พิมพ์

การย้อมคราม มิติทางภูมิปัญญา ความเชื่อ ทัศนคติ พิธีกรรม วิถีชีวิต กับการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม จังหวัดสกลนคร

เรื่อง              : การย้อมคราม มิติทางภูมิปัญญา ความเชื่อ ทัศนคติ พิธีกรรม วิถีชีวิต กับการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม จังหวัดสกลนคร

Title             :  TThe Intangible heritage: Sakon Nakhon Indigo's incredible legacy

ผู้วิจัย            : ดร.บุษเกตน์ อินทรปาสาน และคณะ                       

ปีงบประมาณ   : 2558 

บทคัดย่อ

           

          การศึกษาวิจัยรวบรวมและจัดเก็บมรดกภูมิปัญญาทางศิลปวัฒนธรรมการย้อมคราม มิติทางภูมิปัญญา ความเชื่อ ทัศนคติ พิธีกรรม วิถีชีวิต กับการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม จังหวัดสกลนคร เป็นการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการจัดเก็บและการรวบรวมองค์ความรู้และภูมิปัญญาในด้านการย้อมผ้าครามของชุมชนชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร ทั้งในด้านของภูมิปัญญาแบบดั้งเดิมและภูมิปัญญาที่ปรับเปลี่ยนแปลง และเพื่อศึกษารวบรวมและวิเคราะห์ด้านประเพณี วัฒนธรรมของการใช้และการย้อมผ้าครามที่ครอบคลุมถึงประเภทข้าวของเครื่องใช้ พิธีกรรม ความเชื่อ เรื่องราวและทัศนคติของชุมชนชาติพันธุ์ เพื่อให้เข้าใจถึงแนวคิดเกี่ยวกับตัวตน และความสัมพันธ์เชิงสังคมระหว่างกลุ่มผู้สืบทอดการย้อมผ้าครามในจังหวัดสกลนคร โดยการศึกษาจากกลุ่มผู้เกี่ยวข้อง ได้แก่ กลุ่มปราชญ์ชาวบ้าน กลุ่มผู้เชี่ยวชาญการย้อมครามดั้งเดิม กลุ่มผู้ย้อมครามรุ่นใหม่ และกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ เครื่องมือในการทำวิจัย ได้แก่ การศึกษาเอกสาร การสนทนากลุ่มย่อย การสัมภาษณ์ การวิเคราะห์ข้อมูล การสังเคราะห์ข้อมูล ในกลุ่มทอผ้าครามจังหวัดสกลนคร

         ด้านเนื้อหารวบรวมและจัดเก็บมรดกภูมิปัญญาทางศิลปวัฒนธรรม การย้อมคราม มิติทางภูมิปัญญา ความเชื่อ ทัศนคติ พิธีกรรม วิถีชีวิต กับการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม จังหวัดสกลนคร สามารถสรุปประเด็นหลักการย้อมผ้าครามจากอดีตถึงปัจจุบันที่สืบทอดแบบดั้งเดิมและแบบที่มีการเปลี่ยนแปลงให้ทันต่อยุคสมัย ได้แก่ ภูมิปัญญาการย้อมครามในพื้นที่ทาม ทุ่ง โคก ภู ลักษณะทางนิเวศน์และทรัพยากรธรรมชาติ วิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ ชนเผ่ามีลักษณะที่คล้ายคลึงกันอย่างเห็นได้ชัดเจน

         บทบาทของภูมิปัญญาการย้อมครามในอดีตเปรียบเทียบกับในปัจจุบัน ภูมิปัญญาดั้งเดิมนั้นมิได้มีอยู่เฉพาะในวิธีการย้อมครามและส่วนผสมของหม้อนิลเท่านั้น (Tangible) แต่หากรวมถึงทัศนคติ ความเชื่อ ข้อห้าม เรื่องเล่าเกี่ยวกับคราม การย้อมและช่างย้อมที่ถ่ายทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น คือ ภูมิปัญญาที่จับต้องไม่ได้ (Intangible) เหล่านี้จึงเป็นเสมือนกลไกสำคัญที่กำกับให้การทำงานศิลปหัตถกรรม ภูมิปัญญาดั้งเดิมถูกแทนที่ด้วยองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพราะเป็นมาตรฐาน สามารถควบคุมคุณภาพการผลิตให้คงที่ได้ โลกทัศน์และจุดมุ่งหมายในชีวิตเป็นส่วนผลักดันในการเลือกสรรค์ภูมิปัญญา คือทางเลือกของกลุ่มช่างย้อมผ้าคราม มีทั้งกลุ่มดั้งเดิมที่คงไว้ซึ่งการผลิตแบบดั้งเดิม (Traditional) ใช้วัตถุดิบทุกอย่างจากธรรมชาติ ไม่มีสิ่งแปลกปลอมสมัยใหม่ ทุกขั้นตอนต้องอาศัยเวลา ผลผลิตที่ได้มีความเป็นเอกลักษณ์ และกลุ่มที่ต้องการสร้างงาน สร้างรายได้ ช่างกลุ่มนี้จึงยอมรับการนำองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และส่วนผสมสมัยใหม่เข้ามาในกระบวนการผลิต และสามารถสร้างผลผลิตได้จำนวนมากพอต่อความต้องการของตลาด สามารถสร้างรายได้ให้กับสมาชิกในกลุ่มได้อย่างทั่วถึง การกระจายองค์ความรู้และการเพิ่มโอกาสของกลยุทธ์ตลาดผ้าย้อมครามจากภูมิปัญญาดั้งเดิมด้วยเทคโนโลยีแห่งการสื่อสารบนโลกไซเบอร์ ในกลุ่มสังคมออนไลน์ ทันสมัย รวดเร็ว เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคทุกกลุ่ม เพื่อเป็นการเชื่อมโยงมรดกภูมิปัญญาทางศิลปวัฒนธรรม การย้อมคราม มิติทางภูมิปัญญา ความเชื่อ ทัศนคติ พิธีกรรม วิถีชีวิต กับการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม จึงมีข้อเสนอแนะเพื่อต่อยอดภูมิปัญญาดังกล่าว โดยการสร้างกลยุทธ์การขายเชิงประสบการณ์ของการเรียนรู้ภูมิปัญญา และประสบการณ์ทางภูมิปัญญาที่เชื่อมต่อกันเป็นองค์รวมในนามของภูมิปัญญาสกลนครต่อไป


ABSTARCT

              The Intangible heritage Sakon Nakhon Indigo's incredible legacy is a study with qualitative research approach. There are two objectives. The first objective is to collect the traditional and new knowledge and wisdoms in indigo dyeing and making of the indigo dyed textiles in various areas of Sakon Nakhon whereas different ethnic groups inhabit. The second objective is to investigate the connection between those knowledge and wisdom and the creations of folk artifacts, communities' rituals, traditions, attitudes, collective believes and memories. The aims is to suggest the possibilities of how to sustain and prevail this craft heritage through the self-perceived identities among community members in each area, based on the continuing relationship between old and new generations of craft makers. Research methodology is mainly based on in-depth interviewing with the key informants including local scholars, academists whose expertises are around Indigo Textiles arts and science, as well as leading indigo dyeing artisans from different districts of the province. Apart from in-depth interview, there are also other research methodologies used in the study such as literature review and focus group interview.

              The study shows a number of findings. Firstly, Indigo dyeing wisdom in different areas of Sakon Nakhon shares major similarities. No matter they are high or low lands, and with artisans of different ethnic background, the main principles and steps of indigo dyeing is very much the same. Only minor details such as alternatives of ingredients are a little bit different.

              Secondly, traditional wisdoms involve not only the technical and tangible know-how of dyeing, but also includes believes, taboo, stories and attitudes surrounding the dyeing practices. This intangible wisdom is considered as mechanism that drives and sustain the traditional dyeing crafts in the old time.

              Thirdly, the traditional wisdom is later replaced by scientific knowledge and know-how as the purpose of craft making is shifted from self-and-domestic consumption to commercial. In order to make more massive amount of textiles products of which the quality needs to be standardized, craftsmen adopt scientific techniques of measurement, speedier dyeing methods and some quicker pattern making for their indigo dyeing studios.

              Fourthly, eventually it is the choice that each artisan will make based on her attitude, vision and worldview of how she prefer to pursue her practice. Currently, it appears that some studios choose to preserve the traditional ways of indigo dyeing, trying to maintain using all natural and local materials just like how they ancestors did, while some studios adopt the new dyeing techniques and modern and synthetic materials because they need to achieve more productivity and have quality more in control since they have to gain more income for their group members.

              Lastly, the distribution of wisdom was limited in the past as it was believed to be secretly kept in the family. However, that rule is not any more strict since indigo dyed textiles becomes the champion product of several community enterprises around Sakon Nakhon. Further internet platform makes the wisdom even more easier to access. On-line promoting and branding indigo dyed products from each studio blends seemlessly with the dyeing knowledge diffusion. That could be seen as an opportunity to use on-line platform to create the cultural content that add value to the wisdom. Therefore, the intangible wisdom of indigo dyeing such as believes, cultural traditions and stories can be brought back to re-unite with the arts and crafts of indigo dyeing.



icon pdf thdownload