ผู้ฟ้อนหางนกยูงนิยมฟ้อนในลักษณะของระบำหมู่คือ ใช้ผู้ฟ้อนตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไป โดยไม่จำกัดจำนวนแล้วแต่โอกาสและความเหมาะสมของสถานที่

               ๒.ท่าฟ้อน ท่าฟ้อนหางนกยูงมีทั้งหมด ๑๒ ท่า ได้แก่
ท่าที่ ๑ นกยูงร่อนออก
ท่าที่ ๒ นกยูงรำแพน
ท่าที่ ๓ รำแพนปักหลัก
ท่าที่ ๔ ไหว้ครู
ท่าที่ ๕ ยูงพิสมัย
ท่าที่ ๖ ยูงฟ้อนหาง
ท่าที่ ๗ ปักหลักลอดซุ้ม
ท่าที่ ๘ ยูงร่ายไม้
ท่าที่ ๙ ยูงกระสันคู่
ท่าที่ ๑๐ ยูงรำแพนซุ้ม
ท่าที่ ๑๑ ยูงปัดรังควาน
ท่าที่ ๑๒ ยูงเหิรฟ้า
                ๓.ดนตรี วงดนตรีที่ใช้บรรเลงประกอบการฟ้อนหางนกยูงนี้ เดิมใช้วงดนตรีไทยบรรเลง ต่อมาจึงเปลี่ยนมาใช้วงดนตรีโปงลาง ซึ่งให้ความสนุกสนานเร้าใจมากกว่า โดยนำวงโปงลางมาใช้บรรเลงประกอบการฟ้อนหางนกยูงนี้ เริ่มใช้บรรเลงตั้งแต่ปี ๒๕๓๐ จนถึงปัจจุบัน โดยมีนายพิชัย คำสิงห์ ซึ่งเป็นผู้มีความสามารถในการบรรเลงดนตรีพื้นเมืองอีสานได้ทุกชนิด ได้ริเริ่มการนำวงโปงลางมาบรรเลงประกอบการฟ้อนหางนกยูงในพิธีฟ้อนบูชาพระธาตุพนม วงโปงลางมีเครื่องดนตรีดังนี้ พิณ เบสพื้นบ้าน โปงลาง กลองยาว กลองตึ้ง แคน โหวด ไหซอง ฉิ่ง ฉาบ กั๊บแก๊บ
                 ๔.การแต่งกาย แต่งหน้า และอุปกรณ์การแสดง เครื่องแต่งกายของฟ้อนหางนกยูง เสื้อที่สวมใส่เป็นเสื้อแขนกระบอกสีเหลือง คอจีน ตัดเย็บด้วยผ้าต่วน ผ้าถุง เป็นผ้าถุงลายลาวเวียงสีเขียว มีเชิง สั่งทอจากศูนย์ลาวอพยพ บ้านนาโพธิ์ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ผ้าสไบ เป็นผ้าสไบดิ้นทองสีเขียว สั่งทอจากศูนย์ลาวอพยพเช่นเดียวกับผ้าถุง เข็มขัดทำจากผ้าสีเดียวกับผ้าถุง เครื่องประดับ ใช้เครื่องเงินประดับ ได้แก่ สร้อยคอ ต่างหู กำไลข้อมือ ตามความสวยงาม
อุปกรณ์การแสดง
                อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบการฟ้อนรำ ใช้หางนกยูงมัดเป็นกำพอดี เรียงลำดับหางและแววให้สวย แล้วใช้ผ้าสีสวยเป็นมัน หรือผ้าดิ้นทองหุ้มด้ามให้สวยงาม โดยผู้รำทุกคนถือหางนกยูงทั้งสองมือ วาดหาดนกยูงด้วยท่ารำต่างๆ ไปตามจังหวะ
                ๕.โอกาสและจุดมุ่งหมายในการแสดง จัดขึ้นเพื่อประกอบพิธีฟ้อนบูชาพระธาตุพนมในงานเทศกาลไหลเรือไฟ จังหวัดนครพนม เป็นงานประจำปีตามจารีตของชาวนครพนม ซึ่งปฎิบัติสืบต่อกันมา นอกจากนี้ยังมีการฟ้อนหางนกยูงเพื่อต้อนรับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และแขกผู้มาเยือนจังหวัดนครพนม

เก็บข้อมูล ณ จังหวัดนครพนม เมื่อเดือนมกราคม-พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๙
โดย สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครพนม และสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครพนม

ประวัติความเป็นมา
ฟ้อนหางนกยูงเป็นศิลปะการฟ้อนรำที่เก่าแก่และงดงามของจังหวัดนครพนมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีการพัฒนามาอย่างช้า ๆ และต่อเนื่อง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และวัฒนธรรม ซึ่งเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จากการฟ้อนที่อยู่ในพิธีกรรมถวยเทียน ซึ่งเป็นพิธีกรรมที่เกี่ยวกับผี ฟ้อนหางนกยูงก็พัฒนาเป็นการฟ้อนในพิธีกรรมบูชาพระธาตุพนม ซึ่งเป็นพิธีกรรมของพุทธศาสนา จากที่กล่าวมาข้างต้นคณะทำงานจึงได้ศึกษาประวัติความเป็นมาของฟ้อนหางนกยูงเป็น ๓ ยุค ดังต่อไปนี้
๑. ประวัติความเป็นมาของการฟ้อนหางนกยูงในยุคที่ ๑ ก่อนปี พ.ศ. ๒๔๙๘
๒. ประวัติความเป็นมาของการฟ้อนหางนกยูงในยุคที่ ๒ ปี พ.ศ. ๒๔๙๘ - ๒๕๓๐
๓. ประวัติความเป็นมาของการฟ้อนหางนกยูงในยุคที่ ๓ ปี พ.ศ. ๒๕๓๐ - ปัจจุบัน
๔. ปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาการของการฟ้อนหางนกยูง

ประวัติความเป็นมาของการฟ้อนหางนกยูงในยุคที่ ๑ ก่อนปี พ.ศ. ๒๔๙๘

ในอดีตฟ้อนหางนกยูงเคยเป็นการละเล่นในพิธีกรรมถวยเทียนของชาวเมืองนครพนมพิธีกรรมถวยเทียนนี้จะจัดขึ้นในช่วงเทศกาลออกพรรษา จุดประสงค์เพื่อบูชาและขออนุญาต
เจ้าหมื่น ซึ่งตามความเชื่อของชาวนครพนมเชื่อว่าเจ้าหมื่นคือ มเหศักดิ์หลักเมืองหรือวิญญาณของเจ้าหมื่นที่คุ้มครองชาวนครพนมและนอกจากจะดูแลชาวนครพนมแล้วยังดูแลรักษาแม่น้ำโขงในเขตนครพนมอีกด้วย จากตำนานที่ก่อให้เกิดความเชื่อนี้ทำให้ชาวนครพนมไม่ว่าจะประกอบกิจกรรมใด ๆ ในชุมชนก็แล้วแต่จะต้องทำพิธีกรรมบอกกล่าวขออนุญาตเจ้าหมื่นทุกครั้งไป โดยเฉพาะแข่งขันเรือยาวของชาวคุ้มต่างๆ ในเขตเมืองนครพนม พิธีกรรมถวยเทียนที่จะมีการประกอบพิธีบริเวณศาลเจ้าหมื่น ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงหน้าวัดโอกาส ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยเดิมของเจ้าหมื่นเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ (รบ ลองจำนงค์ ๒๕๔๗ : สัมภาษณ์)
ก่อนจะถึงวันแข่งเรือยาวชาวคุ้มวัดต่าง ๆ ก็จะส่งตัวแทนมาประชุมเพื่อกำหนดวันที่จะประกอบพิธีกรรมถวยเทียน ในการกำหนดวันไม่ได้ยึดฤกษ์หรือตำราทางไสยศาสตร์แต่อย่างใดเพียงแต่เลือกจากความพร้อมของคุ้มวัดต่าง ๆ ว่าเมื่อพร้อมกันแล้วก็สามารถจัดพิธีกรรมถวยเทียนได้เลย ซึ่งในอดีตมีเรือยาวที่เป็นของคุ้มวัดเข้าร่วมแข่งขัน จำนวน ๖ คุ้ม ได้แก่
๑. คุ้มวัดโอกาส
๒. คุ้มวัดโพธิ์ศรี
๓. คุ้มวัดกลาง
๔. คุ้มวัดมหาธาตุ
๕. คุ้มวัดพระอินทร์แปลง
๖. คุ้มวัดศรีเทพ
สาขา/ประเภท
อุปกรณ์
อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบการฟ้อนรำ ใช้หางนกยูงมัดเป็นกำพอดี เรียงลำดับหางและแววให้สวยแล้วใช้ผ้าสีสวยเป็นมัน หรือผ้าดิ้นทองหุ้มด้ามให้สวยงาม โดยผู้รำทุกคนที่มือทั้งสองจะต้องถือหางนกยูงวาดหางนกยูงด้วยท่ารำต่าง ๆ ไปตามจังหวะ ซึ่งท่ารำพอจะสรุปได้ดังนี้


กระบวนท่า
ท่าที่ ๑ นกยูงร่อนออก
ท่าที่ ๒ นกยูงรำแพน
ท่าที่ ๓ รำแพนปักหลัก
ท่าที่ ๔ ไหว้ครู
ท่าที่ ๕ ยูงพิสมัย
ท่าที่ ๖ ยูงฟ้อนหาง
ท่าที่ ๗ ปักหลักลอดซุ้ม
ท่าที่ ๘ ยูงร่ายไม้
ท่าที่ ๙ ยูงกระสันคู่
ท่าที่ ๑๐ ยูงรำแพนซุ้ม
ท่าที่ ๑๑ ยูงปัดรังควาน
ท่าที่ ๑๒ ยูงเหิรฟ้า
ไฟล์มัลติมีเดีย

  • Voting
    (0 โหวต)
  • Hits
    11296 views