พิมพ์

เพลงตันหยง

ชื่อรายการ
เพลงตันหยง
ปีที่ขึ้นทะเบียน
ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน
ภูมิภาค
ภาคใต้
จังหวัด
สาระสำคัญโดยรวม

เพลงตันหยง
บ้านป่าคลอก ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต

ประวัติความเป็นมาของการแสดงเพลงตันหยง
               
การแสดง “ตันหยง” หรือ “เพลงตันหยง” หรือ “หล้อแหง็งตันหยง” เป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านของชาวไทยมุสลิมภาคใต้แถบชายฝั่งทะเลตะวันตก นิยมเล่นทั้งชาวไทยมุสลิมและชาวไทยพุทธในจังหวัด กระบี่ ตรัง พังงา และภูเก็ต ลักษณะการแสดงเป็นศิลปะที่มีลักษณะผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมพื้นบ้านภาคใต้กับวัฒนธรรมพื้นบ้านของมลายู ทั้งยังมีบทบาทต่อวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่นอย่างมาก
ลักษณะทั่วไปของการแสดง
               
ศิลปะการแสดงเพลงตันหยง เป็นการละเล่นที่ผสมผสานระหว่างท่าเต้นกับบทร้องและทำนองเพลงมีลักษณะเหมือนการแสดงรำวงทั่วไป กล่าวคือ มีการจัดตั้งเป็นคณะ คณะหนึ่งมีนางรำประมาณ ๔- ๑๐ คน นางรำได้รับการฝึกฝนให้มีความชำนาญในจังหวะท่าเต้นแบบต่างๆ ทุกคนสามารถขับร้องเพลงได้ทุกทำนอง รู้ทั้งบทกลอนและสามารถผูกเป็นกลอนสดขึ้นร้องเองได้ในสมัยก่อนคณะตันหยงเป็นคนภายในครอบครัวหรือเครือญาติ ต่อมาจึงรับคนในหมู่บ้านเดียวกันเข้าร่วมในคณะ อาจเป็นเพราะความสะดวกต่อการฝึกซ้อมและสะดวกในการเรียกรวมตัวกันเมื่อมีผู้รับไปแสดงมีหัวหน้าคณะหรือนายโรงที่มีความรู้ในเรื่องขนบนิยมของตันหยงเป็นอย่างดี และมีความสามารถในการสีซอหรือไวโอลิน
                การเล่นตันหยงมีบทร้องทั้งบทของเก่าที่จำสืบทอดต่อกันมาและบทร้องใหม่ที่มีบทร้องที่คิดขึ้นมาร้องสดๆ ส่วนใหญ่มุ่งเน้นเรื่องราวเกี่ยวกับความรักและการเกี้ยวพาราสี ซึ่งจัดว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุด และเพื่อให้เกิดความสนุกสนาน การแสดงดังกล่าวนี้ผู้เล่นต้องมีปฎิภาณไหวพริบสูง คิดกลอนได้เร็ว มีความคิดที่แหลมคมจึงสามารถเล่นได้ดี
               สำหรับท่ารำ
ผู้รำรำยืนอยู่กับที่มีการเคลื่อนไหวท่าทางโดยใช้มือ เท้า การโอนตัวอ่อน โยกตัว และการย่อตัวเป็นหลัก
               โอกาสของการแสดง
ในอดีตมีการแสดงตันหยงตามเทศกาลและวันสำคัญต่างๆ ปัจจุบันนิยมแสดงในงานรื่นเริ่งหรืองานที่เป็นมงคลต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานบวช งานเทศกาลของหมู่บ้าน เป็นต้น
เครื่องดนตรี
                การแสดงตันหยง มีพัฒนาการมาจากการแสดงรองเง็ง ในช่วงแรกๆ การละเล่นดังกล่าวไม่ได้นำเครื่องดนตรีมาเล่น ภายหลังจึงมีผู้คิดนำเครื่องดนตรีเข้ามาใช้ประกอบจังหวะและทำนองเพลง คือ รำมะนา และซอ ต่อมาใช้ไวโอลินแทนซอ เพื่อบรรเลงท่วงทำนอง เพลงต่างๆ
การแต่งกาย
                การแต่งกายของผู้แสดงหญิง นิยมแต่งกายแบบหญิงไทยมุสลิมทั่วไป คือ นุ่งผ้าถุงปาเต๊ะ สวมเสื้อยาหยา และนิยมผ้าที่เป็นลูกไม้สีสดใส มีผ้าคล้องคอ และมีเครื่องประดับอื่นๆ เช่น สร้อยคอ ตุ้มหู ส่วนผสมจะเกล้าแล้วประดับด้วยเครื่องประดับต่างๆ มีดอกไม้ติดผม เพลงตันหยงคณะใดที่มีผู้ชายแสดง นักแสดงนิยมแต่งกายแบบชุดพิธีของชายมลายู คือนุ่งกางเกงขายาว ใช้ผ้าโสร่งพับครึ่งนุ่งทับกางเกง สวมเสื้อแขนยาว นิยมใช้สีขาวและสีอ่อน สอดชายไว้ในกางเกง สวมหมวกดำ
สถานที่ในการแสดง
               
ในสมัยโบราณศิลปะการแสดงเพลงตันหยงนิยมเล่นบนลานดินกว้างๆ หรือตามชายหาด ปัจจุบันเพื่อความสะดวกจึงนิยมปลูกเวทีที่ไม่สูงนัก เพื่อแยกให้เป็นสัดส่วนระหว่างผู้แสดงกับผู้ชม
เพลงและทำนองเพลง
               
เพลงและนำนองเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดของศิลปะการแสดงตันหยง สาเหตุที่เรียกการละเล่นตันหยงนี้ว่า  “เพลงตันหยง” เพราะเนื้อเพลงที่นิยมร้องโต้ตอบกันมักขึ้นต้นด้วยคำว่า “ตันหยงตันหยง”
                เนื้อเพลงตันหยงมีฉันทลักษณ์ของเพลงดังนี้
                บทหนึ่งมี ๔ วรรค แต่ละวรรคมี ๔-๘ คำ โดยที่วรรคต้นมี ๔ คำ
               วรรคที่ ๑ นิยมขึ้นต้นด้วยคำว่า “ตันหยง ตันหยง...” มีความหมายถึงดอกไม้ที่เป็นภาพตัวแทนของผู้หญิง
               วรรคที่ ๒ มี ๗-๘ คำ ขึ้นด้วยคำว่า “หยงไหร ละน้อง..ยังดอก..” แล้วใส่ชื่อดอกไม้หรือต้นไม้ตามที่คิดไว้เข้าไปเป็นคำต่อไปจบครบ ๘ คำ
                วรรคที่ ๓ และวรรคที่ ๔ มี ๗-๘ คำ
                วรรคที่ ๕ มี ๔ คำเหมือนวรรคแรก
                วรรคที่ ๖ มี ๗-๘ คำ มักซ้ำกับวรรคที่ ๔
                วรรคที่ ๘ มี ๗-๘ คำเช่นกัน
                การไหว้ครู เป็นขนบปฎิบัติที่จำเป็นอย่างยิ่งก่อนที่จะเริ่มทำการแสดง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการไหว้และระลึกถึงผู้ที่ให้การฝึกสอนดนตรี อุปกรณ์ที่ใช้ในการไหว้ครูมีดังนี้ คือ ไฟแช็ก ๑ อัน เทียนขาว ๑ เล่ม หมาก ๓ คำ พลู ๓ คำ เงิน จำนวน ๙๙ บาท หรือ ๑๐๙ บาท แล้วนำเครื่องดนตรีทั้งหมดมาวางไว้ข้างๆ โดยมีนักดนตรีสีไวโอลิน ผู้ทำพิธีน้อมนึกถึงครูบาอาจารย์ผู้สอน จากนั้นจึงท่องคาถาจูงใจคนดู
องค์ประกอบของการแสดงตันหยง
                ๑.ผู้เต้น ใช้ผู้เต้นทั้งชายและหญิง หรือผู้หญิงทั้งหมดก็ได้ ผู้เต้นต้องเป็นผู้ที่รู้จังหวะเพลงและลีลาในการเต้น การยืนของผู้เต้นมีช่วงห่างกันพอสมควร
                ๒.ท่าเต้น เมื่อดนตรีบรรเลงเพลง ผู้เต้นจะเต้นตามจังหวะ ลีลาท่าเต้นต้องเคลื่อนไหวทั้งมือ เท้า และลำตัวอย่างนิ่มนวล ผู้แสดงต้องจำท่าทาง ลีลาการเต้นและเพลงที่เต้น ว่าเพลงใดใช้ท่าอย่างไร
                จุดเด่นของการเต้นเมื่อมีการเปลี่ยนท่าเต้น ลีลาท่าเต้นก็จะเปลี่ยนไปตามจังหวะของเพลง
                ๓.การแต่งกาย ผู้เต้นแต่งกายแบบชาวไทยมุสลิมพื้นเมืองภูเก็ต
                ๔.การแสดงนิยมเล่นในโอกาสรื่นเริงต่าง ๆ เช่น งานเลี้ยงฉลอง งานพิธีเปิดต่างๆ เจ้าภาพที่จัดงานมักกำหนดเวลาให้สำหรับผู้แสดง เพื่อมิให้ผู้ชมเกิดความเบื่อหน่าย
                ๕.เครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบการเต้น มีไวโอลิน กลองรำมะนา ๒ ใบ
เพลงประกอบการแสดงตันหยง
                สำหรับบทเพลงประกอบการแสดงตันหยงเนื้อเพลงส่วนใหญ่เป็นบทเกี้ยวพาราสีหรือบทบรรยายความงามของธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ แล้วแต่คณะจะให้ดำเนินไปในแนวทางใด ส่วนทบร้องเพลงตันหยงของกลุ่มอนุรักษ์บ้านป่าคลอก เป็นบทเพลงที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ คือ บิดาของนางสะอื้น
ท่าทางการรำตันหยง
               
ในแต่ละเพลง มีลีลาท่ารำเฉพาะ ผู้แสดงต้องจำบทเพลงให้แม่นยำจึงจะรำได้สวยงาม ผู้คิดท่ารำให้แก่คณะตันหยงกลุ่มอนุรักษ์บ้านป่าคลอกคือ นายสัน ชำนิชา
บทไหว้ครู
                มี ๓ ท่า ใช้ ๓ เพลง จัดว่าเป็นเพลงครู เพลงไหว้ครูใช้ดนตรีบรรเลงโดยมีบทร้อง
               ปัจจุบันศิลปะการแสดงตันหยง นอกจากมีการพัฒนาเนื้อร้องที่เป็นภาษาไทยแทนแล้ว ยังได้คิดทำรำเพิ่มขึ้นอีกมาก เช่น ปารีหาดยาว ซินาโด้ง ปารีใหม่ ยางโค้ง เป็นต้น แต่ค่อนข้างจะหาดูได้ยาก เนื่องจากคนรุ่นใหม่หรือคนหนุ่มสาวขาดความสนใจที่จะสืบทอดอย่างจริงจัง ประกอบกับสิ่งอำนวยความสะดวกและสิ่งบันเทิงใหม่ๆ เข้ามาอย่างรวดเร็ว รวมทั้งกลุ่มศิลปินที่เหลือล้วนสูงอายุแล้วทั้งสิ้น
เก็บข้อมูล ณ บ้านป่าคลอก ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๘- พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ โดย สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต

ไฟล์มัลติมีเดีย

  • Voting
    (0 โหวต)
  • Hits
    23400 views