พิมพ์

วงซอ

ชื่อรายการ
วงซอ
ปีที่ขึ้นทะเบียน
ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน
ภูมิภาค
ภาคเหนือ
จังหวัด
สาระสำคัญโดยรวม

วงซอ
จังหวัดแพร่

                “ซอ” เป็นเพลงร้องพื้นบ้านชนิดหนึ่งใช้ขับซอโต้ตอบกันซึ่งจะให้ทั้งความเพลิดเพลินสนุกสนาน ความรู้ความคิด ทั้งในด้านปรัชญาและคติสอนใจ ในการขับซอมีช่างซอ ๒ คน เป็นชาย ๑ คน หญิง ๑ คน ศิลปินต้องมีปฎิภาณร้องโต้ตอบกันที่เรียกว่า “คู่ถ้อ” ซึ่งมีหลายทำนองและมีวงดนตรีบรรเลงประกอบการขับซอ นิยมแสดงในงานปอยหรืองานฉลองต่างๆ
                เดิมช่างซอเมืองแพร่มิได้รวมกันเป็นวง ถ้าบ้านใดจะมีงานปอยหรืองานฉลองเพื่อให้ความเพลิดเพลินสนุกสนานแก่แขกที่จะมาในงาน เจ้าของบ้านจะจัดจ้างช่างซอที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพื่อให้มาซอถ้อให้แขกฟัง บางครั้งเจ้าของงานจะหาวง “ปี่จุม” ประกอบซอในงานของตนอีกด้วย เทศกาลที่จะมีงานซอมากที่สุดอยู่ในเดือนหก เดือนแปด เดือนสิบเหนือ ซึ่งเป็นช่วงที่มีงานปอยบวชพระ ขึ้นบ้านใหม่ และงานฉลองต่างๆ พร้อมๆ กัน หลายบ้านจึงต้องมีการจองตัวช่างซอไว้ล่วงหน้า มีการมัดจำเงินไว้ก่อนก็มี และมักจะมีการประชันวงซอ
                วงซอ มี “ปี่จุม” เป็นดนตรีประกอบ จำนวนของปี่ที่ใช้บรรเลง เรียกตามจำนวน คือ ปี่จุม ๓ ปี่จุม ๔ ปี่จุม ๕ การประสมวง มีดังนี้
ปี่จุม ๓ มี ปี่แม่ ปี่กลาง ปี่ก้อย
ปี่จุม ๔ มี ปี่แม่ ปี่กลาง ปี่ก้อย ปี่ตัด
ปีที่ ๕ มี ปี่แม่ ปี่กลาง ปี่ก้อย ปี่ตัด และมีปี่ขนาดเล็กเพิ่มขึ้นอีก ๑-๒ เล่ม
                ต่อมามีการใช้เครื่องดนตรีเพิ่มขึ้น โดยได้รับอิทธิพลจาก “ซอน่าน” ด้วยการนำเอาซึงที่เรียกในภาษาถิ่นว่า “ปิน” มาร่วมบรรเลง วงซอบางวงได้ประยุกต์การซอโดยนำเครื่องดนตรีสากลมาร่วมบรรเลงด้วย วงซอประเภทนี้เรียกว่า “ซอสตริง” โดยมีเจ้าของเครื่องดนตรีเป็นนายวง รวบรวมช่างซอ ช่างปี่นักดนตรี ทำเป็นวงใหญ่ เจ้าของวงเป็นผู้จัดการเหมือนวงดนตรีลูกทุ่งทั่วไป
เนื้อหาการขับซอ ซอแพร่ มีเนื้อหาและทำนองในลักษณะเดียวกัน แบ่งออกเป็นประเภทได้ดังนี้

๑.บทซอที่ใช้ประกอบพิธีกรรม การทำบุญฉลอง ฯลฯ

๒.บทซอที่ร้องโต้ตอบเนื้อหาคล้ายเพลงปฎิพากย์ทั่วไป

๓.ซอเป็นเรื่องเป็นราวจากนิทาน นิยายหรือจากวรรณกรรมลายลักษณ์อักษร

๔.บทซอที่นำมาขับเล่นหรือร้องเล่นๆ บางครั้งก็นำไปแอ่วสาว เนื้อหาสนุกสนาน จำง่าย บางบทสามารถร้องได้ไม่รู้จบ วนไปวนมา เรียกว่า “ซอก้อ” หรือ “ซอว้อง”
ทำนองซอในการขับซอ มีดังนี้
                ๑.ทำนองตั้งดาด (ตั้งเชียงใหม่) เป็นทำนองบทแรก เป็นบทไหว้ครู หรือเป็นเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ ที่ช่างซอได้มาซอเนื่องในงานนั้น

๒.ทำนองจะปุ เป็นทำนองที่ได้มาจากชาวปุหรือคนไทยในแคว้นสิบสองปันนา ที่มาจากเมืองจะปุมีลีลาเสียงอ่อนหวานไพเราะ ใช้เสียงเอื้อนอ่อนๆ ไม่ขึ้นสูงเหมือนซอเชียงใหม่

๓.ซอเหลื้อง (ซอเรื่อง) เกิดขึ้นเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จมาเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๙ พระราชชายาเจ้าดารารัศมี ให้ท้าวสุนทรพจนกิจ กวีประจำคุ้มเชียงใหม่ แต่งขึ้นสำหรับซอเพื่อรับเสด็จ มีจังหวะและทำนองที่เป็นระเบียบ

๔.ทำนองละม้ายเชียงแสนเป็นทำนองที่ชาวเชียงแสนโบราณประยุกต์มาจากการขับโคลงหรือกระโลงของล้านนา มีทำนองอ่อนหวานไพเราะซอทำนองนี้เป็นสัญญาณในการเปลี่ยนทำนอง

๕.ทำนองซอเงี้ยว เป็นทำนองที่ได้มาจากการขับซอชาวไทยใหญ่หรือเงี้ยว ซึ่งนิยมร้องร่วมกับการเล่นกลองมองเซิงหรือมองลาว กล่าวคือ เมื่อตีกลองระยะหนึ่ง ก็ร้องเพลงขึ้นมาบทหนึ่งพร้อมกับโห่สลับกันเป็นระยะๆ

๖.ทำนองซอพม่า เป็นทำนองที่เชื่อว่ามาจากชาวพม่า บางท่านว่ามาจากมอญ เป็นทำนองที่ช่างซอนิยมใช้อาจจะเดี่ยวเป็นเรื่อง โต้ตอบกัน หรือเป็นหมู่ประกอบการร่ายรำก็ได้

๗.ทำนองซอพระลอ ซอทำนองนี้มีลีลาเสียงสูงต่ำอ่อนช้อย บางจังหวะเอื้อนเสียงแล้วหยุด โบราณนิยมใช้ซอทำนองนี้ในการยอพระเกียรติ์ พรรณนาความงามชมธรรมชาติ ดนตรที่ใช้ถ้าใช้ปี่บรรเลง จะทำให้เกิดความไพเราะยิ่งกว่าการใช้ซึงและสะล้อ

๘.ทำนองจ๊อย เป็นการซอแบบเล่นกลอนสดโดยใช้ปฎิภาณและไหวพริบ

๙.ทำนองอื่อ พัฒนาการมาจากทำนอง “อื่อลูก” หรือ “กล่อมเด็ก” ใช้ซอเกี่ยวกับคำสอนหรือเล่าเรื่องนิยาย นิทาน

ขั้นตอนการดำเนินการซอ

                ขั้นตอนการดำเนินการซอ เริ่มด้วยช่างปี่นำด้วยทำนองตั้งดาด แล้วช่างซอจะซอตามไปตามทำนองซึ่งช่างปี่ทราบว่าตั้งดาดกี่ท่อน แล้วช่างปี่จะเปลี่ยนเป็นทำนองจะปุ ช่างซอจะใช้ทำนองตามไปจนจบบทหรือแต่ละเรื่องไปจนเสร็จสิ้นกระบวนการ

                ลักษณะของวงซอ แบ่งตามเครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลงในวงคือ

                วงซอปี่ เป็นวงที่ใช้ปี่เป็นเครื่องดนตรีหลักของวง ประกอบด้วย

                1.ช่างซอชายและหัวหน้าวง

                2.ช่างซอหญิง

                3.ช่างฟ้อนแอ่น (แง้น)

                4.ช่างปี่แม่

                5.ช่างปี่กลาง          

                6.ช่างปี่ก้อย

                วงซอซึง เป็นการประสมเครื่องดนตรี ๒ ชนิด คือ สะล้อและซึง (ปิน) ประกอบด้วย

                1.ช่างซอชายและหัวหน้าวง

                2.ช่างซอหญิง        

                3.ช่างฟ้อนแอ่น (แง้น)

                4.ช่างสะล้อ

                5.ช่างซึงใหญ่

                6.ช่างซึงกลาง

                7.ช่างซึงเล็ก

ขนบในการขับซอ

                ขนบในการขับเมื่อสามารถเป็นช่างอาชีพได้แล้วจะมีการไหว้ครู เรียกว่า แบ่งผีครูซอ ขันตั้งพิธีแบ่งผีครูซอแต่ละครูจะคล้ายคลึงกัน ดังตัวอย่าง ไก่ต้ม ๒ ตัว เหล้า ๑ ขวด เรียกว่า “เหล้าไห ไก่คู่” ดอกไม้ ธูป เทียน ขนม ข้าวต้ม (ข้าวต้มมัด) ข้าวสุก ๑ ถ้วย หมาก พลู บุหรี่ น้ำเย็น

                ในพิธีไหว้ครูจะต้องนำปี่ สะล้อ และซึง วางไว้ในพิธีด้วย เสร็จพิธีพ่อครูแบ่งเครื่องสักการะทั้งหลายให้นำไปไว้เป็นเครื่องสักการะที่บ้านของตน วัน เวลาที่ประกอบพิธีไม่กำหนดชัดเจน

วงซอที่สำคัญและประวัติหัวหน้าวง

๑.ซอสงคราม-พะยอม ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๘ เป็นวงซอปี่ รับงานทั่วไป หัวหน้าวงคือ นายสงคราม เหมืองทอง อายุ ๕๙ ปี ฝึกซอตั้งแต่อายุ ๑๖ ปี จากครูศรีวรรณ พ่อครูเปกจันทร์ อยู่บ้านแม่คำมีสะเลียม ซึ่งตาบอด ได้ความรู้จากครูท่านนี้ จนมาประกอบอาชีพได้ นางพะยอม อินถา ช่างซอหญิง เป็นลูกศิษย์ครูนงคราญ และฝึกเพิ่มเติมกับครูสงคราม เหมืองทอง นักดนตรีที่สำคัญของคณะนี้ ประกอบด้วย พ่อสอน แสนสุภา ช่างปี่แม่ นายชัชวาล สายยืด ช่างปี่กลางนายสีนวน สีทอง ช่างปี่ก้อย พ่อสุข เหมืองห้า ช่างปี่ตัด

๒.ซอสุวรรณ-นงคราญ ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๕ เป็นวงซอซึง มีนายสุวรรณ วรินทร์ ช่างซอชายเป็นหัวหน้าวง เป็นชาวทุ่งโฮ้ง และนางสาวพันทนงค์ วรินทร์ ช่างซอหญิงบ้านน้ำโค้ง นักดนตรีประกอบด้วย นายดวงดี มังกร ช่างปี่ก้อยนายเขียว บัวลากุล ช่างซึง นายหอม ภัยชะอุน ช่างปี่กลางนางสมบูรณ์ มุ่งกุลนา นางอำพรรณ เขื่อนแปด ช่างฟ้อนแอ่น

๓.ซอหยาดเพชร ก่อตั้งคณะเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๕ เป็นการรวมตัวของศิลปินพื้นบ้านในอำเภอสอง โดยมีนายอเนก ใจกล้า เป็นหัวหน้าคณะนางปราณี ธรรมสละ ช่างฟ้อนแอ่น นายลอง ลอยฟู ช่างซึง นายจ่อ แขมน้อย ช่างสะล้อ เดิมคณะนี้ชื่อว่า จรูญ ปราณี

๔.ซอคณะผาบ-จันทร์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๕ เป็นวงซอซึง ประกอบด้วย นายผาบ เครือลิต ช่างซอชายและเป็นหัวหน้าวง สืบทอดจากพ่อนวล แม่ดาหมื่นโฮ้ง นางสีลา ทุ่งกาย ช่างซอหญิงและช่างฟ้อนแอ่น นายยก จันทร์เพ็ญ ช่างสะล้อ นายแน่น จิตชุ่ม ช่างสะล้อ นายจันทร์ กิติสาน ช่างซึง นางคำมวล ไกรลาศ ช่างฟ้อนแอ่น

๕.ซอคณะถาวร-ปราณี ก่อตั้งวงปี พ.ศ.๒๕๐๒ ฝึกมาจากพ่อครู คำผาย นุปิง จังหวัดน่าน เป็นวงซอซึงต่อมาพัฒนาเป็นวงซอปี่ นายถาวร ทะลอย เป็นช่างซอ นางปราณี จันทร์ภิรมย์ เป็นช่างซอ และช่างฟ้อนนายสุข เหมือนห้า ช่างปี่      นายคมกฤช สีงาม ช่างปี่

๖.ซอคณะสายัญศรีไพร เริ่มก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.๒๕๓๕ เป็นวงซอซึง นายอรรถพล เมฆกวาวช่างซอและหัวหน้าวง นางศรีนอบ แสนอุ่น ช่างซอ และช่างฟ้อน นายสมคิด อินใจ ช่างซึงและสะล้อ นายสายัณห์ ฝั่นหมื่น ช่างซึงและสะล้อ นางวันดี ไชโย ช่างซอ ช่างฟ้อน

๗.ซอคณะพวงชมพู ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๗ เป็นวงซอซึง นายเสริม ชมพูหล้า เป็นช่างซอ ช่างปี่และหัวหน้าวง และมีศิลปินอำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ นางจันทร์ วังเมา ช่างซอหญิงและช่างฟ้อนแอ่น นายมี กัณฑะวงศ์ ช่างปี่ก้อย นายเสาร์ อุดวัน ช่างปี่แม่ นางชล เจริญศิริ ช่างซอ ช่างฟ้อน นายประเสริฐ ยะปะนันท์ ช่างซึงและสะล้อ

๘.ซอคณะขวัญใจ เมืองลอง ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๕ เป็นวงซอซึง นายเขียน อ่อนสืบ หัวหน้าวงและช่างซอ เป็นผู้รวบรวมตั้งคณะขึ้น เป็นศิษย์ของพ่อครูโต เบาะทัง อดีตช่างซอบ้านนาแถ มีนายธีรศักดิ์ ธนูมาศ ช่างสะล้อ นางสุพิน จอมฟ้า ช่างซอและช่างฟ้อน นางแสงหล้า ขาวแก้ว ช่างซอ นายดำเนิน อินสระ ช่างสะล้อ นางผ่องศรี จำปาแก้ว ช่างฟ้อน และนายสนิท สุรีย์ ช่างซึง

เก็บข้อมูล ณ จังหวัดแพร่ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๘
โดย สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแพร่

ไฟล์มัลติมีเดีย

  • Voting
    (0 โหวต)
  • Hits
    9543 views