พิมพ์

โขน

เรื่อง      :     โขน

Title      :     Khon

ผู้วิจัย     :     รองศาสตราจารย์อมรา กล่ำเจริญ และคณะ

ปีงบประมาณ     :     ๒๕๕๗



บทคัดย่อ

          รายงานวิจัย โขน ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อปกป้องคุ้มครองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโดยรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลศิลปะการแสดง “โขน” ซึ่งชุมชนมีส่วนร่วม อันเป็นการกระตุ้นจิตส่านึกให้เกิดการสงวนรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมให้เป็นวัฒนธรรมที่มีชีวิต เพื่อเป็นการอนุรักษ์สืบสาน ศิลปะการแสดงโขน โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน จัดท่าคลังข้อมูลมรดกภูมิปัญญาในขอบเขตประเทศไทย และเพื่อน่าไปสู่การเสนอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติและน่าเสนอยูเนสโกให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติเมื่อประเทศไทยเข้าเป็นภาคี Convention for the safeguarding of the intangible cultural heritage ในอนาคต วิธีการด่าเนินการวิจัย ศึกษาจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และลงภาคสนามประสานขอความร่วมมือ หน่วยราชการ และเอกชน สถาบันการศึกษา สัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้อง ศึกษาสังเกตรูปแบบการแสดงโขนที่พบในปัจจุบัน

          พบว่า โขนมีการอนุรักษ์ การสืบทอด และพัฒนาการสืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี จนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ โดยสถาบันพระมหากษัตริย์ โขน เป็นเครื่องราชูปโภคของพระมหากษัตริย์เป็นเบื้องต้น ต่อมาจึงมีทั้ง โขนหลวง โขนเจ้าขุนมูลนาย โขนของเอกชน มีระบบหน่วยงานรับผิดชอบเรื่องโขนมาจนถึงปัจจุบัน คือ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม มีระบบการจัดการศึกษานาฏศิลป์ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๘ เป็นต้นมา ปัจจุบันมีวิทยาลัยนาฏศิลปถึง ๑๒ แห่ง ในความควบคุมดูแลของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม ให้การศึกษาสืบทอดในเรื่องของนาฏศิลป์ ดนตรีคีตศิลป์ ตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงระดับอุดมศึกษา ระดับปริญญาตรีและปริญญาโท
การมีส่วนร่วมของชุมชนในการอนุรักษ์สืบสานศิลปะของการแสดงโขนที่พบในปัจจุบัน ได้แก่ โขนของส่านักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โขนพระราชทานของพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โขนของมูลนิธิต่างๆ โขนของสถาบันการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย โรงเรียน และยังมีโขนของเอกชนและบุคคลที่สนใจในการแสดงโขน ศิลปะของการแสดงโขนถือเป็นมรดกภูมิปัญญาในวิถีชีวิตของสังคมไทย โขนเป็นที่รวมของศาสตร์และศิลป์หลายแขนง มีแบบแผนการแสดงเฉพาะตัวเป็นนาฏศิลป์ชั้นสูง เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไทย ถือว่าเป็นสมบัติส่วนรวมอันมีค่ายิ่งของประชาชนชาติไทย จึงเห็นสมควรเสนอให้โขนเป็นมรดกภูมิปัญญาของชาติและขอน่าเสนอยูเนสโกให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติต่อไป

  
Abstract

          The objectives of this research are to protect a Thai classical dance drama, Khon, which is one of the Thai cultural heritage and local wisdom, by collecting and storing the information concerning this performance art; and to preserve it, under the
community engagement, by providing its archives and nominating it as one of the world intangible cultural heritage to UNESCO when Thailand joins the convention for the safeguarding of the intangible cultural heritage in the future. The research methodology is conducted by studying the documents and research papers concerned, making a field trip to cooperate with the authorities concerned, interviewing the people concerned, and observing the styles found in performing Khon in the present.

          It is found that Khon has been preserved, inherited, and developed continually from the Ayutthaya to the Rattanakosin Periods under the patronage of a monarch. Traditionally, Khon was one of the royal performance arts. Later it had been extended to the commoners. Up until now, the authority being in charge of this performing art has been the Fine Arts Department, Ministry of Culture. In terms of education, a college of Dramatic Arts was established in 1935. Nowadays there are 12 colleges of Dramatic Arts under the supervision of the Banditpatanasilpa Institute, Ministry of Culture which provide performing and musical arts education
from the fundamental to tertiary levels. At the present time, the community engagement in preserving and inheriting Khon performing arts has been found in the Khon performance shows organized and provided by the Crown Property Bureau, Queen Sirikit, various foundations, educational institutions, public agencies, and people interested. Being considered as the Thai cultural heritage and local wisdom among Thai ways of life, a kind of performing arts with a combination of various branches of sciences and art genres, and a unique and advanced performing art which is the symbol of the Thainess, Khon should be nominated as one of the world intangible cultural heritage to UNESCO.
     

icon pdf th รายงานวิจัย : Download (15.9 Mb)