พิมพ์

ประเพณีรับบัว : มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาวอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

เรื่อง      :     ประเพณีรับบัว :  มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาวอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

Title     :     Knowledge Management for Muaythai Knowledge 5 Styles

ผู้วิจัย     :    
 
ผศ.ดร.อำพล นววงศ์เสถียร

                      อาจารย์ทินภัทร ประภาสพงษ์
                      อาจารย์ธิปัตย์ โสตถิวรรณ์
                      อาจารย์วฤนดา วงษ์เล็ก

  ปีงบประมาณ     :     ๒๕๕๖


 
บทคัดย่อ

          การศึกษาเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์ ๑) เพื่อให้ได้มีระบบความรู้ ความเข้าใจประเพณีรับบัวในขอบเขตของประเทศไทย ๒) เพื่อรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับประเพณีรับบัว และสร้างความตระหนักรับรู้ให้ชุมชนเห็นความสำคัญของประเพณีรับบัว และให้เกิดจิตสำนึกที่จะเคลื่อนไหวทำกิจกรรมในการสงวนรักษาประเพณีรับบัวให้สืบทอดต่อไปในบริบทที่เหมาะสม ๓) เพื่อนำไปสู่การเสนอขึ้นทะเบียนประเพณีรับบัวเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ สาขาแนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรมและงานเทศกาล และนำเสนอยูเนสโกให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติเมื่อประเทศไทยเข้าเป็นภาคี Convention for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage ในอนาคต โดยใช้ระเบียบวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพและระเบียบวิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมของชุมชมพื้นที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ผู้ร่วมกระบวนการวิจัยได้แก่ ชุมชน ร่วมกันเก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่ม การสังเกตแบบมีส่วนร่วมและแบบไม่มีส่วนร่วม การจัดเวทีและกิจกรรมกลุ่ม ข้อมูลเชิงคุณภาพ ใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหา ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลในทุกขั้นตอน คืนข้อมูลเพื่อร่วมทบทวนตรวจสอบความถูกต้องกับชุมชนในขั้นตอนสุดท้ายของการวิจัย 

          ผลการวิจัย การจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมประเพณีรับบัว พบว่า ประเพณีรับบัวเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนานของชาวบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ จากหลักฐานน่าจะเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๒ หรือกว่า ๑๘๐ ปีที่ผ่านมา จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในช่วงเช้าตรู่ของวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๑ จะเป็นงานประเพณีการรับบัว โดยประชาชนจะโยนดอกบัวลงในเรือขบวนแห่พระพุทธรูปจำลองของหลวงพ่อโต ในขณะเดียวกันชาวบางพลีก็จะโยนบัวให้กับคนต่างบ้านที่พายเรือมาเที่ยวด้วย เพื่อเป็นการทำบุญร่วมกัน การจัดงานดังกล่าวประกอบด้วยการนมัสการและขบวนแห่หลวงพ่อโตแห่งวัดบางพลีใหญ่ใน จังหวัดสมุทรปราการ ทั้งทางบกและทางน้ำ สำหรับความเป็นมาในอดีต สืบเนื่องมาจากทุ่งบางพลีในยามหน้าน้ำสมัยก่อนนั้น มีดอกบัวหลวงอยู่มากมาย ทำให้ชาวบางพลีผู้มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และหวังในบุญกุศลร่วมกัน ได้ช่วยกันจัดเก็บดอกบัวหลวงไว้แจกให้ชาวบ้านต่างถิ่น โดยไม่ได้คิดมูลค่าในวันก่อนออกพรรษา
จึงเป็นสาเหตุเริ่มแรกของประเพณีที่เรียกว่า “รับบัว” กระบวนการจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลในชุมชน ทำให้ชุมชนเห็นความสำคัญของประเพณีรับบัว และเกิดจิตสำนึกที่จะเคลื่อนไหวทำกิจกรรมในการปกป้องคุ้มครองและสงวนรักษาประเพณีรับบัวให้สืบทอดต่อไปในบริบทที่เหมาะสม ชุมชนมีความยินยอมและเต็มใจที่จะนำไปสู่การเสนอขึ้นทะเบียนประเพณีรับบัวเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ สาขาแนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรมและงานเทศกาล และนำเสนอยูเนสโกให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติเมื่อประเทศไทยเข้าเป็นภาคี Convention for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage
ในอนาคต
         สำหรับข้อเสนอแนะจากงานวิจัยนี้ พบว่าควรมีการจัดประเพณีรับบัวนี้อย่างต่อเนื่อง และต้องจัดกิจกรรมให้มีความหลากหลาย พัฒนาให้เหมาะสมกับสภาพการเปลี่ยนแปลงของสังคมที่เกิดขึ้น ควรให้เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ได้ศึกษาเรียนรู้ เพื่อให้เกิดความรัก ความหวงแหนในคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมที่บรรพชนได้มอบไว้ให้ลูกหลานชาวบางพลี ทุกภาคส่วนของชุมชนควรเข้ามามีส่วนร่วมในการปกป้องคุ้มครองและสงวนรักษา โดยให้คนในชุมชนและสังคมได้รับรู้อัตลักษณ์และความเป็นมาของประเพณีรับบัวของชาวอำเภอบางพลีโดยทั่วกัน ภาครัฐควรเข้ามาช่วยกันส่งเสริมให้แพร่หลายไปทุกภาคส่วนของสังคมทั้งในประเทศและนอกประเทศ ซึ่งจะทำให้ทุกฝ่ายเกิดความตระหนัก เห็นคุณค่า ความสำคัญของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ซึ่งแสดงถึงความมีน้ำใจไมตรีและความศรัทธาที่มีพระพุทธศาสนาของบรรพชน และร่วมกันปกป้องคุ้มครองและสงวนรักษาประเพณีรับบัวนี้สืบต่อไป


Abstact

          The objectives of this study are ; 1) to have knowledge system and to understand about Rub bua in area of Thailand. 2) to collect and storage data about the Rub Bua festival and encourage the parties concern about important of the Rub Bua festival and concern to movement to do activities for the Rub Bua festival preservation to maintain continuity in optimize its context. 3) to conduce the Rub Bua festival to take as a candidate for the list of the intangible Cultural Heritage of Thailand in social practices, rituals and festivals field, and for the list of the intangible Cultural Heritage of Humanity stipulated in the Convention for the Safeguarding of the intangible Cultural Heritage. The Qualitative Methodology and Participation Action Research (PAR) to be used in this study. Data are collected in Bangphee community district of Samutprakarn province, Thailand by participating of community by depth interview, focus group, participant observation and non-participant observation, stage argument, and group activities. The qualitative data are analyzed by content analysis with communities’ participating in every data collecting stage. Data are rechecked with the peer communities.

          The results showed that the Rub Bua festival of Bangphee communities of Samutprakran province have been inherited for a long time, from incidences may be occurred in the king RAMAII of the kingdom of Thailand, about 180 years ago. The Rub Bua festival are to held continuing in every year in the early morning of the 14th lunar of 11th month, the people will throw the Indian lotus into the replica Laung Phor Toh boat parade, while throw the Indian lotus into the foreign residents boats in account to share merit in Buddhism. The Rub Bua festival event are included to worship Laung Phor Toh, and throw the Indian lotus into the replica Laung Phor Toh boat parade. For the past, the Bangphee have a lot of Indian lotus in the rainy season, the Bangphee communities people who have hope and charitable merit together with the foreign residents, so they had collected the Indian lotus to gave the foreign residents before Buddhist Lent day, this reason may be the start point of the Rub Bua festival. The data storages and data collects processing show that the Bangphee communities understand the important and consciousness to do activities for safeguarding and preservation of the Rub Bua festival in the suitable context. The Bangphee communities have consented of the Rub Bua festival to take as a candidate for the list of the intangible Cultural Heritage of Thailand in social practices, rituals and festivals field, and for the list of the intangible Cultural Heritage of Humanity stipulated in the Convention for the Safeguarding of the intangible Cultural Heritage.
         
          This study are suggest that the communities should held the Rub Bua festival is annual continuing festival, have variety activities that appropriate for the environmental changing, and have activities to educate children and youth for concerning in the love, cherish the value of culture heritage, ancestors have given to them. The every sector in community should have participated in safeguarding and preservation, and the communities should be known identity and the origin of widely. The government should to promote and widespread the Rub Bua festival to local and global widely which every sector cherish the value of culture heritage and show to kindness, friendship and faith with Buddhism of ancestors, and safeguarding and preservation of cultural heritage over time. 

icon pdf thรายงานวิจัยDownload (2 MB)
icon pdf thภาพประเพณีรับบัวตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน : Download (ุ6 MB) 
                 ภาพระเพณีรับบัว เมื่อวันที่ 26-28 ต.ค. 2555 : Preview (69 ภาพ)