พิมพ์

มรดกภูมิปัญญาตำรับขนมจีนน้ำพริก ในภาคกลางของประเทศไทย


เรื่อง    :  มรดกภูมิปัญญาตำรับขนมจีนน้ำพริก ในภาคกลางของประเทศไทย

Title   :  An Intellectual Heritage on the Kha-Nom-Jeen-Nam-Phrick Recipe in Central Thailand.

ผู้วิจัย  :  รองศาสตราจารย์ ดร.ไพฑูรย์ มีกุศล (หัวหน้าโครงการ)
              รองศาสตราจารย์ ดร.พรรณี บัวเล็ก 
              ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุขวสา ยอดกมล 
              อาจารย์พวงร้อย กล่อมเอียง 
              อาจารย์ปุณยภา พลวัน   

ปีงบประมาณ     :     ๒๕๕๕


 
บทคัดย่อ

          การวิจัยเรื่อง มรดกภูมิปัญญาตำรับขนมจีน น้ำพริกในภาคกลางของประเทศไทย มีวัตถุประสงค์ ๕ ประการคือ ๑) เพื่อบันทึกประวัติความเป็นมา ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ๒) เพื่อเป็นฐานข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่อยู่ในอาณาเขตของประเทศไทย ๓) เพื่อเสริมสร้างบทบาทสำคัญ และความภาคภูมิใจของชุมชน กลุ่มคน หรือบุคคลที่ถือครองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ๔) เพื่อส่งเสริมและพัฒนาสิทธิชุมชนในการอนุรักษ์ สืบสาน ฟื้นฟู และปกป้องคุ้มครองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นและของชาติและ ๕) เพื่อรองรับการเข้าเป็นภาคีในอนุสัญญา Convention for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage) เพื่อสงวนรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของยูเนสโก การวิจัยนี้ ใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพจากการเก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสาร และการสัมภาษณ์ผู้ครองมรดกภูมิปัญญาหรือผู้รู้ในภาคกลาง 22 จังหวัด โดยกำหนดชุมชนน้าร่อง 2 พื้นที่ คือ ตำบลบางเขน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี และอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของเยาวชนและชุมชนโดยคำนึงถึงวิธีการที่หลากหลายของกระบวนการชุมชน

             ผลการศึกษาพบว่า มรดกภูมิปัญญาขนมจีนน้ำพริกในภาคกลางของประเทศไทยมีการท้าขนมจีนตั้งแต่สมัยอยุธยาและมีหลักฐานการกินขนมจีนน้ำพริกในรัชกาลที่๔แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ตำรับการปรุงขนมจีนน้ำพริกจะเปลี่ยนไปตามบริบทชุมชนในด้านสภาพภูมิศาสตร์ ประวัติความเป็นมาของชุมชนและกลุ่มชาติพันธุ์โดยถือว่าตำรับขนมจีนน้ำพริกเป็นมรดกของแต่ละชุมชนเนื่องจากภาคกลางเป็นภาคที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยเนื้อสัตว์และพืชผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการและสรรพคุณทางยา การปรุงและการบริโภคที่มีศิลปะสืบทอดกันมาของชุมชนไทยดังเดิมที่เป็นแบบญาติมิตรและเครือญาติ จึงเป็นมรดกภูมิปัญญาที่ชุมชนเห็นว่าควรเป็นมรดกของชาติและวัฒนธรรมของมนุษยชาติ การศึกษาจากชุมชนน้าร่องและชุมชนอื่นมีความเห็นตรงกันว่า ชุมชนต้องร่วมมือ มีน้ำใจเอื้อเฟื้อและแบ่งปันการปรุงขนมจีนน้ำพริก และต้องมีการสนับสนุน สืบสานจากทุกฝ่าย เพื่อส่งเสริมให้ขนมจีนน้ำพริกเป็นอาหารที่แสดงถึงอัตลักษณ์ของชุมชนและสืบทอดมรดกภูมิปัญญาขนมจีนน้ำพริกได้อย่างยั่งยืน ดังนั้น ในเชิงนโยบาย ขนมจีนน้ำพริกจึงควรได้รับการผลักดันจากชุมชนและรัฐ ให้เยาวชนได้เรียนรู้และสืบทอดมรดกภูมิปัญญาให้คงอยู่กับชุมชนตลอดไป

 

Abstract

          The research of An Intellectual Heritage of the Kha-Nom-Jeen-Nam-Phrick Recipe in Central Thailand has 5 purposes. The first is to study the history of the Kha-Nom-Jeen-Nam-Phrick. The second is to gather all information of the intellectual heritage on the subject in the Kingdom of Thailand . The third is to make the owners of intellectual heritage realize and take pride in their wisdom. The fourth is to promote and develop the community right to conserve, inherit, revive and protect their heritage for communities and nation. The fifth is to be submitted to UNESCO for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage. This study is a qualitative research by collected information from relevant documents and interviewed the inheritors from 22 provinces in the Central part of Thailand. The research has chosen two areas as the pilot communities which are Mueang District, Nonthaburi Province and Phrapradaeng District, Samut Prakan Province by following the procedures with the participation of the youth and people in both communities

         The research of the found that an Intellectual Heritage of the Kha-Nom-JeenNam Phrick Recipe in Central Thailand has arise in the Ayutthaya period. When has been consumed by the people in Era of King Rama IV of the Rattanakosin Period. The originate recipe Kha-Nom-Jeen-Nam Phrick are vary subject to the geography, culture, and races of each community. By accounted that the recipe of Kha-Nom-Jeen-Nam Phrick is the intellectual heritage of each community. The Central Thailand is well known as the richness in natural resources and richness in nutrition. The art of cookery in each recipe is inherited among the traditional Thai family which should be the precious intellectual heritage for the national cultures. Regarding to the pilot communities research, we have found that the community should be cooperatives to one another in order to preserve the valuable recipes of Kha-Nom-Jeen-Nam Phrick in each community. Therefore, in the principle, the Kha-Nom-Jeen-Nam Phrick should be supported by the local community and also from the government sectors
to conserve and preserve this intellectual heritage to be sustained with the community.

icon pdf thรายงานวิจัย : Download (3 Mb)