พิมพ์

โครงการดนตรีของกลุ่มชาติพันธุ์ลีซู

เรื่อง      :     สถานภาพการคงอยู่ของละครชาตรีในประเทศไทย

Title     :     The study for collecting the data of musical wisdom heritage of Lisu ethnic group

ผู้วิจัย     :     นายองอาจ อินทนิเวศ

ปีงบประมาณ     :     ๒๕๕๕ 

 


บทคัดย่อ

         การศึกษารวบรวมข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทางดนตรีของกลุ่มชาติพันธุ์ลีซู เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกของภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม สาขาศิลปะการแสดง นั้น เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้กระบวนการภาคสนาม รวมกับคนในชุมชน มีคณะทำงานร่วมในทุกหมู่บ้านที่เก็บข้อมูล ใช้ระเบียบวิธีวิจัยทางมานุษย-ดนตรีวิทยา (Ethnomusicology) เป็นแนวทางหลักในการดำเนินงาน มีการจัดการ เสวนากลุ่มย่อยภายในชุมชน เสวนาใหญ่ในระดับจังหวัด เพื่อสร้างจิตสำนึกรักษ์ในภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของตน จากนั้นมีการตรวจสอบข้อมูลเพื่อความถูกต้องโดยชุมชนที่เกี่ยวข้อง 

          จากการรวบรวมข้อมูล พบว่า ดนตรีของกลุ่มชาติพันธุ์ลีซู เป็นดนตรีที่เกิดขึ้นโดยการผสมผสานภูมิปัญญาในการสร้างสรรค์ดนตรีกับการนำเอาวิถีชีวิตการดำเนินชีวิตประจำวันเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นเนื้อหาของดนตรี สามารถสังเคราะห์ข้อมูลและจัดหมวดหมู่ โดยแบ่งตามประเภทของดนตรีที่ปรากฏ ได้ดังนี้
          เพลงร้องของลีซู (โมะกั่วกัวตั๋ว) มีปรากฏในหมู่บ้านลีซูที่มีผู้เฒ่าผู้แก่ หรือผู้ที่มีอายุตั้งแต่ ๕๐ ปีขึ้นไป ในอดีตเป็นเพลงร้องที่ใช้ในโอกาสต่างๆ เช่น การทำพิธีกรรมต่างๆ และงานกิจกรรมต่างๆ แต่ในปัจจุบันจะมีให้เห็นในช่วงงานปีใหม่ลีซู ซึ่งตรงกับช่วงตรุษจีน นั้นเอง เพลงร้องโมะกั่วกัวตั๋ว เป็นเพลงที่ต้องใช้ปฏิภาณไหวพริบในการคิดเนื้อร้องเพื่อร้องโต้ตอบกัน โดยมากจะเป็นฝ่ายชายสอนฝ่ายหญิงร้อง และจะยึดทำนองเดิมไปตลอด
         ดนตรีของเครื่องดนตรีซือบือ ซือบือเป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสาย ด้วยเสียงที่ดังกังวานของเครื่องดนตรี ประกอบกับสำเนียงของบทเพลงที่ไพเราะ มีเทคนิคการสะบัดสาย และเลื่อนเสียง รวมทั้งท่าทางการบรรเลงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงทำให้ซือบือเป็นเครื่องดนตรีที่สำคัญของชาวลีซู ที่บ่งบอกความเป็นลีซูอย่างแท้จริง และเป็นสิ่งที่คนลีซูมีความภาคภูมิใจ
         ดนตรีของเครื่องดนตรีฝู่หลู ฝู่หลูเป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่า ลิ้นอิสระ แบ่งออกเป็น ๓ ประเภท ได้แก่ ปาลิฝู่หลู (ฝู่หลูขนาดเล็ก) ฝู่หลูแลแล (ฝู่หลูขนาดกลาง) และฝู่หลูนาอุ (ฝู่หลูขนาดใหญ่)
         แต่ในปัจจุบันนี้ฝู่หลูแลแล และฝู่หลูนาอุ กำลังเริ่มหายไป โดยเฉพาะฝู่หลู่นาอุซึ่งในจังหวัดเชียงรายนั้นไม่มีแล้ว ทั้งนี้ด้วยขนาดของเครื่องที่มีขนาดใหญ่ ต้องใช้ลมในการเป่ามาก บทเพลงช้าไม่เร้าใจเมื่อเป่าประกอบการเต้นรำ จึงทำให้ฝู่หลูนาอุหายไปจากสังคมชาวลีซู ส่วนฝู่หลูแลแล เริ่มได้รับการอนุรักษ์จึงยังพอมีให้เห็นบาง
ดนตรีของเครื่องดนตรีหยื่ลุ หยื่ลุเป็นเครื่องดนตรีประเภทขลุ่ยตรง มีทั้งแบบเป่าปลาย และเป่าข้าง บทเพลงที่บรรเลงมีไม่มาก ยังพอมีให้พบเห็นโดยทั่วไป แต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในกลุ่มเยาวชน ปัจจุบันมีการดัดแปลงเอาขลุ่ยหยื่ลุมาบรรเลงบทเพลงพื้นเมืองบ้าง หรือเป่าเล่นเพื่อความสนุกสนาน การทำขลุ่ยหยื่ลุใช้กรรมวิธีไม่ซับซ้อน แต่บทเพลงกำลังสูญหาย
          ด้านบริบทที่เกี่ยวข้อง พบว่า สถานะภาพของดนตรีลีซูในปัจจุบัน ยังคงได้รับความนิยมอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้เนื่องจากดนตรีเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมงานประเพณี (งานปีใหม่ลีซู) ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ที่ทุกหมู่บ้านให้ความสนใจยึดถือปฏิบัติกันมาแต่โบราณ แต่ในสภาพการณ์จริงของดนตรีที่ได้รับความนิยมนี้
         มีข้อสังเกตและน่าศึกษาอย่างน่าเป็นห่วงถึงสถานะที่เป็นอยู่ กล่าวคือ ความลดลง และเสื่อมถอยของดนตรี จากปัญหาการขาดความสนใจฝึกหัดเล่นเครื่องดนตรีที่สั่งสมมา ทำให้ขาดนักดนตรีที่จะมาสืบทอดบทเพลง
         ทำให้บทเพลงบางเพลงหายไป หรือตัดทอนไป บางเพลงมีการเสริมเติมแต่งขึ้น หรือแม้แต่การบรรเลงเพื่อให้เกิดเสียง โดยมิได้คำนึงถึงความหมายของบทเพลงนั้นๆ อย่างแท้จริง ซึ่งหากในการเพิ่มเติมแต่งบทเพลงโดยมีการให้ความหมายอย่างชัดเจนก็ยังถือว่าอนุโลมได้ แต่บางเพลงเป็นเพียงแค่ทำนองที่เคยฟังมาแล้วนำมาบรรเลงตามที่ใจคิด ก็ไม่อาจอธิบายถึงความเป็นมา หรือความหมายของบทเพลงนั้นได้ ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นวิถีกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางดนตรีที่มิได้มีการจดบันทึก หรือยึดถือรูปแบบตายตัวแต่อย่างใด
         สถานภาพของนักดนตรีลีซูส่วนใหญ่ไม่ต่างจากชาวบ้านทั่วไปมากนัก ต้องทำงาน ทำไร่ หาของป่า เพื่อเสริมสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว ส่วนที่จะแตกต่างจากชาวบ้านทั่วไปที่พอจะสังเกตได้อย่างเด่นชัด คือ ความอารมณ์ดี เป็นมิตรกับทุกคน และการบรรเลงดนตรีให้กับผู้คนที่สนใจฟังเสมอ
       การเปลี่ยนแปลงตามสภาพการณ์ของสังคมที่เดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยคุมคามที่เข้าเกี่ยวพันธ์กันอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ต่อดนตรีของกลุ่มชาติพันธุ์ลีซู ถึงแม้จะอยู่ในที่ห่างไกลเพียงใดก็มิอาจหลบหนีความทันสมัยทางเทคโนโลยี ตลอดจนความเจริญทางวัตถุที่แทรกซึมเข้ามาทุกด้าน จนมิอาจปฏิเสธได้ ดนตรีลีซูในวันนี้มีปัจจัยที่เข้ามาคุมคามเช่นกัน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม รวมถึงเทคโนโลยีข่าวสารที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว
         กลุ่มชุมชนชาติพันธุ์ลีซูทุกหมู่บ้าน ได้มีมติร่วมกันเพื่อขอเสนอให้ ดนตรีของกลุ่มชาติพันธุ์ลีซูเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ เพื่อจักได้ยังผลให้เกิดประโยชน์ ทั้งด้านการเรียนรู้ ความตระหนักในคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างจิตสำนึกในการรักษาภูมิปัญญาของตนให้คงอยู่ และสืบทอดให้แก่เยาวชนในรุ่นต่อๆ ไป โดยมีเหตุผลสนับสนุนการขึ้นทะเบียน กล่าวคือ ดนตรีของกลุ่มชาติพันธุ์ลีซู เป็นมรดกภูมิปัญญาในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ และสังคมไทย เป็นภูมิปัญญาที่ยังถือปฏิบัติกันอยู่อย่างสม่ำเสมอ ทุกคนในชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์มีส่วนร่วมในการปฏิบัติ เป็นองค์ความรู้ที่ผ่านการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ
         เป็นองค์ความรู้ที่มีลักษณะเฉพาะทางดนตรี เป็นองค์ความรู้ที่ต้องใช้ทักษะ ผ่านการฝึกฝน โดยการสืบทอดต่อจากกัน มีคุณค่าทางสังคมในด้านระบบความเชื่อ ประเพณีและความสัมพันธ์ของชุมชน มีคุณค่าทางสังคม
         ในด้านความมีอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ มีคุณค่าทางในเชิงวรรณกรรม และสามารถเชื่องโยงความรู้เพื่อพัฒนาด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในชุมชน
แนวทางการส่งเสริมให้ดนตรีของกลุ่มชาติพันธุ์ลีซูในจังหวัดเชียงรายเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ นั้น ให้มีการสนับสนุนดำเนินการ กล่าวคือ มีการจัดตั้งแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมลีซู ในแต่ละชุมชน จัดทำแบบเรียนวิชาดนตรีของกลุ่มชาติพันธุ์ลีซู จัดทำหลักสูตรอบรมผู้ประกอบพิธีกรรมทางความเชื่อของลีซู มีโครงการด้านการฝึกฝนการปฏิบัติดนตรีลีซู อย่างต่อเนื่อง มีการบันทึกบทเพลงที่บรรเลง และมีการเผยแพร่ความรู้ด้านดนตรีสู่สังคมอย่างกว้างขวาง


Abstract

          The study for collecting the data of musical wisdom heritage of Lisu ethnic group for the registration to be the intangible cultural heritage in performing art field was done by using field study. The data was collected with people in the community by having the working team in every target village. The research was conducted by using ethnomusicology method. The small focus group discussion and the seminar in the provincial level were done to create the preservation of the own cultural wisdom, including recheck data correctness of the data was done by the relevant communities.

         The findings of the study revealed that music of Lisu ethnic group was created from the integration between the wisdom of music creation and the way of life in daily life to be the music content. The type of the music could be synthesized and classified as follows; Lisu’s song (Moguaguatua) appeared in the village where the residents were the elderly people or aged more than 50 years. In the past, this song was used in the occasions of the ritual ceremony and the festival. However, now, it can be heard only in the new year festival of Lisu ethnic group or Chinese New Year. Moguaguatua is the song which the singer has to be clever in creating the content to response each other. Mostly, men will teach women to sing and the melody will be in the same tone.
          Music of Suebeu represented the identity of Lisu with the echo sound and the accent of song with hammer on, pull off and slide sounds, including the unique playing posture. With these characteristics of Seubeu, it was the important musical instrument which was proud by Lisu people.
There were three types of musical instruments of Fulu which consisted of Palifulu, Fululaelae, and Fulunau. At present, Fululaelae, and Fulunau are disappearing. Fulunau is not being seen in Chiangrai because of the big size of the instrument and it has to blow strongly. Moreover, the song is slow and not fun for dancing. However, Fululaelae is still being preserved.
          Yeulu was the flute which had to blow at the tip and the side. The songs were not played a lot because it was not popular among teenagers. At present, Yeulu is modified to play local songs or to play for fun. This kind of instrument is not difficult to make but the songs is disappearing.
          In term of the related context, it is found that at present, Lisu music is still highly popular because of the music is the part of traditional activities such as Lisu New Year which is traditionally organized every year in every village. However, actually, in the real situation, the reduction and the decline of music should be noticed and considered. The causes of the problems are from lack of the interest to train on playing music, lack of musician so it makes some songs disappeared or reduced. Some songs is modified or played without understanding the real meaning of song. If the song is written more by giving the clear meaning, it can be acceptable, but some songs are played without knowing the origin or meaning of songs so this is the change of music which is not recorded or cannot be used as the fixed pattern.
          Most of the musicians’ life is the same as other villagers. They are farmers, and find some forest products to earn their living, however; the part which is different from other villagers are being good tempered and friendliness. They always play music for the people who are interested to listen.
         The rapid change of the society can be the factor which impact music of Lisu ethnic group inevitably. Although living in the remote area, we cannot avoid the modernization and technology. Lisu music also faces with the same situation in having the impacts on economic, social, culture and the rapid information.
          Lisu ethnic group in every village agreed to propose music of Lisu ethnic group to be intangible cultural heritage of the nation for learning, awareness of cultural heritage value, including creation of consciousness in their own local wisdom and transmission to the youth as well. The reasons for support music of Lisu ethnic group to be intangible cultural heritage of the nation are the music of Lisu ethnic group is the wisdom heritage of the history of humanity and Thai society which is still be seen until now. Everyone in Lisu ethnic group participates in preserving by transmission from the ancestor. This kind of music is unique which is needed to have the skill from training and transmission. There were the social value in terms of believe, tradition, the community relationship, and the identity of the ethnic group as well as the value in literature which can be used for develop the economic on the cultural tourism in the community.
          The strategies for music promotion of Lisu ethnic group in Chiangrai province to be the intangible cultural heritage should be done as follows; organize Lisu cultural learning resource in each community, make the music lesson of Lisu ethnic group, make the curriculum for training on the chief of ritual ceremony training, organize Lisu music training regularly and, record songs, and publicize musical knowledge to the public.

icon pdf th รายงานวิจัย : Download (9 Mb)