พิมพ์

หุ่นกระบอก

ชื่อรายการ
หุ่นกระบอก
ปีที่ขึ้นทะเบียน
พ.ศ. ๒๕๕๓
ภูมิภาค
ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ภาคตะวันออก
สาระสำคัญโดยรวม

หุ่น เป็นศิลปะการแสดงประเภทหนึ่งของไทย แบ่งออกได้เป็น ๔ ประเภท คือ หุ่นหลวง หุ่นวังหน้า หุ่นกระบอก และหุ่นละครเล็ก

h003h004หุ่นกระบอก เป็นหุ่นที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ โดยเลียนแบบมาจากหุ่นจีนไหหลำ ดังปรากฏในหนังสือสาส์นสมเด็จ ซึ่งนิพนธ์โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ บันทึกว่าหุ่นชนิดนี้เกิดในแถบเมืองเหนือคือ สุโขทัย อุตรดิตถ์ นครสวรรค์ โดยนายเหน่งเมืองสุโขทัยได้เห็นหุ่นจีนไหหลำ จึงคิดประดิษฐ์หุ่นเป็นแบบไทยเล่นทั่วไป จนเป็นที่นิยมในแถบนั้น เมื่อสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงฯ เสด็จตรวจราชการที่สุโขทัย พระยาสุโขทัย ได้หาหุ่นนายเหน่งมาแสดงให้ทอดพระเนตร เมื่อเสด็จกลับกรุงเทพฯ หม่อมราชวงศ์เถาะ พยัคฆเสนา ซึ่งได้ดูการแสดงหุ่นในครั้งนั้น ได้ทูลยืมเงินสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงฯ สร้างหุ่นกระบอกขึ้นครั้งแรกในกรุงเทพฯ และได้แสดงจนเป็นที่นิยม โดยเรียกกันเมื่อแรกว่า หุ่นเลียนอย่างเมืองเหนือ หรือเรียกว่า หุ่นคุณเถาะ ต่อมาภายหลังจึงเรียก หุ่นกระบอก ตามลักษณะที่ใช้กระบอกไม้ไผ่เป็นแกนตัวหุ่น

ลักษณะของหุ่นกระบอก เป็นหุ่นครึ่งตัว มีส่วนประกอบสำคัญ ได้แก่ ศีรษะหุ่น ซึ่งทำเป็นตัวละครต่างๆ เช่น พระ นาง ยักษ์ ลิง ตลก สัตว์ มือหุ่น เป็นลักษณะของมือที่ตั้งวงรำเหมือนมือละครรำ ถ้าเป็นตัวพระ ยักษ์ ตลก มักทำมือขวาในลักษณะกำสำหรับถืออาวุธ มือซ้ายตั้งวงรำ ส่วนตัวนาง มักนิยมทำท่าตั้งวงทั้งสองข้าง มือหุ่นจะต่อไม้ยาวลงมาเรียกว่า ไม้ตะเกียบ สำหรับจับเชิดหุ่นให้ร่ายรำลำตัวของหุ่นจะทำด้วยกระบอกไม้ไผ่ หรือวัสดุอื่น ไหล่หุ่น ทำด้วยไม้หรือวัสดุอื่น เสื้อหุ่น ทำเป็นถุงคลุมจากไหล่หุ่นปิดลงมาครึ่งตัว และมีการปักเย็บเสื้อหุ่นให้งดงามตามลักษณะของตัวละคร ตัวพระมีอินทรธนู กรองคอ ตัวนางมีผ้าห่มนาง กรองคอ ตัวตลกและตัวอื่นๆ มักเป็นถุงผ้าที่มีสีสันตามตัวละครที่เห็นว่างดงาม

h002วิธีการแสดงหุ่นกระบอก ปรับปรุงมาจากการแสดงละครรำแต่ดัดแปลงท่าทางให้หุ่นร่ายรำเพื่อเลียนแบบคน และเป็นท่าร่ายรำทางหุ่นโดยเฉพาะ ท่ารำเบื้องต้นในการแสดงหุ่นได้แก่ การกล่อมหน้า กระทบจังหวะ แทงมือ ตีบท และรำเพลง ซึ่งผู้เชิดหุ่นให้งดงามต้องฝึกท่าพื้นฐานเหล่านี้ให้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้ ผู้เชิดหุ่นต้องเป็นผู้ที่พูดเจรจาแทนหุ่นด้วยและตัวละครที่สำคัญคือ ตัวตลกซึ่งจะเป็นผู้ดำเนิน เรื่องให้รวดเร็ว สนุกสนาน

h001ดนตรีประกอบการแสดง มักใช้วงปี่พาทย์เครื่องห้า มีเครื่องดนตรีสำคัญคือ ซออู้ สีประกอบการร้องดำเนินเรื่องที่เรียกว่า เพลงหุ่นเคล้าซอ หรือเพลงหุ่นกระบอก ที่ปรับปรุงมาจากเพลงขอทานของตาสังขารา เรื่องที่นิยมเล่นหุ่นกระบอกคือ เรื่องที่นำมาจากบทละครนอก เช่น ลักษณวงศ์ สังข์ทอง ไกรทอง แก้วหน้าม้า สุวรรณหงส์ เป็นต้น แต่ที่นิยมที่สุดคือเรื่อง พระอภัยมณี จารีตสำคัญของการแสดงหุ่นกระบอกคือ ก่อนการแสดงทุกครั้ง
จะมีการเชิดหุ่นตัวนายโรง ออกมารำไหว้ครูในเพลงช้าปี่ และปีนตลิ่งนอก ต่อด้วยเพลงหน้าพาทย์รัวสามลา 

การแสดงหุ่นกระบอกจะมีการสร้างโรง และฉากหุ่นเพื่อปิดบังผู้เชิด ที่ทำหน้าที่เชิดและเจรจาแทนตัวหุ่น รวมทั้งปิดบังนักดนตรีและนักร้อง ฉากหุ่นมักจะเป็นภาพวาดที่ออกแบบตามความนิยมของแต่ละคณะ และมีซุ้มประตูสองข้างเพื่อให้ตัวหุ่นรำเข้าออก และมีบังมือด้านล่างเพื่อบังมือของผู้เชิด

h006

ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ เป็นต้นมา เริ่มมีคณะหุ่นกระบอกที่มีชื่อเสียงเกิดขึ้นหลายคณะ อาทิ หุ่นพระองค์เจ้าสุทัศน์ฯ หุ่นพระองค์เจ้าอนุสรฯ หุ่นจางวางต่อ หุ่นจางวางทั่ว หุ่นนายวิง หุ่นนายเปียก โดยเฉพาะหุ่นนายเปียก ที่สืบทอดมาสู่ทายาทคือ ครูชื้น สกุลแก้ว ศิลปินแห่งชาติ ซึ่งได้ถ่ายทอดการแสดงหุ่น ให้กับผู้ที่มีใจรัก 

 

ปัจจุบันนี้ มีหุ่นคณะต่างๆ ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด เช่น หุ่นรอดศิรินิลศิลป์ หุ่นครูวงษ์ หุ่นยายสาหร่าย หุ่นตาดัด หุ่นแม่เชวง หุ่นกรมศิลปากร หุ่นคุณรัตน์ หุ่นครูไก่ หุ่นบ้านตุ๊กตุ่น และหุ่นกระบอกอาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ปี พ.ศ.๒๕๔๓ 

กระนั้น การแสดงหุ่นกระบอก ซึ่งเคยเป็นมหรสพที่อยู่คู่สังคมไทย ไม่ค่อยได้มีโอกาสแสดงมากนักในปัจจุบัน เนื่องจากมีสิ่งบันเทิงรูปแบบใหม่หลั่งไหลเข้ามาแทนที่ หุ่นกระบอกจึงเป็นที่นิยมอยู่ในเฉพาะกลุ่มผู้ที่มีใจรักศิลปะการแสดงแขนงนี้เท่านั้น

รูปภาพ

ไฟล์มัลติมีเดีย

  • Voting
    (0 โหวต)
  • Hits
    18488 views