พิมพ์

สารทเดือนสิบ

สารทเดือนสิบ

เรื่อง : สารทเดือนสิบ

Title :

ผู้วิจัย : นายเชิดชัย อ๋องสกุล

          นายคำนวณ นวลสนอง

บทคัดย่อ 

 โครงการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม สารทเดือนสิบ เพื่อเสนอขอให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม คณะผู้รวบรวมและจัดเก็บข้อมูลได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลภาคสนามโดยวิธีการสัมภาษณ์ การสังเกต การจัดประชุมกลุ่มย่อยโดยชุมชนมีส่วนร่วมและการสังเกตอย่างมีส่วนร่วมในพิธีกรรม ผลการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูล สรุปได้ดังนี้ 

 ประเพณีสารทเดือนสิบ หรือประเพณีทำบุญเดือนสิบของชาวภาคใต้ที่นับถือศาสนาพุทธเป็นประเพณีที่ได้รับอิทธิพลความเชื่อมาจากศาสนาพราหมณ์ โดยมีการผสมผสานกับความเชื่อทางพุทธศาสนา เข้ามาในภายหลัง โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญเพื่อแสดงถึงความกตัญญูกตเวทีด้วยการทำบุญอุทิศส่วนกุศล ไปให้แก่ดวงวิญญาณของบรรพชนและญาติที่ล่วงลับ ชาวภาคใต้ส่วนใหญ่ถือว่าประเพณีสารทเดือนสิบเป็นประเพณีสำคัญของท้องถิ่นและเป็นงานบุญที่สำคัญมากในหลายๆประเพณีของคนภาคใต้ทุกจังหวัดเหตุผลสำคัญคือ เป็นไปตามคติความเชื่อที่มีสืบต่อกันมาของพุทธศาสนิกชนในจังหวัดภาคใต้ มีความเชื่อกันว่าบรรพบุรุษอันได้แก่ ปู่ย่า ตายาย และญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้วหากทำความชั่วจะตกนรก กลายเป็นเปรตต้องทนทุกข์ทรมานในนรกอเวจี ต้องอาศัยผลบุญที่ลูกหลานอุทิศส่วนกุศลให้ในแต่ละปีมายังชีพ ประเพณีทำบุญสารทเดือนสิบจะเริ่มตั้งแต่แรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๐ ซึ่งถือว่าเป็นวันที่พญายมปล่อยตัวผู้ที่ล่วงลับไปแล้วที่เรียกว่า “เปรต” ให้ขึ้นมาจากนรก และจะเรียกตัวกลับไปนรกตามเดิมในวันแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ ผู้คนในภาคใต้มีคติความเชื่อว่าบรรพบุรุษหรือญาติผู้ล่วงลับของเราหากทำกรรมดีจะได้ไปเสวยสุขอยู่บนสวรรค์หรือภพภูมิที่ดี แต่ในทางตรงกันข้าม หากทำกรรมชั่วไว้จะต้องได้รับผลกรรมไปเกิดอยู่ในภพภูมิที่มีความลำบาก ทุกข์ทรมาน และได้รับความอดอยากอย่างแสนสาหัสอีกด้วย ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของญาติที่ยังมีชีวิตอยู่ ในการช่วยเหลือบรรพบุรุษหรือญาติผู้ที่ล่วงลับ ด้วยการทำบุญและอุทิศส่วนกุศลให้ด้วยความหวังว่าจะบรรเทาทุกข์ให้แก่ญาติเหล่านั้นได้  จึงทำให้การทำบุญในประเพณีสารทเดือนสิบเป็นประเพณีที่ฝังแน่นอยู่ในจิตใจของชาวใต้  และยังคงปฏิบัติสืบทอดกันมาอย่างเหนียวแน่นมากในสังคมภาคใต้ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคมและวัฒนธรรม รวมทั้งคติความเชื่อและค่านิยมของคนในสังคมอันเป็นผลจากการพัฒนาและความเจริญทางเทคโนโลยี การเข้ามาของวัฒนธรรมการบริโภคและสื่อสมัยใหม่ที่มีผลต่อวิถีปฏิบัติด้านความเชื่อ การปฏิบัติตนในประเพณีมีข้อจำกัดในเงื่อนไขในการดำรงชีพ จึงไม่มีเวลามากพอเหมือนสังคมในอดีต ชาวบ้านจึงมีความจำเป็นในทางเศรษฐกิจที่จะต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด การทำกิจกรรมตามประเพณีของชุมชนก็ต้องปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมทั้งรูปแบบและเนื้อหา หากแต่ประเพณีสารทเดือนสิบยังคงเป็นประเพณีที่ยังคงสามารถ ยืนหยัด มีบทบาทอย่างมั่นคงอย่างเข้มข้นต่อสังคมชาวภาคใต้ได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้สภาพการณ์เปลี่ยนแปลงทางสังคมและสิ่งที่เป็นปัจจัยคุกคามอยู่รอบด้าน แต่เนื่องด้วยประเพณีสารทเดือนสิบเป็นพิธีกรรมที่เกิดขึ้นจากพื้นฐานความเชื่อของสังคมชาวภาคใต้ที่ฝังแน่นลึกลงในจิตใจอยู่ในสายเลือดอย่างเข้มข้นจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตซึ่งขาดเสียมิได้นอกจากนี้ยังเป็นผลจากการที่องค์กรท้องถิ่นหรือภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้นำเอาประเพณีที่มีคุณค่าเป็นทุนทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น  และนำมาผลักดันให้เกิดกิจกรรมประเพณีด้วยการทำซ้ำ เพื่อให้เอกลักษณ์อันโดดเด่นของท้องถิ่นนั้นๆ ให้เป็นที่จดจำพร้อมกับประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางให้กลายเป็นเทศกาลที่ยิ่งใหญ่เป็นงานเทศกาลในระดับชาติและนานาชาติ  ดังเช่น งานประเพณีบุญสารทเดือนสิบและงานกาชาดจังหวัดนครศรีธรรมราช งานประเพณีแห่จาดเดือนสิบจังหวัดกระบี่ เป็นต้น จึงกล่าวโดยสรุปได้ว่า ประเพณีสารทเดือนสิบอันเป็นประเพณีประจำถิ่น ประเพณีประจำภาคที่แฝงไว้ด้วยคุณธรรมที่สร้างคุณค่าในการดำเนินชีวิตต่อครอบครัวต่อชุมชนและผู้คนที่มีการแพร่กระจายอย่างกว้างขวางครอบคลุมในพื้นที่ภาคใต้ จึงสมควรที่ได้บันทึกหลักฐานข้อมูลสำคัญไว้เป็นมรดกให้กับลูกหลาน โดยการจดทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติและมนุษยชาติต่อไป 

 

Abstract 

 The project of collecting information of the Tenth Lunar Month Festival was researched with the intention to propose it as a cultural heritage. The collectors collected the fieldwork information by interviewing, observing, community based focus group, and witnessing in such ceremonies. The result could be summarized as follows.

  The Tenth Lunar Month Festival has been a Buddhist ceremony which was influenced over by belief of Brahmanism and mixed with belief of Buddhism afterward with significant purpose of expressing gratitude and obligation through merit making to spirits of passed away ancestors and relatives. Most of southern people regarded the Ten Lunar Month Festival as a very important ritual in their localities all over southern provinces of Thailand. The belief of Buddhists in the South is that all dead grandfathers, grandmothers, and relatives go to hell and become in the form of “Pret” (hungry ghost), due to their badness Karma, and wait for the merit that their living relatives do for them in each year. The Tenth Lunar Month Festival usually begins on the first waning moon day of the tenth Thai Lunar month when is believed that all “Pret” will be released from hell and will be forced back to hell on the fifteenth waning moon day of the tenth Thai Lunar month. The belief is also mentioned that the passed away good doers will go to heaven or a good place, while on the other hand, the passed away bad doers will go to hell or a suffering place. It’s the duty of the living relatives to help those suffering spirits by making merit to them and wish that can reduce their sufferings. That makes the merit making in the Tenth Lunar Month Festival implanted in the hearts of all southern people and has been practicing regularly every year in the South. Among social and cultural changes including belief and social value that are the consequences from development, technology advancement, consumption culture, and modern media that affects to the way of doing to belief, behaving in following to the tradition under conditions of making a living that lessens time in each day than in the past, the people in the present days are with economic necessity of struggle to be survived. Then, doing traditional activities are also changed to appropriateness in both form and content. However, the Tenth Lunar Month Festival has been holding firm role towards southern society constantly under social changes and threatening factors around. As a result of belief basis of southern people that had been in minds, hearts, and blood as the essential part of life that could never be without. Moreover, local administration organization and involving authorities take the valuable festival of local culture and repeat the outstanding uniqueness of each locality to be memorized and promote the festival out spread to larger reputation in national and international levels such as the Tenth Lunar Month Festival and Red Cross Fair of Nakhon Si Thammarat, and “Hae Jad Duen Sip” of Krabi, etc. It can be said that the Tenth Lunar Month Festival has been a local festival of the South with hidden virtue that makes worth to life, to family, and to communities all over the southern region of Thailand. It is worth to be recorded as a heritage to next generations by registering to be a cultural heritage of the nation and of mankind afterwards.

icon pdf en
icon pdf thDownload