พิมพ์

ภาษาชาติพันธุ์ (ภาคเหนือ) : ภาษาเลอเวือะ

ภาษาชาติพันธุ์ (ภาคเหนือ) : ภาษาเลอเวือะ

          เลอเวือะ เป็นกลุ่มชนดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในดินแดนทางภาคเหนือของประเทศไทยมาเป็นเวลานาน พบการตั้งถิ่นฐานหนาแน่นอยู่ในบริเวณหุบเขาตามแนวตะเข็บของจังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน เช่น อำเภอแม่แจ่ม อำเภออมก๋อย อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่และอำเภอแม่สะเรียง อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน คำว่า “ละเวือะ” “ลเวือะ” และ “เลอเวือะ” เป็นคำเรียกที่กลุ่มชาติพันธุ์ใช้เรียกตนเอง และเป็นคำที่เพิ่งเริ่มใช้กันอย่างแพร่หลายเมื่อไม่นานมานี้ ที่ผ่านมางานวิจัยส่วนใหญ่เรียกกลุ่มชาติพันธุ์นี้ว่า “ลัวะ” และ “ละว้า” ปัจจุบันเจ้าของภาษาชอบคำว่า “เลอเวือะ” มากที่สุด เนื่องจากเป็นคำที่ใช้เรียกตนเองและภาษาของตนเอง

lv1 lv2

ภาษาเลอเวือะ มีสำเนียงท้องถิ่นต่าง ๆ กัน อาทิ สำเนียงบ้านป่าแป๋ สำเนียงบ้านละอุบ สำเนียงบ้านบ่อหลวง เป็นต้น ภาษาเลอเวือะเป็นภาษาที่ไม่ใช้ลักษณะนํ้าเสียง (register) หรือวรรณยุกต์ (tone) แสดงนัยสำคัญทางความหมาย โดยเฉพาะสำเนียงท้องถิ่นบ้านป่าแป๋เป็นสำเนียงที่ยังคงลักษณะดั้งเดิมทางภาษาของตระกูลออสโตรเอเชียติกไว้ได้มาก กล่าวคือ มีหน่วยเสียงพยัญชนะต้นเดี่ยว (37 ตัว) พยัญชนะต้นที่สามารถไปควบสนิทกับตัวอื่น นอกจาก ร ล ว แล้ว ยังมี ย ด้วย เช่น กยัก “ควาย” พยุ “ผ้าห่ม” หน่วยเสียงสระเดี่ยว (๙ ตัว) และสระเรียง (๑๔ ตัว) เช่น เลอ-อิจ “หมู” เมอ-อุก “วัว” พยัญชนะสะกด (๑๐ ตัว) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ตัวสะกด จ ญ และ ฮ ไวยากรณ์ภาษาเลอเวือะโดยทั่วไปมีลักษณะเรียงคำแบบประธาน – กริยา – กรรม เช่นเดียวกับภาษากลุ่มมอญ-เขมรอื่น ๆ เช่น ประโยคว่า กวนโดะ โซม อา-โอบ <เด็ก-กิน-ข้าว> = เด็กกินข้าว ลักษณะไวยากรณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ คือ ลักษณะประโยคคำถาม เช่น อัม-กอ-เปอะ <ไหม-สบาย-คุณ> = คุณสบายดีไหม ปะ-เออ-อิญ-เปอะ - เ’นอ-อุม - นาทูม? <คุณ-มา-คุณ-จากที่ไหน> = คุณไปไหนมา ประโยคปฏิเสธ เช่น ญืม-เตอ-อู-โซม <อร่อย-ไม่-กิน> = กินไม่อร่อย แกฮ-โซม-เตอ-อู <ได้-กิน-ไม่> = กินไม่ได้ เป็นต้น

        นอกจากด้านภาษาแล้ว ชาวเลอเวือะยังมีโครงสร้างทางสังคมที่น่าสนใจ คือ มี ซะมาง = ขุน ทำหน้าที่ควบคุมกฎทางสังคมและวัฒนธรรม ซึ่งมีส่วนทำให้สังคมคนเลอเวือะเป็นสังคมที่มีความสงบเรียบร้อย และมีความเชื่อว่าเป็นผู้ที่สืบเชื้อสายมาจากขุนหลวงวิลังคะ มีนิทานหลายเรื่องที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างคนไทกับคนเลอเวือะ มี เลอ ซอมแล = วรรณกรรมมุขปาฐะที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการสั่งสอน การเกี้ยพาราสีระหว่างชาย-หญิง การแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ การทำนาแบบขั้นบันได ประเพณี ความเชื่อและพิธีกรรมต่าง ๆ เช่น การแต่งงาน การขึ้นบ้านใหม่ งานศพ งานเลี้ยงผี ซึ่งมีทั้งการเลี้ยงผีเรือน การเลี้ยงผีหมู่บ้าน ผีเจ้าที่และผีป่า ซึ่งจะจัดขึ้นตามเวลาที่สัมพันธ์กับระบบการทำมาหากิน อีกทั้งยังมีการนับถือศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ทั้งนิกายโปรเตสแตนต์และคาทอลิก

lv3 lv4

 

ด้วยสภาพการเปลี่ยนแปลงในสภาวะปัจจุบัน ทำให้ภาษาและวัฒนธรรมชาวเลอเวือะอยู่ในภาวะวิกฤต ทำให้ชาวเลอเวือะได้มีความพยายามร่วมมือกันในการฟื้นฟูภาษาและวัฒนธรรมของตนเองเรื่อยมตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ในการดำเนินกิจกรรมการวิจัย โดยเริ่มพัฒนาระบบตัวเขียนภาษาเลอเวือะด้วยอักษรไทยอย่างเป็นระบบมาตรฐาน และสามารถแทนเสียงในภาษาเลอเวือะได้ เพื่อใช้ในการบันทึกและถ่ายทอดภาษา ผ่านการเขียนนิทาน เรื่องเล่าและวรรณกรรมมุขปาฐะต่าง ๆ ตลอดจนการนำภาษาเลอเวือะเข้าสอนในระบบโรงเรียน และนำไปสู่กาฟื้นฟูภูมิปัญญาด้านอื่น เช่น การฟื้นฟูอาหารพื้นบ้าน เป็นต้น จากการดำเนินงานดังกล่าวทำให้ได้องค์ความรู้และภูมิปัญญาสำคัญของชาวเลอเวือะ และยังเป็นการกระตุ้นให้ชุมชนเห็นความสำคัญ เกิดความตระหนักและความภาคภูมิใจในภาษาและวัฒนธรรมของตนเอง

ภาษาเลอเวือะ ได้รับการประกาศขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๖

 

เอกสารอ้างอิง

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. (๒๕๖๐). ภาษา. กรุงเทพ ฯ : สถาบันวัฒนธรรมศึกษา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม.

บือ ขจรศักดิ์ศรี (๒๕๕๒). รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์รักษ์ลโพงละเวือะบ้านป่าแป๋ อำเภอแม่สะเรียง

จังหวัดแม่ฮ่องสอน. กรุงเทพ ฯ : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.

มยุรี ถาวรพัฒน์ (๒๕๕๘). “การอนุรักษ์และฟื้นฟูภาษาและวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน : กรณีศึกษากลุ่มชาติพันธุ์

เลอเวือะ (ละว้า) บ้านป่าแป๋ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน. วารสารกระแสวัฒนธรรม.

๒๘ (๒) : ๕๙-๖๗.

สุวิไล เปรมศรีรัตน์ และคณะ. (๒๕๔๗). แผนที่ภาษาของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในประเทศไทย.

สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ. กรุงเทพ ฯ : โรงพิมพ์คุรุสภา ลาดพร้าว.