พิมพ์

การแสดงในพิธีบูชาแม่มด

ชื่อรายการ
การแสดงในพิธีบูชาแม่มด
ปีที่ขึ้นทะเบียน
ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน
ภูมิภาค
ภาคตะวันออก
จังหวัด
สาระสำคัญโดยรวม

การแสดงในพิธีบูชาแม่มด
บ้านปางลาง ตำบลตาพระยา อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว

                การทำพิธีบูชาแม่มด หรือการเล่นแม่มด มีความเป็นมาอันยาวนาน เป็นความเชื่อดั้งเดิมของประชาชนท้องถิ่นที่สืบทอดต่อมาจากบรรพบุรุษในอดีตมาหลายชั่วอายุคน จนเป็นประเพณีของคนพื้นที่ชุมชนบ้านปางลาง หมู่ที่ ๒ อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว
                ในความเชื่อของชาวบ้านปางลาง แม่มดเป็นเทพที่คอยดูแล ปกป้องรักษาประจำตัวมนุษย์ที่อยู่ในโลกนับตั้งแต่เกิดมา ทุกคนต้องมีการตั้งโจม โดยการทำนายของหมอตำแยและแม่มด สืบทอดความเชื่อนี้มาตั้งแต่โบราณกาล
                โจมครู จัดทำขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของคนในหมู่บ้านปางลาง ทำจากไม้โมกมัน หรือไม้อื่น ตามชันษาของคน เด็กเกิดใหม่ทุกคนจะมีการกำหนดสัญลักษณ์ โดยดูจากลักษณะการเกิด หากมีการเกิดผิดปกติ เช่น มีรกพันคอ หมอตำแยจะบอกให้ทำสัญลักษณ์ไว้ที่โจม เสมือนเป็นลักษณะแทนตัวของคนที่เกิดมาz

                ลักษณะของโจม ประกอบด้วย
                -ฐานไม้โมกมัน หรือไม้อื่นๆ ขนาดเท่าก้นแก้วสูงประมาณ ๒-๓ นิ้ว
               -หุ้มด้วยใบลานหรือใบตาล ฉลุลวดลายจำนวน ๔ ใบ (ใบลานหรือใบตาลนี้ ต้องเก็บจากยอดลานหรือตาลอ่อน นำมาต้มในน้ำเดือด  ๑๐๐ องศาเซลเซียส แกะสลักตกแต่งเป็นลวดลาย ตัดเป็นรูปทรง พร้อมกับรีดให้แห้งและเรียบ)
               -หุ้มด้วยผ้าขาว ใส่ในขันครู
               -ภายในโจมใส่ใบลำดวน เทียนขาว ใช้เทียนขี้ผึ้งแท้ควั่นบิดเป็นรูปร่าง สัญลักษณ์แทนตัวผู้เป็นเจ้าของหากมีตำหนิในขณะเกิด ให้ทำตำหนิไว้ด้วย เช่น รกพันคอ ต้องมีด้ายพันเทียนไว้ให้เห็นชัดเจน
การจัดสถานที่
               
แต่เดิมใช้กระท่อมมุงหลังคาด้วยหญ้าคาเป็นศาลประกอบพิธีปัจจุบันมีอาคารศาลาประชาคมของหมู่บ้านจึงใช้ผ้าขาว ผ้าขาวม้า ขึงเป็นหลังคา เหนือเวทีในที่ประชุม เป็นศาลประกอบพิธี
อุปกรณ์ในการประกอบพิธี
                ๑.เครื่องบูชาแม่มด
                ก่อนการประกอบพิธีบูชาแม่มด ต้องเตรียมเครื่องบูชาดังต่อไปนี้
-ผ้าขาวม้า ผ้าขาว
-ข้าวสาร ๑ ขัน
-เหล้าขาว ๑ ขวด
-ขนมข้าวต้มมัด
-ผลไม้ เช่น กล้วย ส้ม ฯลฯ
-กรวยบูชาครู (กรวยใบตอง หมากพลูเทียนขาว ๑ เล่ม)
-ค่าครูใช้สตางค์โบราณ (ปัจจุบันใช้ใบตาลตัดแทน)

๒.เครื่องบูชาครูดนตรี

                ก่อนเล่นดนตรี มีการเตรียมเครื่องบูชาครูดนตรีดังนี้
-ขนมข้าวต้มมัด

-กล้วย

-ผ้าขาว

-เหล้าขาว บุหรี่

-กรวยดอกไม้ ธูปเทียน (ขันห้า)

                 ๓.เครื่องประกอบ
-โจมครูของร่างทรงทุกคน

-โจมครูของผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือผู้ป่วย

-เครื่องแต่งกายของร่างทรงแม่มด

-เสื้อผ้าของคนป่วยหรือผู้ได้รับความเดือดร้อน

-น้ำสำหรับทำน้ำมนต์

-ข้าวสาร

-มีด
                ๔.ดนตรี

-ดนตรีประกอบพิธีบูชาแม่มด ใช้วงมโหรีซึ่งเป็นดนตรีพื้นถิ่นในบ้านปางลางและบ้านใกล้เคียงเครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบด้วย ซอ กลอง กรับไม้ จะเข้ ขลุ่ย ฉิ่ง ฉาบ

-เพลงที่ใช้ในพิธี ได้แก่ เพลงบูชาครูเพลงอื่นๆ ที่เทพหรือแม่มดที่มาร่วมในพิธีพึงพอใจเพลงส่ง(ซาเพดาน)

๕.การละเล่นประกอบ

-มีการรำ การร้อง การเล่นเพลง เพื่อประกอบในพิธีบูชาแม่มด เพื่อสร้างความพึงพอใจของแม่มด ผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือผู้ป่วย และเพื่อความสนุกสนานของผู้เข้าร่วมพิธี เช่น การรำโปรยดอกไม้ รำศรีนวล รำกะลา (เลือมสะโตก) ร้องอายัย (แสดงเกี้ยวพาราสี) รำอันเร (กระทบไม้) การรำบูชาครู (เพลงเชิญ)

ผู้เกี่ยวข้องในพิธีบูชาแม่มด

๑.ร่างทรง
                เป็นผู้เฒ่าผู้แก่ที่เป็นที่เคารพนับถือและได้ผ่านการเสี่ยงทายว่า สามารถสื่อสารกับแม่มด เจ้าที่ซึ่งจะกระทำการเสี่ยงทายหรือรับสืบทอดกันในวันที่เกิดจันทรุปราคา หรือสุริยุปราคา มีการรับขันครูสืบทอดต่อจากแม่หมอดั้งเดิมต่อกันมา ปัจจุบันมีผู้ทำหน้าที่ ๔ คนคือ

๑.นางรุณ เย็นอุดม เกิดเดือนสิงหาคม ๒๔๖๙ อายุ ๘๐ ปี อยู่บ้านเลขที่  ๑ หมู่ที่ ๒ บ้านปางลาง

๒.นางฮิ้ง เกตุพงษ์ เกิดวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๔๗๗ อายุ ๗๒ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๓๗ หมู่ที่ ๒ บ้านปางลาง

๓.นางสมัน บุญสอน เกิดเดือนกุมภาพันธ์ ๒๔๘๐ อายุ ๗๐ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๑๐๑ หมู่ที่ ๒ บ้านปางลาง

๔.นายรุจี เกตุพงษ์ เกิดเดือนเมษายน ๒๔๘๖ อายุ ๖๔ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๑๓ หมู่ที่ ๒ บ้านปางลาง
๒.นักดนตรี
ผู้เล่นดนตรี ประกอบพิธีบูชาแม่มด นั่งอยู่บริเวณด้านหลังของเครื่องดนตรีและเครื่องบูชาครูดนตรีติดกับผนังห้อง
๓.นักแสดง
เป็นผู้ร่วมแสดงการละเล่น การรำบวงสรวงถวายครูหรือแม่มด
๔.พ่อแม่ ญาติพี่น้องผู้ป่วย
เป็นผู้ช่วยเหลือดูแลอำนวยความสะดวกแก่ร่างทรงแม่มดอยู่ใกล้กับบริเวณพิธีเพื่อสะดวกในการช่วยเหลือได้ทันที๕.ผู้ร่วมพิธี
               
ประชาชนในชุมชนจะเข้าร่วมพิธีกรรมด้วยความสนใจและสนุกสนาน
                พิธีกรรม
                ร่างทรงนั่งด้านหลังเครื่องบูชาครูและอยู่ด้านหน้าเครื่องดนตรี นักดนตรีนั่งอยู่ด้านหลังติดกับผนังห้องเมื่อได้เวลาที่เหมาะสม ผู้เริ่มพิธีจะบอกให้เริ่มต้นพิธีบูชาแม่มด มีลำดับดังต่อไปนี้
๑.ร่างทรงหรือแม่หมอ จุดธูปเทียนบูชาครูและอัญเชิญแม่มด
๒.ดนตรีบรรเลงเพลิงเชิญครู และเพลงอื่นๆ
๓.แม่มดลงประทับร่างทรง จะทำท่าทางเคาะมือเหมือนอยากรำ บางคนแสดงท่ากัดเทียนที่จุดไฟ อมไฟ เป็นกาแสดงอิทธิฤทธิ์ ตรวจดูอาการของผู้ป่วย
                ๔.บอกกล่าวอาการของผู้ป่วย โดยดูจากเครื่องใช้ เสื้อผ้าของผู้ป่วย เมื่อแม่มดประทับร่างทรงจะขอแต่งตัวด้วยชุดแต่งกายของแม่มดหรือชุดประจำตัวของผู้ได้รับความเดือดร้อน (ผู้ป่วย) ญาติของผู้ป่วยหรือคนดูแลจะนำเสื้อผ้าให้ใส่
                ๕.มีการรำถวายแม่มด เมื่อแม่มดพอใจจะออกอาการยิ้มแย้ม ร่ายรำตามจังหวะเพลง
๖.ญาติผู้ป่วยจะเข้าไปหาสอบถามปัญหาข้องใจการแก้ไข
๗.ผู้นำจะล้อเลียน หรือสอบถามร่างทรงแม่มด
๘.มีพิธีรื้อถอนผ้าประดับเป็นศาลหรือพลับพลาต้อนรับแม่มด ดนตรีบรรเลงเพลงส่ง (ซาเพดาน) เมื่อเสร็จพิธี

เก็บข้อมูล ณ ตำบลตาพระยา อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว พ.ศ.๒๕๔๙
โดย สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว

ประวัติความเป็นมา
การทำพิธีบูชาแม่มด
“แม่มด” ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ ให้ความหมายว่า “น”
หญิงหมอผี, หญิงที่ใช้อำนาจ ทำอะไรได้ผิดธรรมดาโดยอาศัยผีช่วย
การบูชา หมายถึง แสดงความเคารพบุคคลหรือสิ่งที่นับถือด้วยเครื่องสักการะ มีดอกไม้ ธูป เทียน
เป็นต้น
การทำพิธีบูชาแม่มด เทพประจำตัว เจ้าที่ หรือการเล่นแม่มด มีความเป็นมาอันยาวนาน เป็นความ
เชื่อ ดั้งเดิมของประชาชนท้องถิ่นที่สืบทอดต่อมาจากบรรพบุรุษในอดีต มาหลายชั่วอายุคนจนเป็นประเพณี
ประเพณีนี้เป็นประเพณีของคนพื้นที่แถบดินแดนสุวรรณภูมิ ซึ่งรับอิทธิพลวัฒนธรรมมาจากอินเดีย และขอม
แต่เดิมการทำพิธีบูชาแม่มด มีแทบทุกหมู่บ้านบริเวณพื้นที่อำเภอตาพระยา ในปัจจุบันประเพณีดังกล่าวกำลังจะถูกลืมเลือนสูญหายไปตามกระแสโลกาภิวัตน์ ชาวพื้นเมืองรุ่นใหม่ มีการเดินทางเคลื่อนย้ายไปทำมาหากินในต่างท้องถิ่น ไม่มีโอกาสได้สืบทอดประเพณีดั้งเดิมนี้ไว้ หากแต่ยังมีผู้สูงอายุดั้งเดิมของชุมชนบ้านปางลาง หมู่ ๒ อำเภอตาพระยา ที่ยังคงรักษาความเชื่อนี้ไว้ มิฉะนั้นอาจจะไม่เหลือร่องรอยประเพณีในอดีตไว้ให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นอีกเลย
สัญญลักษณ์ประจำตัวคน
ในความเชื่อของบ้านปางลาง แม่มด เป็นเทพที่คอยดูแล ปกปักรักษาประจำตัวมนุษย์ที่อยู่ในโลก นับตั้งแต่เกิดมา ทุกคนต้องมีการตั้งโจม โดยการทำนายของหมอตำแยและแม่มด สืบทอดความเชื่อนี้ มาตั้งแต่โบราณกาล
โจมครู จัดทำขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของคนในหมู่บ้านปางลาง ทำจากไม้โมกมัน หรือไม้อื่นตามชันษาของคน เด็กเกิดใหม่ทุกคนจะมีการกำหนดสัญลักษณ์ โดยดูจากลักษณะการเกิด หากมีการเกิดผิดปกติ เช่นมีรกพันคอ หมอตำแยจะบอกให้ทำสัญลักษณ์ไว้ที่โจม เสมือนเป็นลักษณะแทนตัวของคนที่เกิดมา
ลักษณะของโจม ประกอบด้วย
- ฐานไม้โมกมัน หรือไม้อื่น ๆ
ขนาดเท่าก้นแก้ว
สูงประมาณ ๒- ๓ นิ้ว
- หุ้มด้วยใบลานหรือใบตาล ฉลุลวดลาย จำนวน ๔ ใบ
(ใบลานหรือใบตาลนี้ ต้องเก็บจากยอดลานหรือตาลอ่อน นำมาต้มในน้ำเดือด ๑๐๐ องศาเซลเซียส
คลี่ออกทับผึ่ง แกะสลักตกแต่งเป็นลวดลาย ตัดเป็นรูปทรง พร้อมกับรีดให้แห้งและเรียบ )
- หุ้มด้วยผ้าขาว ใส่ในขันครู
- ภายในโจม ใส่ใบลำดวน เทียนขาวใช้เทียนขี้ผึ้งแท้ควั่นบิดเป็นรูปร่าง สัญลักษณ์แทนตัวผู้เป็นเจ้าของ หากมีตำหนิในขณะเกิด ให้ทำตำหนิไว้ด้วย เช่นรกพันคอต้องมีด้ายพันเทียนไว้ให้เห็นชัดเจน
การรักษาโรค ทางกาย ทางจิต
ความเชื่อของบ้านปางลาง เมื่อคนประสบอุบัติเหตุ มีอาการผิดปกติทางจิตใจ เช่นกลุ้มใจ หงุดหงิด ทำการงานไม่ประสบความสำเร็จ หรือมีอาการเจ็บป่วยทางร่างกาย เชื่อว่า แม่มดผู้เป็นเทพที่คอยดูแล ปกปักรักษาประจำตัวมนุษย์ ไม่ได้รับการดูแล หรือมีการทำละเมิด เพิกเฉย ผิดเพื้ยนไม่ให้ความเคารพต่อแม่มด หรือเจ้าที่ ในบริเวณที่อยู่อาศัย หรือท้องถิ่น ผู้ได้รับความเดือดร้อน หรือผู้เกี่ยวข้อง เช่น พ่อแม่ ญาติพี่น้อง จะทำการเสี่ยงทายผ่านโหร ผู้ได้รับการยอมรับเคารพนับถือเป็นปูชนียบุคคลที่สื่อให้รู้ถึงแม่มด ว่ามีความต้องการให้ผู้ได้รับความเดือดร้อนแก้ไข อย่างไร จึงจะหายจากอาการที่เป็น หรือหมดเคราะห์ หมดโศก โรคภัยต่าง ๆ ที่ประสบอยู่ วิธีการเสี่ยงทายของโหร มี ๒ วิธี ได้แก่ วิธีที่ ๑ ใช้มีดเสี่ยงทาย วิธีที่ ๒ ใช้กรรไกรเสี่ยงทาย ในครั้งนี้ใช้วิธีที่ ๑ ในการเสี่ยงทาย โดยใช้ข้าวสารใส่ขัน และมีด เสี่ยงทายต่าง ๆ เช่น
ต้องการทราบว่า เหตุเกิดจากอะไร เกิดจากการทำผิดหรือไม่ ถ้าเกิดจาก
การทำผิด มีดจะตั้งตรง ต้องทำพิธีบูชาแม่มด หรือไม่ ถ้าต้องทำพิธี
มีดจะตั้งตรง เมื่อได้รับการเสี่ยงทายว่าต้องตั้งพิธีบูชาแม่มด
ผู้เกี่ยวข้องจะต้องช่วยกันจัดเตรียมพิธีกรรม ดังต่อไปนี้
การจัดสถานที่
แต่เดิมใช้กระท่อมมุงหลังคาด้วยหญ้าคา เป็นศาลประกอบพิธี ปัจจุบันมีอาคารศาลาประชาคมของหมู่บ้าน จึงใช้ผ้าขาว ผ้าขาวม้า ขึงเป็นหลังคา เหนือเวทีในที่ประชุม เป็นศาลประกอบพิธี
สาขา/ประเภท
ความเชื่อ
ร่างทรงนั่งด้านหลังเครื่องบูชาครู และอยู่ด้านหน้าเครื่องดนตรี นักดนตรีนั่งอยู่ด้านหลังติดกับผนังห้อง เมื่อได้เวลาที่เหมาะสม ผู้เริ่มพิธีจะบอกให้เริ่มต้นพิธีบูชาแม่มด มีลำดับ ดังต่อไปนี้
๑. ร่างทรงหรือแม่หมอ จุดธูปเทียน บูชาครูและอัญเชิญแม่มด
๒. ดนตรีบรรเลงเพลงเชิญครู และเพลงอื่นๆ
๓. แม่มดลงประทับร่างทรง จะทำท่าทางเคาะมือเหมือน
อยากรำ บางคนแสดงท่ากัดเทียนที่จุดไฟ อมไฟ
เป็นการแสดงอิทธิฤทธิ์ ตรวจดูอาการของผู้ป่วย
๔. บอกกล่าวอาการของผู้ป่วย โดยดูจากเครื่อง
ใช้ เสื้อผ้าของผู้ป่วย เมื่อแม่มดประทับร่างทรง
จะขอแต่งตัวด้วยชุดแต่งกายของแม่มด หรือชุด
ประจำตัวของผู้ได้รับความเดือดร้อน (ผู้ป่วย)
ญาติของผู้ป่วยหรือคนดูแล จะนำเสื้อผ้าให้ใส่
๕. มีการรำถวายแม่มด เมื่อแม่มดพอใจจะออกอาการ
ยิ้มแย้ม ร่ายรำตามจังหวะเพลง
๖. ญาติผู้ป่วยจะเข้าไปหาสอบถาม ปัญหาข้องใจ การแก้ไข
๗. ผู้นำจะล้อเลียน หรือสอบถามร่างทรงแม่มด
๘. มีพิธีรื้อถอนผ้าประดับเป็นศาลหรือพลับพลาต้อนรับแม่มด ดนตรีบรรเลงเพลงส่ง (ซาเพดาน) เมื่อเสร็จพิธี
การเข้าประทับทรงของแม่มด จะมาครั้งละ ๑ คน ร่างทรงจะประทับทรงได้หลายครั้ง แล้วแต่เทพประจำตัวของใครจะลงประทับ (สังเกตจากการประกอบพิธีบูชาแม่มดเป็นประจำปีที่จัดขึ้นในบ้านปางลาง)

อุปกรณ์
อุปกรณ์ในการประกอบพิธี
๑. เครื่องบูชาแม่มด
ก่อนการประกอบพิธีบูชาแม่มด ต้องเตรียมเครื่องบูชา ดังต่อไปนี้
- ผ้าขาวม้า ผ้าขาว
- ข้าวสาร ๑ ขัน
- เหล้าขาว ๑ ขวด
- ขนมข้าวต้มมัด
- ผลไม้ เช่น กล้วย ส้ม ฯ
- กรวยบูชาครู (กรวยใบตอง หมากพลู เทียนขาว ๑ เล่ม)
- ค่าครู ใช้สตางค์โบราณ (ปัจจุบันใช้ใบตาลตัดแทน)



๒. เครื่องบูชาครูดนตรี
ก่อนเล่นดนตรี มีการเตรียมเครื่องบูชาครูดนตรี ดังนี้
- ขนมข้าวต้มมัด
- กล้วย
- ผ้าขาว
- เหล้าขาว บุหรี่
- กรวยดอกไม้ ธูปเทียน (ขันห้า)
๓. เครื่องประกอบ
- โจมครูของร่างทรงทุกคน
- โจมครูของผู้ได้รับความเดือดร้อน หรือผู้ป่วย
- เครื่องแต่งกายของร่างทรงแม่มด
- เสื้อผ้าของคนป่วยหรือผู้ได้รับความเดือดร้อน
- น้ำสำหรับทำน้ำมนต์
- ข้าวสาร
- มีด

๔. ดนตรี
- ดนตรีประกอบพิธีบูชาแม่มด ใช้วงมโหรี ซึ่งเป็นดนตรีพื้นถิ่นในบ้านปางลาง และบ้าน
ใกล้เคียง เครื่องดนตรีที่ใช้ ประกอบด้วย ซอ กลอง กรับไม้ จะเข้ ขลุ่ย ฉิ่ง ฉาบ
- เพลงที่ใช้ในพิธี ได้แก่ เพลงบูชาครู เพลงอื่น ๆ ที่เทพ หรือแม่มดที่มาร่วมในพิธีพึงพอใจ เพลงส่ง(ซาเพดาน)
๕. การละเล่นประกอบ
- มีการรำ การร้อง การเล่นเพลง เพื่อประกอบในพิธีบูชาแม่มด
เพื่อสร้างความพึงพอใจของแม่มด ผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือผู้ป่วย
และเพื่อความสนุกสนานของผู้เข้าร่วมพิธี เช่น
การรำโปรยดอกไม้ รำศรีนวล รำกะลา (เลือมสะโตก)
ร้องอายัย (แสดงเกี้ยวพาราศี) รำอันเร (กระทบไม้)
การรำบูชาครู (เพลงเชิญ)

ผู้เกี่ยวข้องในการบูชา


๑. ร่างทรง
เป็นผู้เฒ่า ผู้แก่ ที่เป็นที่เคารพนับถือ และได้ผ่านการเสี่ยงทายว่าสามารถสื่อสารกับแม่มด เจ้าที่
ซึ่งจะกระทำการเสี่ยงทายหรือรับสืบทอด กันในวันที่เกิดจันทรุปราคา หรือสุริยุปราคา มีการรับขันครูสืบทอดต่อจากแม่หมอดั้งเดิม ต่อกันมา ปัจจุบันมีผู้ทำหน้าที่ ๔ คน คือ
๑. นางรุณ เย็นอุดม เกิดวันที่ - สิงหาคม ๒๔๖๙ อายุ ๘๐ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๑ หมู่ ๒ บ้านปางลาง
๒. นางฮิ้ง เกตุพงษ์ เกิดวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๔๗๗ อายุ ๗๒ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๓๗ หมู่ ๒บ้านปางลาง
๓. นางสมัน บุญสอน เกิดวันที่ - กุมภาพันธ์ ๒๔๘๐ อายุ ๗๐ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๑๐๑ หมู่ ๒ บ้านปางลาง
๔. นางรุจี เกตุพงษ์ เกิดวันที่ - เมษายน ๒๔๘๖ อายุ ๖๔ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๑๓ หมู่ ๒
บ้านปางลาง
๒. นักดนตรี
ผู้เล่นดนตรี ประกอบพิธีบูชาแม่มด นั่งอยู่บริเวณด้านหลังของเครื่องดนตรีและเครื่องบูชาครู
ดนตรี ติดกับผนังห้อง

๓. นักแสดง

เป็นผู้ร่วมแสดงการละเล่น การรำบวงสรวงถวายแด่ครูหรือแม่มด
๔. พ่อแม่ ญาติพี่น้องผู้ป่วย
เป็นผู้ช่วยเหลือดูแล อำนวยความสะดวกแก่ร่างทรงแม่มด อยู่ใกล้กับบริเวณพิธี เพื่อสะดวกในการ
ช่วยเหลือ ได้ทันที

๕. ผู้ร่วมพิธี ประชาชนในชุมชนจะเข้าร่วมพิธีกรรม ด้วยความสนใจและสนุกสนาน




การถ่ายทอดและการสืบทอด
จากการสืบค้นพบว่า ความเชื่อในเรื่องพิธีบูชาแม่มด ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ สร้างค่านิยมที่ดีในการดำรงชีวิต เป็นการพึ่งพาอาศัย เกื้อกูลกัน ในสังคมชนบท คนหลายรุ่นอยู่รวมกันด้วยความรักสามัคคี เพราะมีความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีความกตัญญูกตเวทีต่อคุณครูบาอาจารย์ เป็นการปลูกฝังทางจิตวิทยา ในการทำความดี มีความสุขในการได้ทำความดี พลังจิตวิญญาณของเทพที่ปกปักรักษามนุษย์ ได้รับความสุข ทำให้คลายจากความตึงเครียด หรืองดเว้นโทษแก่การละเมิดที่มนุษย์กระทำไปโดยประมาท ในปัจจุบันเยาวชนที่สืบเชื้อสายจากท้องถิ่นนี้ ยังคงสืบทอดความเชื่อ และพิธีกรรมดังกล่าวไว้ โดยเข้าร่วมพิธีกรรมอย่างหนาแน่น
ในวันที่ ๒๓ มีนาคม ของทุกปี (บุญจินต์ เกตุพงษ์.สัมภาษณ์.๒๕๔๙)
เนื่องจากการสืบค้นและส่งเสริมคุณค่าทางวัฒนธรรม ของ นายคำนึง จะระนิล นักวิชาการวัฒนธรรม ๕ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว ผู้ประสานงานด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรมประจำอำเภอตาพระยา










ผู้เก็บข้อมูล และวันเวลาที่เก็บ
นายสมพงษ์ ฮวดเจริญ
ไฟล์มัลติมีเดีย

  • Voting
    (0 โหวต)
  • Hits
    13966 views