พิมพ์

ภาษาชอง

ชื่อรายการ
ภาษาชอง
ปีที่ขึ้นทะเบียน
ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน
ภูมิภาค
ภาคตะวันออก
จังหวัด
สาระสำคัญโดยรวม

คำว่า “ชอง” แปลว่า “คน” ชาวชองเป็นกลุ่มคนดั้งเดิมในดินแดนเอเชียอาคเนย์ สมัยอาณาจักรเขมร เป็นกลุ่มชนที่มีชื่อเสียงในการทำกระวาน และเครื่องเทศต่างๆ ชาวชองและกลุ่มชนใกล้เคียง กระจายตัวอยู่ในภาคตะวันออกของประเทศไทย ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี ตราด ระยอง และฉะเชิงเทรา โดยเฉพาะบริเวณที่ต่อเนื่องกับประเทศกัมพูชา ในบางพื้นที่จะเรียกคนชองว่า “ชึ่มช์อง” ปัจจุบันพบชาวชองอาศัยอยู่หนาแน่น    ในเขตกิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฎ จังหวัดจันทบุรี ตำบลตะเคียนทอง และตำบลคลองพลู ส่วนในเขตตำบลพลวง และในเขตอำเภอโป่งน้ำร้อนยังมีประชากรที่พูดภาษาชองได้เพียงไม่กี่คน ชาวชองส่วนมากประกอบอาชีพทำสวนผลไม้ และยางพารา มีการทำนาเพื่อกินในครอบครัว ส่วนการทำกระวานมีเฉพาะในเขตเขาสอยดาว อำเภอโป่งน้ำร้อน

               ภาษาชอง เป็นภาษาในตระกูลออสโตรเอเชียติก สาขามอญ – เขมร กลุ่มย่อยเปียริก ภาษาในสาขาเดียวกันที่มีความใกล้เคียง ได้แก่ ภาษากะซอง และภาษาซำเรที่พบในจังหวัดตราด และภาษาซะอุ้ง      ที่พบในจังหวัดกาญจนบุรี ภาษาชองเป็นภาษาที่แสดงลักษณะของภาษากลุ่มมอญ – เขมร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ตัวสะกด จ ญ และ ฮ เป็นต้น และมีลักษณะน้ำเสียงที่โดดเด่น แทนการมีเสียงวรรณยุกต์ ดังที่พบในภาษาไทย โดยภาษาชองมีลักษณะน้ำเสียงถึง ๔ ลักษณะ ได้แก่ ๑) ลักษณะน้ำเสียงกลางปกติ เช่น กะวาญ = กระวาน, กะปาว = ควาย ๒) ลักษณะน้ำเสียงต่ำใหญ่ (เสียงก้องมีลม) เช่น กะว่าย = เสือ, มะง่าม = ผึ้ง
๓) ลักษณะน้ำเสียงสูงบีบ (เสียงปกติตามด้วยการกักของเส้นเสียง) เช่น ค้อน = หนู, ซู้จ = มด ๔) ลักษณะน้ำเสียงต่ำกระตุก (เสียงก้องมีลมตามด้วยการกักของเส้นเสียง) เช่น ช์อง = ชอง, เม์ว = ปลา  นอกจากนี้
ยังมีลักษณะไวยากรณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น ย่าย ม่อง ตา พ์าย นั่ก อิ อีน กะปิฮ ฮอบ ปล็อง อิฮ  <ยาย-กับ-ตา-สอง- -=""> = สองคนตายายไม่มีอะไรจะกิน เป็นต้น

      ปัจจุบันการใช้ภาษาชอง ตลอดจนวัฒนธรรมของชาวชองอยู่ในภาวะถดถอยเป็นอย่างมาก คนชองส่วนมากใช้ภาษาไทยในการสื่อสารในชีวิตประจำวันแม้แต่ผู้สูงอายุ เยาวชนชาวชองรุ่นอายุต่ำกว่า ๓๐ ปี
ไม่สามารถพูดภาษาชองได้ และใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่หนึ่ง ภาษาชองจึงจัดเป็นภาษาที่อยู่ในภาวะวิกฤต    ขั้นรุนแรงใกล้สูญ ซึ่งมีผลต่อการสูญเสียภูมิปัญญาท้องถิ่นและองค์ความรู้ในด้านต่างๆ ที่สะท้อนผ่านคำศัพท์ในภาษาชอง เช่น เรื่องเกี่ยวกับป่า พรรณพืช อาหารพื้นบ้าน และสมุนไพร พิธีกรรม ความเชื่อและประเพณี เช่น พิธีแต่งงาน “กาตัก” ของชาวชอง และการละเล่นพื้นบ้าน เช่น “ซะบา” เป็นต้น

      อย่างไรก็ตาม ชาวชองได้มีความพยายามฟื้นฟูภาษาและวัฒนธรรมของตนเอง ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๕ โดยได้มีการสร้างระบบตัวเขียนภาษาชองด้วยตัวอักษรไทย และการสร้างวรรณกรรมหนังสืออ่านภาษาชองระดับต่างๆ มีการสอนภาษาชองเป็นหลักสูตรท้องถิ่นในโรงเรียน และมีการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้เพื่อฟื้นฟูภาษา – วัฒนธรรมชองสำหรับเป็นแหล่งข้อมูล จัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมและอื่นๆ อีกทั้งมีการเริ่มศึกษาฟื้นฟูพืชพื้นบ้าน เช่น คลุ้ม – คล้า หรือชาวชองเรียกว่า “รุ่นทาก – รุ่นเชอ” เป็นต้น

      ชาวชองที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำงานฟื้นฟูภาษาและภูมิปัญญาท้องถิ่นชอง มีรายชื่อดังตัวอย่างต่อไปนี้

 

๑.    นายเฉิน ผันผาย

๒.    นายเฉียน ผันผาย

๓.    นางจิ้น ผันผาย

๔.    นายหนู สีสมบัติ

๕.    นายไพรวัล ผันผาย

๖.      นายมณเฑียร พันธเสมา

๗.      นายชัยณรงค์ อาลัย

๘.      นายอเนก ฉัตรเงิน

๙.      นายรุ่งเพชร ผันผาย

๑๐.    น.ส. สิริรัตน์ สีสมบัติ

  • Voting
    (0 โหวต)
  • Hits
    13450 views