Print

ประเพณีสลากย้อมในจังหวัดลําพูน

เรื่อง              : ประเพณีสลากย้อมในจังหวัดลําพูน

Title             :  COMMUNITY-BASED RESEARCH ON THE LISTING AND SAFEGUARDING OF THE SALAK YOM FESTIVAL IN LAMPHUN PROVINCE, THAILAND

ผู้วิจัย            : อเล็กซานดรา เดเนส                       

           : ลินินา พุทธิธาร                       

           : นเรนทร์ ปัญญาภู                       

           : สุวิภา จำปาวัลย์                       

ปีงบประมาณ   : 2559 

บทคัดย่อ

           

         โครงการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลด้านต่าง ๆ ของประเพณีสลากย้อมในจังหวัดลำพูน เช่น ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับชุมชนผู้ปฏิบัติและสืบทอด ประวัติความเป็นมา กระบวนการและภูมิปัญญาที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสถานภาพการดำรงอยู่ และข้อเสนอแนะในการสงวนรักษาคุณค่าและความหมายของประเพณี โดยทุกขั้นตอนได้มุ่งเน้นให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมมากที่สุด

         รายงานการวิจัยแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน คือ ๑) ผลการดำเนินโครงการ และ ๒) กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน การศึกษาในส่วนแรกพบว่า ประเพณีสลากย้อมเป็นหนึ่งในพิธีกรรมทางศาสนาและสังคมที่กลุ่มชาติพันธุ์ชาวยองในจังหวัดลำพูนยังคงปฏิบัติและสืบทอดมาอย่างยาวนาน ประเพณีสลากย้อมมีรากฐานมาจาก “สลากภัต” หรือการถวายปัจจัยแด่พระภิกษุสงฆ์โดยไม่เลือกเจาะจงผู้รับ เป็นการแสดงออกทางวัฒนธรรมที่ผสมผสานคติความเชื่อทางพุทธ-พราหมณ์-ฮินดู และวิญญาณนิยม คุณค่าของประเพณีสลากย้อมถูกสะท้อนผ่านศรัทธาที่ชาวยองมีอย่างแนบแน่นต่อพระพุทธศาสนา และการแสดงออกถึงความสามัคคีภายในชุมชน

         ในอดีต ผู้หญิงถวายต้นสลากย้อมด้วยความเชื่อว่า หากสตรีใดได้ “ตานสลากย้อม” หรือถวายต้นสลากย้อมแล้ว ผู้นั้นย่อมได้รับอานิสงส์เทียบเท่ากับการบวชของผู้ชาย เพราะต้องใช้ความวิริยะอุตสาหะสูงในการจัดเตรียมต้นสลากย้อม

         ประเพณีสลากย้อมค่อย ๆ สูญหายไปจากท้องถิ่นเมื่อประมาณ ปี พ.ศ. ๒๕๒๗ เนื่องด้วยการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคมและเศรษฐกิจ จากนั้นได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ใน พ.ศ. ๒๕๔๗ โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน คณะสงฆ์ และองค์กรด้านวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งได้จัดให้มีกิจกรรมการประกวดต้นสลากย้อมเพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับความหมายและประวัติความเป็นมาของประเพณี ตลอดจนสนับสนุนให้มีการประกอบและถวายต้นสลากย้อมในนามของคณะศรัทธาหรือชุมชน

         การศึกษาพบว่า กลยุทธดังกล่าวสามารถกระตุ้นให้ชุมชนเกิดความตระหนักในคุณค่าของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของตน และกลับมาปฏิบัติและสืบทอดประเพณีสลากย้อมอีกครั้ง ทั้งยังสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชน อย่างไรก็ตาม ชุมชนบางกลุ่มกังวลว่ากิจกรรมการท่องเที่ยวและการประกวดต้นสลากย้อมอาจส่งผลกระทบต่อความยั่งยืนของประเพณี เนื่องจากไปทำลายคุณค่าความหมายทางจิตวิญญาณและสังคมอันเป็นแก่นแท้ของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

         ผลจากการเก็บข้อมูลร่วมกับชุมชนและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ชี้ว่า สิ่งที่ชุมชนต้องการคือการสนับสนุนทั้งทางด้านนโยบาย งบประมาณ และการศึกษา โดยให้ทุกฝ่ายร่วมกันทบทวนรูปแบบของกิจกรรมการท่องเที่ยวและการประกวด เพื่อลดผลกระทบต่อคุณค่าของประเพณี นอกจากนี้ ชุมชนยังต้องการให้ส่งเสริมการสืบทอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น และส่งเสริมบทบาทของสตรีในฐานะผู้จัดเตรียมและถวายต้นสลากย้อมดังเช่นที่ปฏิบัติกันในอดีต

         ส่วนที่สองของรายงานเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการวิจัย และการจัดเตรียมเอกสารการเสนอขอให้ประเพณีสลากย้อมในจังหวัดลำพูนเป็นรายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ


ABSTARCT

              This community-based research on the “Listing and Safeguarding of the Salak Yom Festival of Lamphun Province” applied community-based, participatory principles and research approaches in the process of nominating an element of intangible cultural heritage—the Salak Yom Festival. In keeping with the spirit of the UNESCO ICH Convention, which fully promotes the engagement of communities in all stages of the nomination process, this research aimed to foster dialog about the meanings of the Salak Yom Festival and the potential impacts of listing as heritage on the UNESCO Representative List of Intangible Cultural Heritage, and to develop multimedia resources to support intergenerational transmission.

              The research findings are divided into 2 parts: I. Cultural contents of the Salak Yom Festival, and II. Description of the community-based inventorying process. It is stated in the first part that the Salak Yom Festival is held in Lamphun Province at the end of the Buddhist Lent every year. It is a ritual of giving alms to Buddhist monks by lots featuring the presentation of elaborately decorated “trees of gifts” to the Buddhist monks and novices of the local monasteries, in return for merit and blessings for the donors. A combination of Buddhist-Brahmin-Hindu-animistic beliefs and Yong identiy are reflected through the tangible components and rituals, ceremonies as well as other cultural expressions during the preparation and offering processes of the Salak Yom trees.

             The primary bearers of the Salak Yom are the ethnic Yong monastic and lay communities in Pratupa, Rimping and Nong Chang Khuen subdistricts who have transmitted the skills and knowledge associated with this merit-making ritual for generations. In the past, the Salak Yom trees were prepared and offered by young, unmarried women around the age of twenty. It was a demonstration of a young woman’s diligence, Buddhist piety and skills.

              Due to economic and cultural transformations, fewer and fewer women participated in the Salak Yom ritual. In 2004, Lamphun's ethnic Yong ecclesiastical community sought to revive the Salak Yom in collaboration with local state agencies, such as the Provincial Administrative Office and the Cultural Council. With the support of these stakeholders, the ritual was revitalized and organized as a community-based, annual merit-making festival. Since its revitalization, the social function and meaning of the ritual has shifted from being a rite of passage for women to a community-based, merit-making ritual as well as a provincial festival drawing hundreds of visitors each year. Ethnic Yong lay communities collaborate in the construction and preparation of the Salak Yom offerings, demonstrating social unity and pride in their Yong identity.

              Nonetheless, this state-sponsored revival of the ritual has also had some unintended impacts, as described by ethnic Yong members of the the three original sub-districts where the Salak Yom was first practiced. They were concerned that the Buddhist values of merit-making and meanings of the ritual associated with paying respects to the spirits of the ancestors were being sidelined as a result of the focus on the state-sponsored competition between communities to create the best Salak Yom offering. They felt that the emphasis on the contest undermined one of the core values of the ritual, which was to foster community cohesion through Buddhist merit-making. Another related concern was the commodification of the festival, which diminished the Buddhist values.

              Recommendations to safeguard the cultural heritage were developed with strong inputs from the communities and other key stakeholders. Their main objective was to propose for the state’s support in the community-based inter-generational transmission activiites, and to reconsider the impacts of tourism and contest on the cultural value of the festival.

              The community-based implementation processes employed in this research for the listing and safeguarding of the Salak Yom Festival are described in Part II of the report.



icon pdf thdownload