พิมพ์

รายงานการศึกษาประเพณีบุญแห่กระธูปอำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ


เรื่อง   :   รายงานการศึกษาประเพณีบุญแห่กระธูปอำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ

Title  :   Incense-Tick Custom, Nongbuadaeng District, Chaiyaphum Province

ผู้วิจัย  :   วรรณภา ทิพโชติ  

ปีงบประมาณ     :     ๒๕๕๖



บทคัดย่อ

ประเพณีบุญแห่กระธูปอำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ  เป็นประเพณีถือปฏิบัติตามฮีตสิบสอง  ครองสิบสี่ของชาวพุทธในภาคอีสานและมีอิทธิพลต่อวิถีการดำเนินชีวิตที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาถึงปัจจุบัน  ควรนำมาปรับใช้กับสังคมในยุคปัจจุบัน  การศึกษาครั้งนี้  มีความมุ่งหมาย  1) เพื่อศึกษาประวัติความเป็นมาและการอนุรักษ์ประเพณีบุญแห่กระธูปอำเภอหนองบัวแดง  จังหวัดชัยภูมิ  2) เพื่อศึกษาการมีส่วนร่วมและการเปลี่ยนแปลงประเพณีบุญแห่กระธูป  3) เพื่ออนุรักษ์ประเพณีบุญแห่กระธูปอำเภอหนองบัวแดง  จังหวัดชัยภูมิ     ผู้ศึกษาได้รวบรวมและบันทึกข้อมูลเสนอขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ  จากการเก็บรวบรวมข้อมูลภาคสนาม  ตั้งแต่เดือนกรกฏาคม 2556 -  เดือนเมษายน 2557  เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาได้แก่  แบบสัมภาษณ์ แบบสังเกต และแบบสนทนากลุ่ม ข้อมูลภาคสนามได้จากการสัมภาษณ์การสังเกต  และการสนทนากลุ่ม  จากผู้ให้ข้อมูลทั้งหมด  55   คน  คือ  ผู้นำทางศาสนา   10  คน ผู้นำชุมชน  10  คน  ประชาชนทั่วไป  30  คน  และพ่อค้าและนักท่องเที่ยว  จำนวน 5 คน จากพื้นที่ที่วัดศรีธงชัยตำบลนางแดด  และที่วัดใหม่ชัยมงคลเทศบาลตำบลหนองบัวแดง  นำข้อมูลที่ได้มาตรวจสอบความถูกต้องด้วยวิธีการแบบสามเส้า  และวิเคราะห์ข้อมูลตามความมุ่งหมายที่ตั้งไว้ แล้วนำเสนอผลการศึกษา ในรูปพรรณนาวิเคราะห์ 

ผลการศึกษาพบว่า  ประวัติความเป็นมา  การมีส่วนร่วม และการเปลี่ยนแปลงกิจกรรมของประเพณีบุญแห่กระธูปอำเภอหนองบัวแดง  มีประวัติความเป็นมาจากการถือปฏิบัติตามฮีตสิบสอง  ครองสิบสี่  ประเพณีดั้งเดิมของชาวพุทธในภาคอีสานและมีอิทธิพลต่อวิถีการดำเนินชีวิต  เพราะถือว่า ในช่วงวันออกพรรษาชาวพุทธจะถวายสักการะองค์สัมมาสัมมาพุทธเจ้าที่จะเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์หลังจากโปรดพุทธมารดา อำเภอหนองบัวแดง  ได้จัดงานประเพณีบุญแห่กระธูปในวันขึ้น  12–15  ค่ำ เดือน สิบเอ็ด ของทุกปี  ถือเป็นวันแห่ต้นกระธูป  ปฏิบัติสืบต่อกันมาถึงปัจจุบัน 

             การอนุรักษ์ประเพณีบุญแห่กระธูปอำเภอหนองบัวแดง เพื่อเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม  จังหวัดชัยภูมิ มีแนวทางการการอนุรักษ์อยู่  3  ด้านได้แก่  ด้านการบริหารจัดการ  ด้านผู้เข้าร่วมพิธีและผู้ร่วมงาน  ด้านวัสดุและอุปกรณ์  การดำเนินงานจัดประเพณีบุญแห่กระธูปอำเภอหนองบัวแดง  จังหวัดชัยภูมิ  โดยเทศบาลตำบลหนองบัวแดง  และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย  ได้กำหนดบทบาทหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการจัดงานประเพณีบุญแห่กระธูปอำเภอหนองบัวแดง  จังหวัดชัยภูมิ 

            โดยสรุป  การศึกษาครั้งนี้ ได้พบการอนุรักษ์ประเพณีบุญแห่กระธูปอำเภอหนองบัวแดง เกิดจากความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องได้แก่  นักการเมืองท้องถิ่น  สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  ผู้ว่าราชการจังหวัด  เจ้าคณะจังหวัด  พร้อมทั้งมีการจัดโครงสร้างกลุ่มผู้รับผิดชอบ  สร้างเครือข่ายเชื่อมโยงทั้งระดับท้องถิ่น  และระดับสากล  การพัฒนาด้านผู้เข้าร่วมพิธีและผู้ร่วมงาน  ผู้เข้าร่วมพิธีประเพณีบุญแห่กระธูปอำเภอหนองบัวแดง  จังหวัดชัยภูมิ  ได้แก่  กลุ่มผู้เข้าร่วม  ในพิธีกรรมทางศาสนา  เช่น  กลุ่มชาวบ้านทั่วไป  ผู้สูงอายุ  พระสงฆ์และคณะกรรมการการจัดงาน  อีกกลุ่มหนึ่งได้แก่  นักท่องเที่ยว  ประชาชนใกล้เคียง  ชาวต่างประเทศและเยาวชนหนุ่มสาว  เพื่อชมการแสดงกิจกรรมการจัดงานประเพณีบุญแห่กระธูป  ดังนั้นแนวทางในการอนุรักษ์ประเพณีบุญแห่กระธูป   จึงสมควรมีการพัฒนาและส่งเสริมให้มีความยั่งยืนสืบไป


Abstact 

Incense-Tick Custom, Nongbuadaeng District, Chaiyaphum is the custom that handles following twelve months custom of Esan (Heed Sip Song Klong Sip See) of Buddhist in North-East Thailand. The Custom has influenced to a livelihood and inherited till nowadays. It should to adapt with the present society. This study has the aims to 1) Study the history and conservation Incense-Tick Custom, Nongbuadaeng District, Chaiyaphum. 2) Study the participation and the change of Incense-Tick Custom. 3) Study, collect and record the information to register in cultural wisdom heritage of nation.  The researcher has collected the data, document and fieldwork information from July 2013 – April 2014.  The study tools are interviewing information form, a notice form, and group conversation. There are 55 informants; 10 Buddhist leaders, 10 community leaders, and 30 general publics and 5 tourists from Srithongchai temple area of Nangdaet Sub-district Ketbanladtai temple  and Chaimongkon new temple, Nongbuadaeng Subdistrict Municipality.  The data was verified the correction by the tripartisan. After that nalyzed the data follow the aims of the study and presented the study results by ananlyze-ceiscription. 

The result of the study is the history, the participation and the change of activities of Incense-Tick Custom, Nongbuadaeng District, Chaiyaphum. The custom has the history of the following Heed Sib Song Klong Sib See) the traditional custom of Buddhist in E-san and is influential to livelihood.  Because the period at the End of Buddhist Lent Day.  Buddhist will worship with offerings to the Lord Buddha who went down from the heaven trayastrimsa (second heaven) layer after the Lord Buddha’s teachings Buddhist mother.  The people in Nongbuadaeng district held Incense-Stick Custom on the full moon day on the 11th month of Thai lunar calendar till present. 

There are 3 guidelines to conserve Incense-Stick Custom, Nongbuadaeng District to increase capability for cultural tourism in Chaiyaphum as follows;   first is administration, second are ceremony attendants and people who participate the culture, third are tools and materials. The Incense-Stick Custom, Nongbuadaeng District, Chaiyaphum is held by Nongbuadaeng subdistrict Municipality and concern several government sectors. They has set specify duties and caretakers.

            As a conclusion, this study found that to conserve the Incense-Stick Custom, Nongbuadaeng District, it was hold by the cooperation from many concern sectors. There are local politicians, representatives, a provincial governor, a monk dean. There is also the management in responsible group, the creation of connection in local area and worldwide.  Including the development of ceremony attendants and people who has participated the culture.  The attendants can separate into two groups. The first group is Buddhist who participate in Buddhist ceremony; villagers, elders, monks and committee.  The second group are tourists and nearby people, foreigners and youths.  They come to watch the tradition.  Then the guideline should get development and promotion to preserve the culture enduringly.

icon pdf thรายงานวิจัย : Download (6MB)