พิมพ์

บททำขวัญข้าว

ชื่อรายการ
บททำขวัญข้าว
ปีที่ขึ้นทะเบียน
พ.ศ. ๒๕๕๓
ภูมิภาค
ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ภาคกลาง
สาระสำคัญโดยรวม

บททำขวัญข้าว เป็นบทร้องประกอบพิธีทำขวัญข้าวของชาวนา ในแต่ละท้องถิ่นเรียกแตกต่างกันไป ภาคเหนือ เรียกว่า คำสู่ขวัญข้าว ภาคกลางและภาคใต้เรียกว่า บททำขวัญข้าว ชาวนาในแต่ละภาคประกอบพิธีทำขวัญข้าวไม่พร้อมกัน แต่ที่พบว่ามีลักษณะคล้ายกันคือ การทำขวัญข้าวตอนข้าวตั้งท้อง และการทำขวัญข้าวตอนขนข้าวขึ้นยุ้งแล้ว

tk001บททำขวัญข้าวมีทั้งลักษณะที่คล้ายกันและแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น ส่วนที่คล้ายคลึงกันก็คือ ส่วนที่กล่าวเชิญขวัญหรือเรียกขวัญ ส่วนนี้จะเป็นส่วนที่เรียกขวัญแม่โพสพ และอีกส่วนหนึ่งคือ ส่วนที่เป็นการขอพรหรือการขอร้องแม่โพสพ ส่วนนี้เป็นส่วนที่แสดงถึงความปรารถนาของชาวนาที่ต้องการให้ขวัญข้าวหรือแม่โพสพ ดลบันดาลในสิ่งที่เขาต้องการ ส่วนเนื้อหาที่แตกต่างกันไปบ้างในแต่ละท้องถิ่น น่าจะเป็นสิ่งที่มีเฉพาะในท้องถิ่นนั้นๆ เช่น ชื่อพันธุ์ข้าวพื้นเมืองที่มีประจำถิ่น หรือตำนานเกี่ยวกับข้าวหรือแม่โพสพที่เป็นเรื่องเล่าที่รับรู้กันในท้องถิ่นนั้นๆ เป็นต้น

บททำขวัญข้าว มีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของคนไทยที่มีอาชีพเกษตรกรรมมาอย่างยาวนาน แสดงให้เห็นถึงความอ่อนน้อม ความเคารพนบน้อมข้าวในฐานะที่เป็นผู้มีพระคุณและมีบทบาทสำคัญในการเป็นบันทึกความรู้หรือภูมิปัญญาชาวบ้าน ๔ ประการ คือ เป็นบันทึกความรู้ชื่อพันธุ์ข้าวในแต่ละถิ่นเป็นบันทึกความรู้ด้านการประกอบพิธีทำขวัญข้าว เป็นบันทึกความเชื่อของชาวนา และเป็นบันทึกแสดงขั้นตอนต่างๆ ของการทำนา

นอกจากนี้ บททำขวัญข้าวยังเป็นส่วนหนึ่งของพิธีทำขวัญข้าว ที่เป็นกลไกอย่างหนึ่งของสังคมในการช่วยลดหรือบรรเทาความเครียดให้กับชาวนา เนื่องมาจากการทำนาในแต่ละครั้ง ต้องลงทุนลงแรงจำนวนมาก ชาวนาจึงเกิดความไม่มั่นใจและรู้สึกไม่มั่นคงทางจิตใจว่า การทำนาในครั้งนั้นๆ จะประสบความสำเร็จหรือไม่ พวกเขาจึงต้องอาศัยการทำขวัญข้าวเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับตนเอง ดังนั้น บททำขวัญข้าวหลายๆ บท จึงแสดงให้เห็นความคิดและความคาดหวังของชาวนา ดังที่ปรากฏในส่วนเนื้อหาที่เป็นการขอร้องหรือขอพรจากแม่โพสพ ที่ล้วนแต่มีเนื้อหาที่ต้องการให้ได้ผลผลิตจำนวนมากในการทำนาแต่ละครั้ง

tk004ในปัจจุบัน การทำขวัญข้าวค่อยๆ เลือนหายไปจากสังคมชาวนาไทย ชาวนาในภูมิภาคต่างๆ ประกอบพิธีทำขวัญข้าวน้อยลง เพราะชาวนาต้องเร่งรีบทำนาให้ได้ ๓ ครั้งต่อปี จึงไม่มีเวลาประกอบพิธีทำขวัญข้าว เมื่อไม่มีการประกอบพิธีกรรม ย่อมหมายถึงการเลือนหายไปของบททำขวัญข้าวด้วย เพราะไม่มีผู้สนใจเรียนรู้และสืบทอดบททำขวัญข้าว

ปัจจุบัน ได้มีหน่วยงานต่างๆ ทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น เล็งเห็นความสำคัญของพิธีทำขวัญข้าว จึงได้มีการฟื้นฟู อนุรักษ์ สาธิต รวมทั้งจัดพิธีทำขวัญขึ้นในโอกาสต่างๆ เพื่อรื้อฟื้นให้บททำขวัญข้าวได้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่งแม้ว่าชาวนาไทยจะประกอบพิธีทำขวัญข้าวน้อยลง

รูปภาพ

ไฟล์มัลติมีเดีย

  • Voting
    (0 โหวต)
  • Hits
    12273 views