พิมพ์

โครงการก้านกกิงกะหร่า

เรื่อง      :     โครงการก้านกกิงกะหร่า

Title     :     King-Ka-La Dance 

ผู้วิจัย     :     นายอดุลย์ ดวงดีทวีรัตน์
                    อาจารย์ศุภทัต แดงเครื่อง
                    อาจารย์ปิยาภรณ์ เมืองคํา
                    นายพิจิตร บัวผัน
                    นายเอกชัย เชื้อคํา
                    นายกนก กาคํา
                    นางวนิจชญา กันทะยวง
                    นางสาวกรรณิการ์ เพ็งปรางค์
                    นางสาวสมศรี จิ่งนะ
                    นางสาวสุวรรณนา อ่องคํา
 

 ปีงบประมาณ     :     ๒๕๕๕  


บทคัดย่อ

          การวิจัยเรื่อง “ก้านกกิ่งกะหล่า” ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาระบบความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับก้านกกิงกะหล่าของคนไต(ไทใหญ่)ในขอบเขตของประเทศไทยเพื่อว่ากระบวนการรวบรวม และจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับก้านกกิ่งกะหล่านี้จะกระตุ้นชุมชนคนไตให้เห็นความสำคัญของประเพณีและให้เกิดจิตสำนึกที่จะเคลื่อนไหวทำกิจกรรม สงวนรักษาก้านกกิ่งกะหล่าให้สืบทอดต่อไปในบริบทที่เหมาะสมและเพื่อนำไปสู่การเสนอให้ก้านกกิ่งกะหล่าเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ไต (ไทใหญ่) ในขอบเขตของประเทศไทยและของโลกในกาลข้างหน้า
         ดังนั้นข้อมูล/องค์ความรู้จึงเป็นส่วนสำคัญของงานการรวบรวมและการจัดเก็บ และเนื่องจากการจัดเก็บองค์ความรู้เกี่ยวกับรายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมเป็นข้อกำหนดเบื้องต้นของการปกป้องคุ้มครองโดยชุมชน ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งคือกระบวนการการได้มาซึ่งข้อมูลและกระบวนการกระตุ้นสำนึกเจ้าของวัฒนธรรมซึ่งงานวิจัยชิ้นนี้จะต้องตอบโจทย์ ๓ ระดับคือ ๑) จะมีวิธีการ/กระบวนการอย่างไรในการที่จะได้มาซึ่งข้อมูลที่ตรงกับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เพื่อที่จะนำมาใช้ประโยชน์ในการปกป้องคุ้มครอง ๒) จะมีวิธีการ/กระบวนการอย่างไรในการกระตุ้นสำนึกของเจ้าของวัฒนธรรมให้ร่วมกันปกป้องคุ้มครองและสืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของตนเองเพื่อรับใช้คนในชุมชน/เจ้าของวัฒนธรรมและ ๓) จะมีวิธีการ/กระบวนการอย่างไรที่จะให้เจ้าของวัฒนธรรมเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มต้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยและดำเนินกิจกรรมได้แก่ การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม การวิเคราะห์เอกสาร การสัมภาษณ์ การสังเกตการณ์ และการจัดประชุม/เวทีต่างๆ
         ผลจากการดำเนินงานพบว่า ๑) ทีมวิจัยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research : PAR) โดยดำเนินกิจกรรมภายใต้หลักการ “สิทธิทางวัฒนธรรม” ของเจ้าของวัฒนธรรม ทำให้ได้มาซึ่งข้อมูล(การวิจัย)และการปฏิบัติการ(งานพัฒนา)ในการกระตุ้นสำนึกของเจ้าของวัฒนธรรมให้เข้ามามีส่วนร่วมในการปกป้องคุ้มครองและสืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของตนเอง ๒)ทีมนักวิจัยเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นสำนึกของเจ้าของวัฒนธรรมให้เข้ามามีส่วนร่วมในการปกป้องคุ้มครองและสืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของตนเอง ๓)งานวิจัยครั้งนี้เจ้าของวัฒนธรรมเข้ามามีส่วนร่วมในการคิดและตัดสินใจตั้งแต่เริ่มการพัฒนาโครงการโดยเจ้าของวัฒนธรรมเป็นผู้เลือก “ก้านกกิ่งกะหล่า”มาเพื่อที่จะทำการปกป้องคุ้มครองและ๔)ระบบความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับก้านกกิ่งกะหล่าของคนไต(ไทใหญ่)ในขอบเขตของประเทศไทยพบว่าถ้าเป็นความรู้ระดับลึกเกี่ยวกับองค์ประกอบทั้งหมดของก้านกกิ่งกะหล่า เช่น ประวัติความเป็นมา คุณค่า/ความหมาย เครื่องดนตรี ขั้นตอนการทำเครื่องดนตรี ข้อห้าม ผู้รำ รูปแบบการรำ/ท่ารำ การแต่งกาย (ชุดรำ) ขั้นตอนการทำชุดรำ (ปีกนกกิ่งกะหล่า) และขั้นตอนการรำ/การแสดง เป็นต้น พบว่ามีปราชญ์ชาวบ้านจำนวนน้อยคน(ส่วนมากอายุ ๘๐ ปีขึ้นไป ที่มีความรู้ความเข้าใจแบบองค์รวม ส่วนมากปราชญ์ชาวบ้านมีความรู้แบบแยกส่วน เช่นบางคนรู้เฉพาะขั้นตอนการทำชุดรำ (ปีกนกกิ่งกะหล่า) บางคนรู้เฉพาะการรำ/ท่ารำ หรือบางคนรู้เฉพาะการแต่งกาย (ชุดรำ) เท่านั้น เพราะการสืบทอดช่วงหลังเป็นประเภทครูพักลักจำจึงมีการสืบทอดเฉพาะรูปแบบเท่านั้นส่วนคุณค่า/ความหมายเริ่มจางหายไป

 

Abstract

         This research entitled “King-Ka-La Dance (The hand movements and steps of the female dancers, who wear spectacular fan-shaped costumes, evoke the movements of a bird) aims 1) to find the knowing and understanding system of King-Ka-La Danceamong Tai people 2) to find out the process ofcollecting beneficial information in preserving their heritage and to support Tai people to inherit their culture from generation to generationand 3) to move forward this Tai culture, King-Ka-La dance to be as Thailand and world heritage.
          Thus, knowledge is the key factor in the process of data compiling and storing of the cultural heritage which is the basic agreements of cultural protection in the community level. Another key successful factor is the process of acquiring data from people in the community and the process of encouraging those to preserve as the “Culture’s owner”, this research aims to answers in three challenging levels. The first level is how to acquire facts and beneficial data involved with the cultural heritage from the community. The second level is the process to encourage people to protect and inherit their culture as serving their people and community. In the third level is how to find out the method and process to encourage the culture’s owners to participate in the first step until the end of process.
         In this researchit had been using various kind of researchmethodology as the participatory process, document analyzing, interviewing, observing and workshop to collecting beneficial data.
         The result of this study was found that 1) the PAR: Participatory Action Research was the key successful of research methodology as doing the activities under a concept of “Cultural Right” of the culture’s owner. Those activities done in this research helped to obtain beneficial data from the culture’s owner and it was also useful in developing mechanism to encourage those owner to take part in protecting, preserving and inheriting their own culture. 2) The role of research team played an important role in helping and encouraging the culture’s owner to truly understand their cultures and take an action in protection, preservation their culture. 3) This research allowed the culture’s owner to take part in the first step, starting from developing a research proposal, in which those people had selected their own culture to preserve and protect, which is “King-Ka-La Dance”. 4) In Thai context knowledge and in-depth information of King-Ka-La Dance among those people there are just only few local wisdoms, most aged over 80 years, have the holistic knowing and understanding of their culture which covers its history, values, meaning, musical instruments and its making process, prohibitions, dancing postures, costumes and its making process, and step of dancing. Moreover some local wisdom has separate knowing and understanding such as some knows only the dancing gestures, how to make the costumes, etc. Sothere were inherited only formats, butvalues and meanings had been vanished from generation to generation.

icon pdf th รายงานวิจัย : Download (9 Mb)