Print

มวยกาหยง

Items
มวยกาหยง
Designated in
Undesignated
Region
Southern
Overview

ศิลปะการป้องกันตัว “มวยกาหยง” ได้รับการกล่าวอ้างว่า สืบทอดมาจากประเทศมาเลเซียนับได้ว่า มีชาวเลกลุ่มราไวย์  เพียงกลุ่มเดียวเท่านั้น  ที่มีการแสดงศิลปะป้องกันตัว “มวยกาหยง” ให้เห็น  ซึ่งจะมีการแสดงในโอกาสต่าง ๆ ดังนี้

๑.     พิธีการไหว้ครู ประจำปี

๒.     พิธีการแก้บน หรือตามภาษาพื้นเมือง เรียกว่า การแก้เหมย

๓.     ได้รับเชิญไปสาธิตในงานการแสดงด้านศิลปะวัฒนธรรม เป็นครั้งคราว

๑. การรำมวยกาหยง ในพิธีไหว้ครู

งานพิธีไหว้ครู ประจำปี  จัดขึ้นในวันขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๔ ของทุกปี  ตั้งแต่เวลา ๑๗.๐๐ น. หรือ ๕ โมงเย็น  ถือเป็นประเพณี เพื่อความเป็นสิริมงคล และเชิดชูเกียรติระลึกถึงครูบาอาจารย์  ผู้ถ่ายทอดวิชาศิลปะการต่อสู้ มวยกาหยง โดยจัดให้มีพิธีการดังต่อไปนี้

ก่อนอื่น ต้องมีการจัดเตรียมเครื่องบวงสรวง บูชาครู  และจัดวางไว้กลางวงพิธี

มีเครื่องบวงสรวง ๙ สิ่ง  ประกอบด้วย

๑.     กล้วยสุก ๓ เครือ  ได้แก่ กล้วยน้ำว้า  ๑ เครือ,  กล้วยเปรี้ยว ๑ เครือ, และกล้วยขม ๑ เครือ

๒.     เครื่องหอม กำยาน สำหรับจุดไฟให้มีควัน  ถือเป็นเครื่องสื่อสารกับวิญญาณครู อาจารย์

๓.     เหล้าขาว ๑ แก้ว

๔.     น้ำ หรือน้ำหวาน ๑ แก้ว

๕.     ข้าวตอก

๖.     หมากพลู ๑ คำ

๗.     ใบจากหรือบุหรี่

๘.     เทียนขาว ๑ เล่ม

๙.     กำนล (เงินบูชาครู เท่าไรตามศรัทธา  ให้ลงท้ายด้วยเลข ๙ )

วางอุปกรณ์เครื่องดนตรี ที่ใช้ในการแสดง ทั้ง ๔ ชนิด ด้านหน้า โดยมีความเชื่อว่า ในขณะทำ

พิธี ห้ามผู้หญิงเข้าใกล้ และแตะต้องเครื่องดนตรี 

Domains/Categories
ความเชื่อ
การประกอบพิธีไหว้ครู
ครูหมอ หรือโต๊ะครู ในพิธี จะกล่าวเชิญ ครู บา อาจารย์ มวยกาหยง เป็นภาษาชาวเล
เข้ามาในพิธี โดยจัดควันกำยาน เชื่อว่า ควันกำยานที่จุด เป็นสัญญาณ นำทางให้ครูมาถึงที่จัดพิธี แล้ว ทำการเบิกเครื่องดนตรี โดยครูหมดจะยื่นมือไปตี และแตะเครื่องดนตรีทุกชิ้น ที่วางไวตรงหน้า จากนั้น กำข้าวตอก พร้อมว่า กล่าวเป็นภาษาชาวเล ในการขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคลผู้เข้าร่วมพิธี
เสร็จแล้ว โปรยข้าวตอกไปรอบ ๆ บริเวณ ที่นั่งทำพิธี จากนั้น เชิญครูรับเครื่องบูชา โดยจัดเครื่องบูชาไปวางไว้ ข้างนอกบริเวณ เสร็จแล้ว นักดนตรี รับเครื่องดนตรีของตนไปเตรียมพร้อมบรรเลงเพลง
นักมวย ออกมาทำการไหว้ครู ทีละคน โดยมีท่าคุกเข่าข้างหนึ่ง ใช้มือขวากอบควันกำยานใส่ศีรษะ แล้วกำข้าวตอกในพิธี โรยบนตัว และรอบ ๆ บริเวณ เป็นการแสดงความเคารพและเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง แล้วจึงแสดงท่ารำไหว้ครู ซึ่งเป็นท่ารำในลักษณะการอบอุ่นร่างกายเมื่อนักมวยทั้ง ๒ ฝ่าย ทำการไหว้ครูเสร็จแล้ว ฝ่ายนักดนตรี บรรเลงเพลงปี่มวยกาหยง นักมวยทั้งคู่ ออกมาร่ายรำ และแสดงศิลปะการต่อสู้ เป็นการร่ายรำ มีจังหวะลีลาการเคลื่อนไหวตามเสียงดนตรีเรียกว่า“ ปากาโยะ” หลังจากนั้น แสดงท่าการต่อย เรียกว่า “ตูโม๊ะ” ท่าเตะ เรียกว่า “ซิปะ” และท่าถีบ, เข่า เรียกว่า “ตะยัก” ซึ่งเป็นท่าการต่อสู้ และการป้องกันตัว โดยวิธีการปัด ป้อง และสะบัดมือ แขน ขา ไปตามจังหวะดนตรีเพลงมวย ไม่ได้มีการแตะต่อยกันจริงจัง เป็นท่ารำโชว์ลีลาท่าทางการ ร่ายรำ ตามเสียงเพลง มีชื่อเรียก ดังนี้
๑. ท่าทัดมือ ใช้มือข้างหนึ่งทัดขึ้นป้องที่ใบหน้า อีกข้างหนึ่งป้องที่ท้อง
๒. ท่ารำเปิด ใช้มือทั้ง ๒ ข้าง เปิดขึ้นในท่ารำ
๓. ท่าต่อสู้ ใช้ศอก เข่า และมือ ต่อย ตามลีลาจังหวะดนตรี ทั้งนี้มีท่านั่งยอง ๆ เป็นท่าหลบหลีก อีกด้วย
การบรรเลงเพลงปี่ มีชื่อเรียกว่า เพลง “ลากู” ส่วนท่ารำมวยกาหยง มีชื่อเรียกว่า “นารีกาหย๋ก”
เมื่อมีการรำ และพัก จนครบเจ็ดเพลง แล้ว จะหยุดพัก เพื่อแจกจ่ายอาหาร แก่ผู้เข้าร่วมในพิธีทุกคน เป็นอันเสร็จพิธี การไหว้ครู

๒. งานพิธีแก้บน หรือแก้เหมย
จัดให้มีการรำมวยกาหยง เมื่อมีการจ้างวาน จากชาวบ้านในชุมชน ที่ได้บนบานศาลกล่าวไว้กับเจ้าที่เจ้าทาง หรือเจ้าทะเล ในกรณี เจ็บป่วย ไม่สบาย เมื่อหายแล้วและมีความพร้อมก็จะทำพิธีแก้บน และในกรณีที่เกิดอาเพท ออกทะเล แล้วประสบปัญหา ภัยทางทะเล แล้วบนบานไว้ หากปลอดภัยกลับถึงฝั่ง ก็ทำพิธีบูชาครูแก้บนโดยจัดให้มีการแสดง มวยกาหยง
๓. เมื่อได้รับเชิญไปสาธิตในงานการแสดงศิลปะการแสดงด้านวัฒนธรรม
เมื่อได้รับเชิญให้ไปแสดง โดยมีการจ้างวานให้ไปแสดงในงานต่าง ๆ ซึ่งจะแสดงโดยโชว์ลีลาการไหว้ครู แล้วการร่ายรำตามทำนองเพลงมวย ตามจังหวะดนตรี เช่นกัน แต่ไม่มีพิธีการบวงสรวงเท่านั้น
อุปกรณ์
เครื่องดนตรี มีเครื่องดนตรี ๔ ชนิด ประกอบด้วย
๑. กลองทน ๒ ใบ เรียกตามภาษาชาวเลว่า เกอนักกาหยก มีลูกยืน ๑ ลูก ลูกขัด ๑ ลูก ซึ่ง
ลูกยืนเรียกว่า “กลางตัวเมีย” ส่วนลูกขัด เรียกว่า “กลองตัวผู้” เป็นกลองที่มีลักษณะตีได้ทั้ง ๒ หน้า ขึงด้วยหนังแพะ ทั้ง ๒ ด้าน มีขนาดเท่ากัน ใช้มือตีทั้ง ๒ ด้าน เพื่อควบคุมจังหวะดนตรี
๒. ปี่กาหยง ๑ เลา เรียกตามภาษาชาวเล ว่า สุไนกาหยก ทำจากไม้กำจัด หรือไม้การบูร
ในที่นี้ ลุงสน ผู้เป่าปี เป็นทำด้วยตนเอง ใช้ใบตะโหนดทำเป็นใบปี่ เป่าแล้วมีเสียงดัง พลิว ไพเราะ มีขนาดเหมาะมือ ยาว ๓๐ ซม.
๓. โหม่ง ๑ ชุด พร้อมไม้สำหรับตี เรียกตามภาษาชาวเล ว่า ตะวะกาหยก ลักษณะเป็นแผ่น
เหล็ก รูปวงกลม ตรงกลางมีปุ่มนูน ใช้ตีประกอบจังหวะดนตรี
๔. ไม้แกระ เรียกตามภาษาชาวเล ว่า กาหยู้กาหยก หรือ กาโตะกาแฉะ เป็นไม้ท่อนแบน ๆ
๒ อัน ขนาดเหมาะมือ ใช้ตีกระทบกัน ประกอบเป็นจังหวัดดนตรี
๒. นักดนตรี มีนักดนตรี ๕ คน ประกอบด้วย
๑. นายหริ ฟองสายธาร อายุ ๖๒ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๑๑๗ ถนนวิเศษ หมู่ที่ ๒ ตำบลราไวย์
อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต
มีความสามารถรำมวยกาหยง และเป็นมือกลอง ลูกที่ ๑ ที่เรียกว่า กลองตัวเมีย
๒. นายเกรียงศักดิ์ หลักเกาะ อายุ ๓๗ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๑๓๐ หมู่ที่ ๒ ตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต
มีความสามารถตีกลองตั้งแต่อายุ ๑๙ ปี มีอาจารย์สุเหม ประมงกิจ เป็นผู้สอน
๓. นายดัง ดำรงเกษตร อายุ ๖๘ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๒๓/๑ หมู่ที่ ๑ ตำบลราไวย์
มีความสามารถรำมวยกาหยง เป็นคนตีแกระให้เข้าจังหวะดนตรี
๔. นายสน บังจาก อายุ ๖๗ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๓/๑ หมู่ ๒ ตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต
เป็นนักเป่าปี่กาหยง มีความสามารถในการตีโหม่ง ตีแกระ
๓. นักมวย และครูหมอ
๓. นายจิม หลักเกาะ อายุ ๖๗ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๑๓๓ หมู่ ๒ ตำบลราไวย์
เป็นครูหมอ ประจำหมู่บ้าน ทำพิธีไหว้ครู ให้กับคณะแสดง ซึ่งได้รับการถ่ายทอด
จากบรรพบุรุษ คือลุง
๔. นายแก้ว บังจาก อายุ ๖๔ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๔๙/๔ หมู่ ๔ ตำบลราไวย์
เป็นนักมวยกาหยง ฝึกหัดเมื่ออายุ ๑๙ ปี จากอาจารย์ ชื่ออุชัง บังจาก ซึ่งเป็นลุง
๕. นายซุเต็ม หลักเกาะ อายุ ๖๔ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๑๒๔ หมู่ที่ ๒ ตำบลราไวย์
เป็นนักมวยกาหยง ฝึกหัดเมื่ออายุ ๑๙ ปี จากอาจารย์ ชื่ออุชัง บังจาก ซึ่งเป็นลุง
ลักษณะเฉพาะอื่นๆ
ส่วนประกอบสำคัญของศิลปะการแสดง “มวยกาหยง” ที่บ้านราไวย์ ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต
๑. ดนตรี
๒. นักดนตรี
๓. นักมวย / ครูหมอ
ข้อมูลผู้บอกรายละเอียด
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลราไวย์
ผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๒ ต.ราไวย์ อ.เมืองจังหวัดภูเก็ต
ผู้เก็บข้อมูล และวันเวลาที่เก็บ
นายทวิชาติ อินทรฤทธิ์
นายสุพจน์ สงวนกิตติพันธุ์
นางสาวอัจจิมา หนูคง
ว่าที่ ร.ต.บัญญัติ จริยะเลอพงษ์
นายเดชา ศรีสุพรรณ
นายธรรมนูญ แสวงวิทย์
นายชยต วิสารทพงศ์
นางปัทมา รุจีวงศ์
ไฟล์มัลติมีเดีย

  • Voting
    (0 votes)
  • Hits
    8471 views