พิมพ์

ครัวไทใหญ่

ครัวไทใหญ่

เรื่อง : ครัวไทใหญ่

Title : 

ผู้วิจัย : ดุจฤดี  คงสุวรรณ์  

           เลหล้า  ตรีเอกานุกูล     

           ภัทรีพันธุ์  พันธุ             

           ศุภรา  ติวงค์          

บทคัดย่อ

คณะวิจัยดำเนินโครงการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม : “ครัวไทใหญ่” โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มชาติพันธุ์ไทใหญ่ที่อพยพและเข้ามาอาศัยอยู่หนาแน่นเป็นชุมชนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอนและตาก โดยมีวัตถุประสงค์ คือเพื่อศึกษา รวบรวมและจัดทำฐานข้อมูลอัตลักษณ์มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม “ครัวไทใหญ่” ของพื้นที่ศึกษาภายใต้กรอบคิดว่าด้วย “การปกป้องคุ้มครอง” รวมไปถึงการสื่อสาร รณรงค์ให้สามารถนำเข้าสู่กระบวนการจัดทำบัญชีรายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม “ครัวไทใหญ่” ประเทศไทย และนำเสนต่อยูเนสโกให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ เมื่อประเทศไทยเข้าเป็นภาคีของ Convention for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage แล้ว คณะวิจัยดำเนินโครงการนี้ด้วยวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการเก็บข้อมูลเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และการสัมภาษณ์ผู้รู้    ผู้ครอบครองมรดกภูมิปัญญาฯ ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน ซึ่งถือเป็นหลักการสำคัญของ “การปกป้องคุ้มครอง” โดยมี “คน” เป็นหัวใจในการดำเนินกิจกรรมภายใต้มิติของการมีส่วนร่วมในฐานะ “เจ้าของ” มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ๔ ขั้นตอนของกิจกรรม กล่าวคือ (๑) การตัดสินใจ (๒) การปฏิบัติงานโครงการ (๓) การได้รับผลประโยชน์ และ (๔) การประเมินผล  

ผลการดำเนินโครงการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลฯ ของคณะวิจัยนำเสนอในรูปแบบบันทึกมรดกฯ รวมทั้งสิ้น ๔๔ รายการ ในจำนวนนี้ประกอบด้วยอาหารคาว ๓๓ รายการ และอาหารหวาน ๑๑ รายการ นับเป็น “ครัวไทใหญ่” ที่ชุมชนเจ้าของมรดกภูมิปัญญาฯ เห็นพ้องต้องกันว่าควรส่งเสริมให้เกิดการสืบสาน อนุรักษ์ ฟื้นฟู ตลอดจนสนับสนุนให้เกิดการสืบทอดเป็นมรดกภูมิปัญญาฯ ของชาติไทยสืบไป ภายใต้บทบาทหน้าที่ซึ่งสัมพันธ์กันได้แก่ (๑) รสชาติถูกปากคนทุกวัย (๒) เป็นอาหารพื้นบ้านที่ปรุงง่าย (๓)  มีการสืบทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น (๔) มีอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ไทใหญ่ (๕) การเป็นความรู้ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม (๖) การมีคุณค่าทางโภชนาการและสรรพคุณทางยา รวมถึง (๗) การมีคุณค่าทางวัฒนธรรม

ในการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลฯ คณะวิจัยพบว่า ทุกชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ไทใหญ่ที่ศึกษาล้วนถือว่า “ครัวไทใหญ่” เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมร่วมกันของกลุ่มชาติพันธุ์ไทใหญ่ ถือว่าเป็นสมบัติร่วมของทุกชุมชน ไม่มีชุมชนใดชุมชนหนึ่งกล่าวว่าชุมชนตนเท่านั้นที่เป็นเจ้าของมรดกภูมิปัญญาฯ นี้แต่เพียงผู้เดียว อีกทั้งยังว่าทุกชุมชนกล่าวถึงเครื่องปรุงหลักสามชนิด ได้แก่ถั่วเน่า มะเขือเทศ (มะเขือส้ม) และงาคือ อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมด้านอาหารไทใหญ่ ถึงกระนั้นก็ตาม อาจมีความแตกต่างกันออกไปบ้างตามการกลืนกลายทางวัฒนธรรมร่วมกับวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ ร่วมชุมชน ในขณะเดียวกันก็อาจมีการปรับเปลี่ยน “ครัวไทใหญ่” ไปตามบริบทชุมชนด้านอื่นๆ อาทิ สภาพภูมิศาสตร์ อัตลักษณ์ชุมชน ทรัพยากรท้องถิ่นหรือรสนิยมในรสสัมผัสอาหาร เป็นต้น

 


 

 

Abstract

                          Research project are to capture and store data of Intangible Heritage : “Shan Cuisine” by collecting data from the Shan ethnic groups whose immigrants to live in dense communities of Chiang Rai, Chiang Mai, Mae Hong Son and Tak. Its purpose is, to study compile a database of identity and Intangible Heritage : “Shan Cuisine” area of study within the conceptual framework, “Safeguarding”. As well as communication, campaign to be put into the preparation of list of Intangible Heritage, “Shan Cuisine” and proposed to UNESCO as the Intangible Cultural Heritage of humanity when Thailand became a party to the Convention for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage.

                   The research project carried out by Qualitative Research Methodology and by storing from the secondary documents and related research, in-depth interview from the knowledgeable people, and using the Participatory Research technique. This is the main principle of “Safeguarding” by “people” is the heart of the activities under the dimension of participation as “The owner of” Intangible Heritage are four stage of the activity, namely (1) the decision (2) operational program (3) of the beneficiaries, and (4) evaluation.

                   The project collects and stores the data presented in the “Inventorying” of Intangible Heritage as 44 item of “Shan Cuisine”; of these 33 items include savory and sweet food items 11. Its were the community owns of the Intellectual Heritage agreed that it should foster the heritage conservation, as well as support the inherited wisdom of the Thailand national prosperity under the duties correlative include (1) taste for people of all ages (2) is a traditional food and cook simple (3) have inherited wisdom from generation to generation (4) identity of ethnic group, Shan (5) its the knowledge, wisdom and culture of Shan (6) whole of nutritious and medicinal properties, and finally (7) the availability of cultural values.

                   The research team found that each community of Shan are considered the “Shan Cuisine” are inherit wisdom, common cultural of  Shan’s and the property of every community, no communities said that its only their own inherited wisdom. And all of community has three main types of the ingredients such as natto (product from beans), tomatoes and sesame were the cultural identity of “Shan Cuisine”. Notwithstanding may vary somewhat by cultural assimilation among the cultures form other ethnic groups in the community meanwhile, it may be modified, “Shan kitchen”, according to the context of other communities, such as urban context, geography, communities’  identities, local resources or taste habitus and so on.

icon pdf en download
icon pdf th