พิมพ์

ข้าวหลาม

ชื่อรายการ
ข้าวหลาม
ปีที่ขึ้นทะเบียน
พ.ศ. ๒๕๕๖
ภูมิภาค
ภาคกลาง
สาระสำคัญโดยรวม

ข้าวหลามเป็นภูมิปัญญาในการทำอาหารและถนอมอาหารให้เข้ากับวัสดุธรรมชาติคือ ต้นไผ่ซึ่งเป็นพืชที่ปลูกและมีอยู่ในทุกภาคของประเทศไทย การทำข้าวหลามแรกเริ่มเดิมที คือนำข้าวสารหรือข้าวเหนียวมาหุงในกระบอกไม้ไผ่ แต่ที่นิยมมักใช้ข้าวเหนียวมาหุงเป็นข้าวหลามซึ่งต่อมามีการพัฒนาการหุงข้าวหลามเหนียวให้เป็นอาหารหวานที่ปรุงรสด้วยน้ำกะทิ มีรสชาติ หวาน มัน เค็ม

ต้นไผ่ที่นิยมมาหุงข้าวหลามนั้นคือ ไผ่ข้าวหลาม หรือไม้ป้าง ซึ่งลำต้นจะเป็นปล้องยาว ๓๐-๖๐ เซนติเมตร มีหลายขนาด คุณสมบัติพิเศษของไผ่ข้าวหลามคือเยื่อไผ่จะร่อนออกดีมาก ง่ายต่อการปอกออกจากลำไผ่และคงความหอม อีกทั้งได้รูปทรงกระบอก

ส่วนไผ่ป่า หรือไผ่ชนิดอื่นๆ ถึงแม้จะใช้ได้ แต่เมื่อนำมาหุงข้าวหลามพบว่าเยื่อจะไม่ค่อยร่อนจึงไม่เป็นที่นิยม

ขั้นตอนสำคัญในการทำข้าวหลาม คือการใช้ข้าวเหนียวชนิดดำหรือขาว จำนวน ๑ ถัง น้ำตาลทราย ๔ กิโลกรัม น้ำกะทิ ๑๐ กิโลกรัม เกลือ ๒-๓ ขีด แล้วน้ำข้าวเหนียวไปแช่น้ำช่วงเวลาเย็น เมื่อถึงเช้าก็คั้นกะทิสด จากนั้นซาวข้าวเหนียวที่แช่ไว้นำมาใส่กะทิ น้ำตาลและเกลือ คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วนำข้าวเหนียวที่ผสมใส่ลงในกระบอกไม้ไผ่ ให้น้ำท่วมเมล็ดข้าวเหนียวให้เหลือพื้นที่ปากกระบอกไม้ไผ่ประมาณ ๒ นิ้ว

ขั้นตอนต่อมาคือ การนำข้าวเหนียวที่ใส่ในกระบอกไม้ไผ่ไปเผาไฟ บนเตาตะแกรงเหล็กซึ่งทำเป็นรางตะแกรงเหล็กเหมือนจั่วหลังคาบ้านและสุมไฟตรงกลาง เพื่อให้สามารถวางกระบอกข้าวเหนียวให้ตั้งแบบเอียงที่จะไม่ทำให้น้ำในกระบอกไม้ไผ่ไหลออกมาง่าย จากนั้นจึงค่อยสังเกต และค่อยๆ พลิกกลับด้านกระบอกไม้ไผ่เพื่อให้ข้าวหลามในกระบอกไม้ไผ่สุกทั่วกันซึ่งใช้เวลาในการหุงประมาณ ๒ ชั่วโมง

ข้าวหลามที่นิยมว่าอร่อยและขึ้นชื่ออาหารว่างระดับ OTOP คือ ข้าวหลามหนองมน ข้าวหลามนครปฐมที่มีเอกลักษณ์คือ รสชาติหอม หวาน มัน เข้มข้นเพราะมีหัวกระทิ มีส่วนประกอบของหน้าที่หลากหลาย เช่น สังขยา ถั่วดำ กะทิ เผือก เป็นต้น

ความสำคัญของข้าวหลามนอกเหนือจากภูมิปัญญาในการทำอาหารและถนอมอาหารแล้ว ชาวไทยทุกภาคยังนำข้าวหลามมาใช้เป็นอาหารในประเพณี ดังเช่น จังหวัดราชบุรี มีประเพณีบุญข้าวหลามของชาวลาวเวียงและลาวพวน ในอำเภอพนมสารคาม โดยงานบุญประเพณีจะจัดขึ้นทุกวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๓ ชาวบ้านจะหุงข้าวหลามทุกครัวเรือน เพื่อนไปถวายพระในวันรุ่งขึ้น ซึ่งเป็นวันพระขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ หลังจากนั้นจะพากันเดินขึ้นเขาดงยาง ซึ่งมีระยะทาง ๕ กิโลเมตร เพื่อไปปิดทองรอยพุทธบาทบนเขาดงยาง และนำข้าวหลามที่เหลือจากการทำบุญไปแบ่งกันรับประทาน

นอกจากนี้ในภาคเหนือยังมีประเพณีทำข้าวหลามไปถวายพระในวันเดือนสี่ คือ ประมาณเดือนมกราคม ซึ่งเป็นการทำทานร่วมกับการทำทานข้าวขี่และข้าวล้นบาตร

  • Voting
    (0 โหวต)
  • Hits
    5359 views