พิมพ์

วงปี่พาทย์มอญ คณะส้มเช้า มิตรสัมพันธ์

ชื่อรายการ
วงปี่พาทย์มอญ คณะส้มเช้า มิตรสัมพันธ์
ปีที่ขึ้นทะเบียน
ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน
ภูมิภาค
ภาคกลาง
จังหวัด
สาระสำคัญโดยรวม

วงปี่พาทย์มอญ คณะส้มเช้า มิตรสัมพันธ์
ตำบลแสวงหา อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง

                “ส้มเช้ามิตรสัมพันธ์” เป็นชื่อวงปี่พาทย์คณะหนึ่ง ตั้งอยู่เลขที่ ๒๔ หมู่ที่ ๑ ตำบลแสวงหา อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง มีนายส้มเช้า สารีผล เป็นหัวหน้าคณะ นายส้มเช้า สารีผล เป็นบุตรของนายเปล่งกับทางเหี้ยม สารีผล เกิดเมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๔๘๔ ที่บ้านแสวงหา หมู่ที่ ๑ ตำบลแสวงหา สมัยก่อนนั้นยังไม่มีบ้านเลขที่ต่อมามีบ้านเลขที่จึงกำหนดให้บ้านที่อยู่นั้นเป็นบ้านเลขที่ ๒๔ หมู่ที่ ๑ ตำบลแสวงหา อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง นายส้มเช้ามีพี่น้องร่วมสายโลหิตทั้งสิ้น ๓ คน

เส้นทางชีวิตนักดนตรี

นายส้มเช้าเริ่มเรียนดนตรีที่บ้านครูสะอื้น โตงาม เมื่ออายุ ๗ ปี โดยมีนายเพียวเป็นครูคนแรก เริ่มหัดเครื่องดนตรีชิ้นแรกคือ ฆ้องวงใหญ่ การเรียนปี่พาทย์ในสมัยโบราณนักดนตรีที่เริ่มหัดใหม่ๆ ครูอาจารย์ มักจะหัดเพลงสาธุการและเพลงในโหมโรงเย็น ต่อด้วยโหมโรงเช้าเป็นลำดับแรกก่อนเนื่องจากเพลงดังกล่าวนี้ใช้บรรเลงบ่อย นอกจากนี้ยังขวนขวายฝากตัวเป็นศิษย์กับครูอีกหลายท่าน ได้แก่ ครูฟ้อน (ใหญ่) ครูตั๋น ครูปรางค์ ครูเจียก โคกสำราญ ครูประเสริฐ และครูปอย เชื้อเกสร ครูคนแรกที่วางพื้นฐานให้คือ ครูเพียว ไม่ทราบนามสกุล นายส้มเช้ารักและสนใจดนตรีมาตั้งแต่เด็กๆ ครั้นมีโอกาสจึงใฝ่เรียนใฝ่ศึกษาจากผู้รู้หลายท่าน ซึ่งแต่ละท่านได้สอนและแนะนำวิธีการทางด้านดนตรีที่แตกต่างกันออกไป

เมื่ออายุประมาณ ๒๒ ปี นายส้มเช้ามีเครื่องปี่พาทย์ไทยครบแล้ว โดยรับซื้อจากคณะโกศล ระหว่างนี้ได้มีงานส่วนตัวเข้ามาเรื่อยๆ และลูกน้องที่มาช่วยบรรเลงก็มาจากคณะต่างๆ ที่นายส้มเช้าไปช่วยสอนไว้ นายส้มเช้าไปๆ มาๆ อยู่กับลิเกคณะกังวานเสียงการะเวก ๕ ปี แล้วจึงย้ายไปอยู่กับลิเกคณะจำรูญ ศิษย์คุณ ป.ออกอากาศสถานีวิทยุกระจายเสียง จ.ท.ร. กลางคืนรับจ้างบรรเลงให้ลิเก กลางวันทำนา แต่ถ้ามีเจ้าภาพมาหาก็ไปงาน นายส้มเช้าอยู่กับคณะนี้ได้ ๕ ปีก็ออก และย้ายมาอยู่กับคณะอนันต์ วัยคะนอง อีก ๔ ปี

นายส้มเช้า สารีผล ดำเนินชีวิตแบบกลางคืนรับจ้างบรรเลงให้ลิเก กลางวันรับจ้างบรรเลงปี่พาทย์ ถ้าไม่มีงานก็ทำนาเป็นอยู่อย่างนี้ จนอายุได้ประมาณ ๓๐ ปี นายเปรยซึ่งมีศักดิ์เป็นอาของนายส้มเช้า สารีผล ได้นำฆ้องมอญมาขายให้จำนวน ๔ โค้ง ต่อมาอีก ๒ ปีก็ได้ฆ้องมอญจากนายเสวย สังข์ทอง อีก ๒ โค้ง เมื่อเป็นดังนี้จึงมีความจำเป็นต้องสร้างเครื่องมอญเพิ่มเติมให้ครบชุด ครั้นมีเครื่องปี่พาทย์มอญแล้วจึงต้องเรียนปี่พาทย์มอญพื้นฐานกับนายบัว ที่อำเภอศรีประจันต์ และมาต่อมือทางเพลงกับนายสำราญ ศรประพันธ์ พอได้เพลงก็ต่อให้ลูกๆ อีกทอดหนึ่ง พร้อมๆ กับสนับสนุนให้ลูกๆ ไปเรียนเพิ่มเติมกับนายสำราญอีก

ส่วนที่มาของชื่อคณะ “ส้มเช้ามิตรสัมพันธ์” นั้นได้มาอย่างกะทันหันเนื่องมาจากนายจำรัส วิภาตวัตร หัวหน้าสถานีต้องการประกาศชื่อวงปี่พาทย์ที่บรรเลงเหมือนกับที่ประกาศชื่อคณะลิเก ซึ่งในขณะนั้นนายส้มเช้าไม่มีเวลาคิดว่าจะใช้ชื่ออะไร แต่มีความคิดว่าต้องมีความหมายระหว่างตนเองกับผู้ฟังในลักษณะผูกพัน ณ จุดนี้จากชื่อคณะส้มเช้า สารีผล จึงกลายมาเป็นส้มเช้ามิตรสัมพันธ์ที่มีชื่อเสียงในระดับประเทศ

ผลงานทางด้านดนตรี

                การเผยแพร่วัฒนธรรม

                นายส้มเช้ามีผลงานเผยแพร่ในระดับประเทศ ได้แก่

                ๑.รายการศิลปะสยามทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง ๕ เป็นประจำทุกวันศุกร์ เวลา ๑๕.๐๐ น. ได้ดำเนินติดต่อกัน ๓ ปี ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๑-๒๕๔๓

๒.รายการวิทยุ ป.ณ.จ.ศ. บรรเลงประกอบลิเกคณะจำรูญศิษย์คุณ ป. ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา ๑๔.๓๐ น. ได้ดำเนินติดต่อกัน ๕ ปี ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๐-๒๕๓๕

๓.รายการวิทยุ จ.ท.ร. บรรเลงประกอบลิเก คณะอนันต์ วัยคะนอง ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา ๑๔.๓๐ น. ได้ดำเนินมาตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๓๘-ปัจจุบัน

๔.รายการวิทยุสวนมิกสักวัน บรรเลงประกอบโขนสดคณะสังวาล เจริญยิ่ง ประจำทุกวันอาทิตย์ได้ดำเนินมาตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๓๕ จนถึงปัจจุบั

๕.รายการวิทยุสถานี ๐๒ บรรเลงประกอบลิเกคณะพรเมืองสิงห์ ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา ๑๔.๐๐ น. ได้ดำเนินมาตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๓๘-๒๕๔๒

๖.บรรเลงสมโภชงานที่เป็นวันสำคัญทางชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ครั้งละ ๓ วัน ๓ คืน บางงานถึง ๙ วัน  ๙ คืน โดยไม่คิดค่าตอบแทน

๗.เป็นประธานศูนย์การแหล่งเรียนรู้และอนุรักษ์ดนตรีไทย และสอนดนตรีไทยให้แก่ผู้สนใจทั่วไปตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๗-ปัจจุบัน

การประกอบอาชีพนักดนตรี

นับตั้งแต่อายุ ๗ ปี จนถึงปัจจุบันเป็นเวลาเกือบ ๖๐ ปี ที่นายส้มเช้าดำเนินชีวิตอยู่กับการดนตรี ตั้งแต่เริ่มฝึกหัด การแสวงหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อพัฒนาฝีมือและในที่สุดคือการได้ออกบรรเลงสู่สาธารณชนกับทั้งได้มีโอกาสร่วมบรรเลงกับคณะอื่นๆ มากมาย ทั้งที่เป็นคณะปี่พาทย์และคณะลิเกจนสามารถสร้างเครื่องปี่พาทย์ทั้งไทยและมอญได้สำเร็จ จากคณะส้มเช้า สารีผล จนมาเป็นคณะส้มเช้า มิตรสัมพันธ์

ปัจจุบันคณะส้มเช้า มิตรสัมพันธ์ มีสมาชิกทุกเพศทุกวัยร่วมอยู่ในคณะจำนวนมากสามารถแยกได้ถึง ๒ วงในเวลาเดียวกัน

ขั้นตอนการบรรเลง

                ระเบียบประเพณีที่เป็นขั้นตอนของการบรรเลงปี่พาทย์มอญในงานศพคือ เพลง ซึ่งจะต้องบรรเลงตามขั้นตอน ได้แก่ เพลงประจำวัด หมายถึง บรรเลงเมื่อตั้งเครื่องเรียบร้อยแล้ว

                เพลงประจำวัดทางใหม่ ถ้าศพยังไม่มาก็บรรเลงไปเรื่อยๆ เพลงยกศพ ยกศพขึ้นศาลา

                เพลงเชิญศพ บรรจุศพลงโลงและนำขึ้นตั้ง เพลงเย็นย่ำ บรรเลงเวลา ๑๗.๓๐ น.

เพลงย่ำคำ บรรเลงเวลา ๑๘.๐๐ น.

เพลงย่ำเที่ยงบรรเลงเวลา ๑๒.๐๐ น.

เพลงประจำวัน วางดอกไม้จันทน์หลังจากทอดผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้วเพลงไฟลุก (ประชุมเพลิง) ขณะทำการฌาปนกิจศพ (เผาศพ)

งานที่คณะปี่พาทย์ของนายส้มเช้าไปบรรเลงไม่กำหนดแน่นอน คือรับทุกงานที่เจ้าภาพมาจ้างวานเพราะมีพร้อมทั้งกำลังคนและจำนวนเครื่องดนตรีทั้งงานบวชนาค ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ทำบุญวันเกิด ตัดจุก กฐิน เทศมหาชาติ ตลอดจนการบรรเลงประกอบการแสดงลิเก ละคร โขนพากย์ โขนสด และงานศพ

ปัจจุบันนายส้มเช้าเป็นทั้งประธานและผู้สอนดนตรีไทย ณ ศูนย์แหล่งเรียนรู้ดนตรีไทยของอำเภอแสวงหา โดยใช้บ้านเลขที่ ๒๔ หมู่ที่ ๑ ตำบลแสวงหา อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง เป็นที่ทำการ

เก็บข้อมูล ณ จังหวัดอ่างทอง เมื่อ พ.ศ.๒๕๔๙
โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอ่างทอง และสภาวัฒนธรรมจังหวัดอ่างทอง

ไฟล์มัลติมีเดีย

  • Voting
    (0 โหวต)
  • Hits
    6689 views