พิมพ์

เพลงพื้นบ้านภาคกลาง

เรื่อง      :     เพลงพื้นบ้านภาคกลาง

Title      :     Folk Song in Central Thailand

ผู้วิจัย     :     ศาสตราจารย์สุกัญญา สุจฉายา
                   บัวผัน สุพรรณยศ
                   อภิลักษณ์ เกษมผลกูล
                   กิตติศักดิ์ เกิดอรุณสุขศรี
                   สมบัติ สมศรีพลอย
                   โอฬาร รัตนภักดี
                   มณฑิรา ตาเมือง

ปีงบประมาณ     :     ๒๕๕๗ 



บทคัดย่อ

         โครงการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม: เพลงพื้นบ้านภาคกลาง นี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อรวบรวมและจัดเก็บองค์ความรู้เกี่ยวกับเพลงพื้นบ้านภาคกลางโดยชุมชนมีส่วนร่วม เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกในการสร้างสรรค์ การสืบทอดและการพิทักษ์รักษาเพลงพื้นบ้านภาคกลาง และเพื่อปกป้องคุ้มครองมรดกภูมิปัญญาด้านเพลงพื้นบ้านภาคกลาง อันจะนำไปสู่ความมั่นคงยั่งยืนของเพลงพื้นบ้านภาคกลางทั้งในการการเสนอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ และนำเสนอยูเนสโกให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ โดยมีขอบเขตการดำเนินการโครงการทั้งสิ้น ๓๕ จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ กาญจนบุรี กำแพงเพชร จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ชัยนาท ตราด ตาก นครนายก นครปฐม นครสวรรค์ นนทบุรี ปทุมธานีประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา พิจิตร พิษณุโลก เพชรบุรี เพชรบูรณ์ ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สระแก้ว สระบุรี สิงห์บุรี สุโขทัย สุพรรณบุรี อ่างทอง อุตรดิตถ์ และอุทัยธานี

         จากผลการดำเนินโครงการผู้วิจัยพบว่าปัจจุบันมีเพลงพื้นบ้านภาคกลางในพื้นที่ ๒๐ จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ กำแพงเพชร จันทบุรี ชลบุรี ชัยนาท ตราด ตาก นครนายก นครปฐม นครสวรรค์ นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ระยอง สิงห์บุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง และมีคณะเพลงพื้นบ้านทั้งสิ้น ๓๗ คณะ ซึ่งบางคณะสามารถแสดงเพลงพื้นบ้านได้มากกว่า ๑ ประเภท หากจำแนกตามประเภทของเพลงพื้นบ้าน คณะที่สามารถแสดงเพลงฉ่อยได้มีทั้งสิ้น ๑๔ คณะ เพลงทรงเครื่อง ๗ คณะ เพลงเรือ ๙ คณะ ลำตัด ๑๙ คณะ และเพลงอีแซว ๙ คณะ

         ผู้วิจัยพบว่าปัจจุบันมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมด้านเพลงพื้นบ้านภาคกลางกำลังถูกคุกคามโดยปัจจัยคุกคาม ๔ ประการ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและวิกฤตค่านิยมไทย นโยบายและการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐและเอกชนไม่ทั่วถึงและต่อเนื่อง วิกฤตการณ์ทางสังคม การเมืองและเศรษฐกิจ รวมถึงภัยธรรมชาติ ผู้วิจัยจึงดำเนินการกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน ๓ ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นวางแผนแบบมีส่วนร่วม ขั้นดำเนินการ และขั้นตอนการตรวจสอบ จนถึงการยืนยันและให้ฉันทามติ นำมาซึ่งแนวทางและยุทธศาสตร์ ในการสงวนรักษาเพลงพื้นบ้านภาคกลางผ่านโครงการการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการและกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เพลงพื้นบ้านดำรงอยู่ในสังคมไทยและมีการสืบทอดอย่างยั่งยืนต่อไป

 

Abstract

        The project of collect and storage of intangible cultural heritage: folk song in central Thailand aims to collect and store knowledge about folk song in central Thailand with the participation of all stakeholders. It is also to raise awareness in creativity, inherit and preservation for protect an intangible cultural heritage; folk song in central Thailand. This will contribute to the sustainability of folk song in central Thailand to proposed for registration as a national intangible cultural heritage and to presented to UNESCO as an intangible cultural heritage of all humanity.

         The scope of this project is to implement all 35 provinces, including Bangkok, Tak, Kanchanaburi, Kampangpetch, Chanthaburi, Chacherngsao, Chonburi, Chainat, Trat, Nakornnayok, Nakornpathom, Nakornsawan, Nonthaburi, Prathumthani, Prajuabkhirikhan, Prachinburi, Phranakornsri-Ayutthaya, Phichit, Phitsanulok, Phetchaburi, Petchaboon, Rayong, Ratchaburi, Lopburi, Samutprakarn, Samutsongkram, Samutsakorn, Srakaew, Saraburi, Singburi, Sukhothai, Suphanburi, Angthong, Auttaradit and Uthaithani.

         The results of the project, we found that there are already folk songs in 20 provinces, including Bangkok, Kampangpetch, Chanthaburi, Chanthaburi, Chainat, Trat, Tak, Nakornnayok, Nakornpathom, Nakornsawan, Nonthaburi, Prathumthani, Phranakornsri-Ayutthaya, Phichit, Phitsanulok, Petchaboon, Rayong, Singburi, Suphanburi and Angthong. We found a total of 37 groups of folk songs, some of which can be sing more than one kind of folk song. However, we can distinguish the singer group by the type of folk song. There are the group sang the song 'Phleng Choi' 14 groups, ‘Phleng Song Khrurng’ 7 groups, ‘Phleng Rue’ 9 groups, ‘Lamtad’ 19 groups and ‘E-Saew’ 9 groups in central Thailand.

         We found that the intangible cultural heritage of folk songs in central Thailand are threatened by 4 factors; lifestyle changes , Thai values crisis, the policies and operations of government sector and private organization are not thoroughly and continuously, social crisis political crisis economic crisis and natural disasters.

        We proceed to the participation of all stakeholders, including the 3 phases; participatory planning, implementation and process monitoring. As well as confirm and consensus to the concept and strategy of preserving folk songs in central Thailand through training, workshops and events for the folk songs live in Thai culture and have inherited a sustainable way. 

icon pdf th รายงานวิจัย : Download (24 Mb)