พิมพ์

เครื่องถมนคร

เครื่องถมนคร

เรื่อง : เครื่องถมนคร

Title :

ผู้วิจัย : ผศ.ดร.อมรรัตน์ ทิพย์เลิศ (หัวหน้าโครงการ)

          นางสาว ศศโสฬส จิตรวาณิชกุล (นักวิจัย)
          นาย เจริญ ธรรมชาติ (นักวิจัยท้องถิ่น)
          นาย ปลวัชร เต่งภู่ (นักวิจัยท้องถิ่น)
          นาย ชำนาญ พระภายไชย (นักวิจัยท้องถิ่น)

งบประมาณ : 2556

บทคัดย่อ


โครงการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เรื่อง "เครื่องถมนคร" เป็นการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้กระบวนการวิจัยเชิงคุณภาพ ที่เน้นการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์การวิจัย
๑. เพื่อรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา ลักษณะพิเศษหรือเอกลักษณ์ของงานช่างฝีมือดั้งเดิม ประเภท กลวิธีการผลิต ที่สามารถสังเคราะห์เป็นองค์ความรู้เกี่ยวกับ“เครื่องถมนคร”
๒. เพื่อศึกษาปัจจัยที่เอื้อและปัจจัยคุกคามต่อการสืบทอดและอนุรักษ์ “เครื่องถมนคร”
๓. เพื่อสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลและสังเคราะห์ข้อมูล และกระตุ้นให้ชุมชนกำหนดแนวทางในการอนุรักษ์และสืบทอดองค์ความรู้มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม “เครื่องถมนคร” โดยการจัดเวทีชาวบ้าน
๔. เพื่อให้เกิดความยินยอมจากชุมชนในการเสนอขอให้ “เครื่องถมนคร” เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ในระดับจังหวัด ระดับชาติ และระดับโลก ได้ต่อไปในอนาคต
ผลการวิจัยพบว่า “เครื่องถมนคร” เป็นศิลปหัตถกรรมคู่เมืองนครศรีธรรมราชมาหลายร้อยปี จึงกล่าวได้ว่านครศรีธรรมราชเป็นถิ่นกำเนิดเครื่องถม ความหมายของ "เครื่องถม" สามารถนิยามความหมายว่า คือ วัตถุที่ทำหรือประกอบขึ้นด้วย โลหะเงิน และ ลงยาถม คำว่า โลหะเงิน นั้นหมายความว่า โลหะเงินที่อนุญาตให้มีโลหะอื่นเจือปนได้ไม่เกินร้อยละ ๗.๕ ของน้ำหนัก โลหะที่ใช้เจือปน โลหะเงิน ได้แก่ ทองแดง เพื่อทำให้เนื้อเงินแข็ง เหมาะสมที่จะนำมาทำเครื่องถม ในน้ำหนัก ๑๐๐ กรัม ของเนื้อเงินผสมตามมาตรฐาน จะเป็นเนื้อเงินบริสุทธิ์ ๙๒.๕ กรัม เนื้อทองแดง ๗.๕ เป็นอย่างน้อย เนื้อเงินผสมมาตรฐานที่เรียกว่า เงินสเตอร์ลิงก์นั้น มีเนื้อเงิน ๙๕ % และมีโลหะอื่น คือทองแดงผสมอีก ๕ % เครื่องถมสามารถจำแนกตามประเภทของการใช้ได้ 3 ประเภท ดังนี้คือ ๑) เครื่องใช้ประดับตกแต่งเป็นอาภรณ์ของ ๒) เครื่องใช้สอยทั่วไป ๓) เครื่องมือใช้สอยในราชสำนักหรือเครื่องราชูปโภค
จากการรวบรวมข้อมูลโดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน พบว่า เอกลักษณ์ของเครื่องถมนคร สามารถจำแนกได้ ๘ ประการ ได้แก่ ๑) ความเป็นศิลปหัตถกรรม (handicraft) ๒) การสลักลวดลายด้วยมือ ดังนั้นลวดลายในแต่ละชิ้นงานของช่างแต่ละคนจึงแตกต่างกันไป ๓) น้ำยาถมของนครศรีธรรมราชเป็นสีดำซึ่งช่างถมแต่ละคนจะมีสูตรในการทำยาถมเป็นของตัวเอง ๔) การแกะแรหรือการแรเงาลายด้วยมือ ๕) ลวดลายไทย ๖) ประเภทของเครื่องถมนคร ได้แก่ ถมเงิน
ถมทอง และถมตะทอง ๗) วัสดุและมาตรฐานคุณภาพเครื่องถมนคร คือ การใช้วัสดุเนื้อเงินในสัดส่วนที่สูงถึง ๙๒.๕ – ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือคือทองแดง ๕ – ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ ๘) อุปกรณ์เครื่องมือช่างนคร คือ ช่างแต่ละคนจะผลิตเครื่องมือขึ้นเองตามความถนัดหรือความต้องการในการใช้งาน
นอกจากนี้ ยังพบว่า ปัจจัยที่เอื้อต่อการสืบทอดองค์ความรู้เครื่องถมนคร วิเคราะห์ได้ ๖ ประการ ได้แก่ ๑) ความเป็นต้นตำรับ ๒) คุณภาพของผลิตภัณฑ์ ๓) มีสถาบันการศึกษาเครื่องถมโดยเฉพาะ ๔) มีหน่วยงานให้การสนับสนุน ๕) มีการเรียนการสอนเครื่องถมนอกระบบสถาบันการศึกษา ๖) นำเทคโนโลยีทางการสื่อสารมาช่วยในเรื่องการตลาด ส่วนปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการสืบทอดองค์ความรู้เครื่องถมนคร มี ๗ ประการ ได้แก่ ๑) มีช่างที่มีฝีมือในนครฯ แต่ขาดครูที่จะให้ความรู้แก่ช่าง ๒) คนนครมีความสนใจที่จะเรียนรู้เรื่องเครื่องถมค่อนข้างน้อย ๓) ช่างรุ่นเก่าไม่อยากให้ช่างรุ่นใหม่เกิด ๔) รูปแบบ ไม่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า ๕) งานหล่อราคาถูกทำให้งานเครื่องถมนครแท้กลายเป็นของราคาสูง ๖) ขาดการประชาสัมพันธ์ให้คนรู้จักกลุ่มช่างฝีมือที่ทำเครื่องถมนครของแท้ ๗) ลูกค้าหรือผู้ใช้เครื่องถมมีจำนวนน้อย
จากการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม "เครื่องถมนคร" นี้ ผู้เกี่ยวข้องในชุมชน ได้แก่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด สำนักงานการท่องเที่ยวจังหวัด ช่างเครื่องถม ผู้จำหน่ายเครื่องถม ครูสอนเครื่องถม นักศึกษาเครื่องถม และสถาบันการศึกษา ฯลฯ เข้ามามีส่วนรวมในการให้ข้อมูล ร่วมเก็บรวบรวมข้อมูล และร่วมสังเคราะห์ข้อมูล จนนำไปสู่การร่วมให้ความยินยอมลงชื่อเห็นชอบที่จะให้มีการดำเนินการขอจดทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในระดับชุมชนและระดับจังหวัดต่อไป

Abstract


The Gathering and Keeping a Intangible Cultural Heritage titled "Nakhon Niello ware" is a qualitative research which focuses on the collaboration with the community in participatory process. It aims to :
1) gather information on origin, history, particularity of the aboriginal craftsman making process that together could be synthesized into "Nakhon Niello ware" knowledge
2) study both supporting and threatening factor in passing on and preservation of "Nakhon Niello ware"
3) build a collaborative effort within community in gathering data, understanding it and stimulating the community to set up a way to preserve and pass on cultural heritage of the "Nakhon Niello ware" knowledge through local stage
4) build a consensus among community in recommending "Nakhon Niello ware" knowledge be a cultural heritage at a provincial, national, and international level in the future
The findings indicate that "Nakhon Niello ware" has existed in Nakhon Si Thammarat for hundred of years thus it could be said that Nakhon Si Thammarat is its place of origin. "Nakhon Niello ware" defines the application of Niello amalgam onto a silver metal. In this case, this silver metal may have an alloy component of no greater than 7.5% of the Niello ware object's weight. For example a copper alloy is used to enhance the strength of silver metal and is suitable for use in making Niello ware. A standard 100 grams of Niello ware object will consist of 92.5% pure silver and 7.5% copper. The commonly known sterling silver composes of 95% silver and 5% copper. Niello ware can be categorized under three type of uses 1) jewelry 2) general use article 3) royal
ornament The collaborative research finding suggests that there are eight kinds of Nakhon Niello ware particularity 1) handicraft 2) hand engraving style which differs between each craftsman 3) black Nakhon Si Thammmarat niello amalgam recipe specific to each craftsman 4) hand carving and polish style 5) Thai design 6) types of Nakhon Niello ware eg. Silver Neillo ware, Gold Neillo ware, and gold encrusting 7) material composition and quality of Niello ware with high silver contents of 92.5-95% silver and copper 5-7.5% for the remaining. 8) craftsman tailored made tools as per each individual style and usage requirements Moreover, there are 6 aiding factors to the passing of Nakhon Niello ware knowledge : 1) place of origin 2) quality of product 3) dedicated Nakhon Niello ware institute of education 4) supporting body 5) availability of Nakhon Niello ware as an extra-curriculum study 6) use of new communicative means to help with marketing
Meanwhile, the 7 obstacles to the continuation of Nakhon Niello ware are 1) lack of teachers to educate the craftsman 2) low level of interest from local community to learn about Niello ware 3) older craftsman unwillingness to let in new entry 4) design mismatch with customers demand 5) cheaper casting make authentic Nakhon Niello ware comparatively expensive 6) lack of publicity or authentic Nakhon Niello ware craftsman 7) few customers and users of Nakhon Niello ware
Subsequent to the collaborative efforts among provincial cultural office and tourist office, craftsman, Niellos ware seller, teachers and students, institution etc. to gather data and analyze the information finally a consensus is reached. Nakhon Niello ware knowledge will be registered a cultural heritage at a community and provincial level.