พิมพ์

มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจากงานบุญเดือนสิบ : สารทเดือนสิบ

มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจากงานบุญเดือนสิบ : สารทเดือนสิบ

ประเพณีสารทเดือนสิบ เป็นประเพณีในรอบปีที่สำคัญของชาวไทยพุทธภาคใต้ ซึ่งได้ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมาแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ชาวภาคใต้เรียกชื่อประเพณีนี้แตกต่างกันไป เช่น ประเพณีทำบุญเดือนสิบ ประเพณีรับส่งตายาย ประเพณียกหฺมฺรับ (หฺมฺรับ อ่านออกเสียง ห นำ ม ควบ ร เป็นภาษาถิ่นใต้ หมายถึง สำรับ) ประเพณีชิงเปรต เป็นต้น

           ประเพณีสารทเดือนสิบ เกิดจากพื้นฐานจิตใจของชาวไทยพุทธภาคใต้ที่ตระหนักในความสำคัญของ “ความกตัญญูกตเวที” ว่าเป็นคุณธรรมสำคัญยิ่งของความเป็นมนุษย์ที่ทุกคนควรมีต่อบรรพบุรุษของตนทั้งในภพนี้และภพหน้า แม้บรรพบุรุษของตนล่วงลับไปแล้วก็ต้องทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้จนเกิดเป็น “ประเพณีสารทเดือนสิบ” โดยจัดขึ้นในวันแรม ๑ คํ่า และแรม ๑๕ คํ่า เดือน ๑๐ ของทุกปี ประกอบกับเป็นช่วงที่พืชพรรณธัญญาหารต่าง ๆ ให้ผลเต็มที่ ซึ่งเป็นผลมาจากบรรพบุรุษปู่ย่าตายายได้ลงทุนลงแรงสร้างมา จึงได้มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตแรกนำมาทำบุญ ส่งความเอิบอิ่มให้กับท่าน นอกจากนี้ยังเป็นช่วงที่เหมาะแก่การแสดงความยินดีหลังฤดูเก็บเกี่ยวด้วย ชาวภาคใต้ได้รับอิทธิพลประเพณีนี้มาจากอินเดีย คำว่า “สารท” เป็นภาษาบาลี (ตรงกับ “ศารท” ในภาษาสันสกฤต) หมายถึง “เกี่ยวกับหรือเกิดในฤดูใบไม้ร่วง, เทศกาลทำบุญสิ้นเดือนสิบ” ในสมัยก่อนพวกพราหมณ์มีพิธีเซ่นสรวงบูชาอุทิศแก่ผู้ตายเรียกว่า “ศราทธ” ถึงสมัยพุทธกาล พระพุทธองค์ได้ทรงอนุญาตให้พุทธศาสนิกชนปฏิบัติประเพณีนี้ต่อไปได้ จึงมีการปฏิบัติสืบต่อๆ กันมา และเชื่อว่าในอดีตนครศรีธรรมราชเคยเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่และมีความเจริญรุ่งเรืองทางศาสนาพุทธและศาสนาพราหมณ์มาก่อน จึงน่าจะเป็นแหล่งสำคัญที่รับเอาประเพณีนี้มาจากอินเดียแล้วค่อย ๆ แพร่กระจายไปยังแหล่งอื่น 

ds1 ds2

การปฏิบัติประเพณีในวันแรม ๑ คํ่า เดือน ๑๐ ชาวภาคใต้ทั่วไปจะปฏิบัติอย่างง่าย ๆ เพียงแต่จัดอาหารไปถวายพระที่วัด เรียกวันนี้ว่า “วันรับตายาย” บางครอบครัวก็ไม่ได้ปฏิบัติในวันนี้ โดยจะจัดในวันแรม ๑๕ คํ่า เดือน ๑๐ ทีเดียว ซึ่งถือว่าเป็น “วันส่งตายาย” ก่อนถึงวันดังกล่าว ชาวบ้านจัดจะหาสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นในการ “จัดหฺมฺรับ” ภาชนะที่ใช้จัดอาจเป็นกระบุง กระจาด ถาด กะละมัง ฯลฯ ส่วนสิ่งของสำคัญที่ขาดไม่ได้มีขนม ๕ อย่าง ได้แก่ ขนมพอง ถือเป็นสัญลักษณ์แทนแพ สำหรับล่องข้ามห้วงวัฏสงสาร ขนมลา ถือเป็นสัญลักษณ์แทนแพรพรรณ เครื่องนุ่งห่ม ขนมกง ถือเป็นสัญลักษณ์แทนเครื่องประดับ ขนมดีซำ ถือเป็นสัญลักษณ์แทนเบี้ย และขนมบ้า ถือเป็นสัญลักษณ์แทนลูกสะบ้าที่นิยมใช้เล่นในวันสงกรานต์ นอกจากนี้แล้วอาจมีสิ่งของอื่น ๆ บ้าง เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง ของใช้ในชีวิตประจำวัน ผลไม้ตามฤดูกาล เป็นต้น ครั้นถึงวันแรม ๑๕ คํ่า จึงยกหฺมฺรับไปวัดพร้อมถวายอาหารแด่พระสงฆ์และนำขนม ๕ อย่างและอาหารอื่น ๆ บ้าง มา “ตั้งเปรต” บนร้านที่เรียกว่า “หลาเปรต” และตั้งตามโคนต้นไม้ใหญ่บ้าง ข้างกำแพงวัดบ้าง ฯลฯ
หลังพิธีสงฆ์แล้วผู้คนก็จะเข้าชิงอาหารที่ตั้งเปรตนั้น เรียกว่า “ชิงเปรต”

ปัจจุบันชาวไทยพุทธภาคใต้ ยังคงปฏิบัติประเพณีอย่างเหนี่ยวแน่น แม้จะมีการปรับเปลี่ยนไปบ้างในข้อปฏิบัติที่ปลีกย่อย ประเพณีนี้มีแก่นอยู่ที่ “ความกตัญญูกตเวที” ซึ่งเป็นระบบคุณค่าที่สำคัญของมนุษย์และสังคมและยังก่อให้เกิดระบบคุณค่าอื่นๆ หลายอย่าง เช่น ความรักความผูกพันในกลุ่มเครือญาติ ความสามัคคีในครอบครัวและชุมชน เป็นต้น จึงเป็นประเพณีที่ควรแก่การอนุรักษ์และสืบสานสู่คนรุ่นต่อ ๆ ไป

สารทเดือนสิบ ได้รับการประกาศขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ประจำปี พ.ศ.๒๕๕๕

 

เอกสารอ้างอิง

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. (๒๕๖๐). แนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรมและงานเทศกาล.

กรุงเทพ ฯ : สถาบันวัฒนธรรมศึกษา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม.

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. (๒๕๖๒). มรดกวัฒนธรรมภาคใต้. กรุงเทพ ฯ : สถาบันวัฒนธรรมศึกษา

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม.