Print

ตะกร้อหวาย

Items
ตะกร้อหวาย
Region
Central
Overview

คำว่า “ตะกร้อ” ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ให้คำนิยาม “ตะกร้อ” ไว้ว่า “ของเล่นชนิดหนึ่ง ลูกกลม สานด้วยหวายเป็นตาๆ สำหรับเตะ” ตะกร้อเป็นกีฬาพื้นบ้านที่นับได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของไทยอย่างหนึ่ง ที่มีการเล่นกันมาแต่โบราณ มีหลักฐานว่าการเล่นตะกร้อ เป็นที่นิยมกัน อย่างกว้างขวางในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ดังมีหลักฐานปรากฏอยู่ในบางตอนของวรรณคดีเรื่องอิเหนา พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยรัชกาลที่ ๒ กล่าวถึงการเล่นตะกร้อ อีกทั้งยังมีภาพการเล่นตะกร้อบนจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ ที่เขียนไว้รอบระเบียงพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม อีกด้วย

ตะกร้อเป็นของเล่นชนิดหนึ่ง สานด้วยหวายโดยใช้หวายตะค้าหรือหวายกาหลง จำนวน ๙-๑๑ เส้น สานเป็นตาๆให้เป็นลูกกลมด้วยลายเฉลว ๕ มุม มี ๑๒ รู ๒๐ จุดตัดไขว้ มีเส้นรอบวง ๑๖-๑๗ นิ้ว น้ำหนักระหว่าง ๑๗๐-๑๘๐ กรัม ใช้สำหรับเตะ เครื่องมือที่ใช้ในการสานตะกร้อนั้นใช้เครื่องมือจักสานแบบพื้นบ้านง่ายๆ ประกอบด้วย มีด มีดบาง สิ่ว คีม ดินสอ ไม้วัด และเครื่องชักหวาย เป็นต้น

ขั้นตอนการสานตะกร้อหวาย เริ่มต้นด้วยการชักหวายเป็นขั้นตอนแรก โดยผ่าหวายออกเป็นซีก จากนั้นนำไปเข้าเครื่องชักหวาย ชักให้หวายมีลักษณะเป็นเส้นแต่ไม่กลม ให้ได้ขนาดที่ต้องการแล้วก็นำไปกำหนดขนาด โดยใช้ดินเหนียวปั้นเป็นลูกกลมๆ ให้ได้ขนาดที่ต้องการแล้วนำไปตากให้แห้งแล้วนำมาเป็นแม่แบบ จากนั้นก็เอาหวายมาสานครอบ เมื่อสานเสร็จแล้วจึงเอาไปแช่น้ำ แล้วแคะดินแม่แบบออกก็จะได้ลูกตระกร้อกลมๆ แต่การใช้วิธีนี้เป็นงานที่ยุ่งยากเพราะจะสานกี่ลูกก็ต้องปั้นดินเป็นลูกกลมให้ได้จำนวนที่ต้องการ ในสมัยหลังๆ คิดค้นวิธีขึ้นโครงโดยไม่ต้องปั้นดิน คือ เมื่อได้หวายที่ต้องการแล้วก็นำไปวัดขนาดโครงที่จะขึ้นตามขนาดที่ต้องการ แล้วทำเครื่องหมายไว้ที่หวาย ก่อนขึ้นโครงเป็นวงกลม จากนั้นจะนำหวายมาสานให้เป็นรูปร่างทีละเส้นให้แน่นหนาตามที่ต้องการ แล้วใช้คีมบีบหนีบตบแต่งไปให้ได้ลักษณะที่ต้องการ

ตะกร้อเดิมสานจากหวาย แต่เนื่องจากตะกร้อที่ผลิตขึ้นจากวัสดุธรรมชาตินั้น ยากต่อการผลิตให้มีขนาดและน้ำหนักที่แน่นอนเท่ากันทุกลูก ทำให้กีฬาเซปักตะกร้อขาดการยอมรับในระดับสากล จึงมีการคิดผลิตตะกร้อจากวัสดุสังเคราะห์ประเภทพลาสติก ซึ่งสามารถผลิตได้โดยระบบอุตสาหกรรมมีมาตรฐานทั้งขนาด น้ำหนัก และ ความกลมของลูกตะกร้อเท่ากันทุกลูก ตะกร้อพลาสติกจึงได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นพร้อมๆกับการสูญหายไปของตะกร้อหวาย ประกอบกับหวายที่นำมาทำตะกร้อเป็นหวายป่าที่นับวันจะหายากขึ้นและมีราคาแพง จึงทำให้ตะกร้อหวายกลายเป็นของหายากในปัจจุบัน

เมื่อตะกร้อพลาสติกได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น และความนิยมในการใช้ ตระกร้อหวายลดลงนั้น ทำให้ “ช่างสานตะกร้อ” เกือบจะสูญหายไปด้วย ปัจจุบันเหลือผู้มีความรู้เรื่องการสาน “ตะกร้อหวาย” ที่อำเภอลำลูกกา จ.ปทุมธานี เพียงคนในครอบครัว “หนูสีงาม” คือ คุณยายสวาท หนูสีงาม กับลูกสาวอีกสองคน คือ คุณพฤกษา (มะลิ) หนูสีงาม คุณพรจันทร์ (ป้อม) หนูสีงาม และคุณขวัญเรือน (กำไล) หนูสีงาม ซึ่งเป็นผู้สืบทอดการจักสานรุ่นสุดท้ายของตระกูล

Domains/Categories
  • Voting
    (0 votes)
  • Hits
    4427 views