Print

ประเพณีเทศน์มหาชาติในจังหวัดพิษณุโลก

เรื่อง              : ประเพณีเทศน์มหาชาติในจังหวัดพิษณุโลก

Title             :  Mahachat sermon tradition in Phitsanulok

ผู้วิจัย            : ดร.กาญจนา อาสนะคงอยู่                       

                     : นายเอกชัย โกมล                       

ปีงบประมาณ   : 2558 

บทคัดย่อ

           

          งานวิจัยนี้มุ่งรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลองค์ความรู้เรื่องประเพณีเทศน์มหาชาติจังหวัดพิษณุโลกเพื่อจัดทำคลังข้อมูลองค์ความรู้เรื่องประเพณีเทศน์มหาชาติจังหวัดพิษณุโลก โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนผู้เป็นเจ้าของวัฒนธรรม เพื่อการเสนอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ขององค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ซึ่งจะช่วยให้การอนุรักษ์ประเพณี การเทศน์มหาชาติ รักษาเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมของไทยไว้ สร้างความตระหนักในชุมชนให้เห็นความสำคัญของการเทศน์มหาชาติที่มีต่อวิถีชีวิตและยกย่องผู้สืบทอดการเทศน์มหาชาติให้เกิดความภูมิใจและเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

 

             ตามประวัติที่กล่าวถึงในสมัยกรุงศรีอยุธยาที่กล่าวถึงสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงโปรดฯให้ประชุมสงฆ์นักปราชญ์ราชบัณฑิตแปลและแต่งมหาชาติคำหลวงขึ้นเป็นภาษาไทยเมื่อ พ.ศ.๒๐๒๕ ซึ่งแต่งขึ้นเป็นคำประพันธ์ประเภท โคลงฉันท์ กาพย์ กลอน และร่าย ในปีขาล จ.ศ. 844 ตรงกับ พ.ศ. 2025 เมื่อคราวฉลองวัดพระศรีมหาธาตุ เมืองพิษณุโลก แต่ไม่บอกนามผู้แต่ง ดังปรากฏในพระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติว่า “ศักราช 844 ปีขาลศก ท่านให้เล่นการมหรสพ 15 วัน ฉลองวัดพระศรีมหาธาตุ แล้วทรงนิพนธ์มหาชาติคำหลวงจนจบบริบูรณ์” การเทศน์มหาชาติเป็นประเพณีนิยมมีพระสงฆ์นักเทศน์การถ่ายทอดองค์ความรู้การเทศน์มหาชาติมาต่อเนื่องยาวนาน การเทศน์มหาชาติ เวสสันดรชาดก เป็นเรื่องราวของพระเวสสันดรอันเป็นพระชาติสุดท้ายของพระบรมโพธิสัตว์ ก่อนที่จะมาประสูติเป็นเจ้าชายสิทธัตถะและออกบวชจนตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ยังมีความเชื่อว่าถ้าผู้ใดได้ฟังเทศน์มหาชาติแล้วจะได้กุศลแรงและหากใครตั้งใจฟังให้จบในวันเดียวจะได้เกิดร่วมและพบพระศรีอริยเมตตรัยโพธิสัตว์ซึ่งจะมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต

                   จากผลการศึกษาชาวพิษณุโลก มีความเชื่อ ความศรัทธาและความภาคภูมิใจจากต้นกำเนิดเทศน์มหาชาติที่วัดจุฬามณี จังหวัดพิษณุโลก และมีการเทศน์ครั้งแรกที่วัดพระศรีมหาธาตุ (วัดพระศรี รัตนมหาธาตุวรมหาวิหารในปัจจุบัน) จึงเกิดการหวงแหน ให้ความสำคัญ ในการอนุรักษ์ สืบทอด เป็นประเพณีสืบต่อกันมาจากรุ่น สู่รุ่น เกือบทุกวัดในจังหวัดพิษณุโลกจัดพิธีเทศน์มหาชาติ ทั้งรูปแบบการเทศน์เนื้อใน และเนื้อนอก หรือแบบประประยุกต์ ปรับไปตามยุคสมัย ประกอบกับครูบาอาจารย์พระนักเทศน์ สืบทอดศิลปะการเทศน์ การแหล่ทำนอต่างๆ กันมาอย่างต่อเนื่อง แม้ไม่มีพระนักเทศน์ทำนองแหล่ทุกวัด ก็ยังมีการสืบสานประเพณีต่อกันมา โดยการนิมนต์พระนักเทศน์ที่มีชื่อเสียง มีความไพเราะในการเทศน์ทำนองแหล่ มาเทศน์ในวัดทุกพื้นที่

                   ข้อเสนอแนะในการสืบทอดประเพณีเทศน์มหาชาติ ส่งเสริมให้มีการอนุรักษ์การจัดพิธีเทศน์มหาชาติอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ทั้งองค์กรทางศาสนา องค์กรการศึกษา จัดตั้งกลุ่มอนุรักษ์สืบทอดประเพณีเทศน์มหาชาติ ส่งเสริมการสืบทอดการเรียนทำลองแหล่ของพระสงฆ์ จัดทำพิพิธภัณฑ์ หรือหออนุรักษ์คำภีร์ใบลาน เพื่อการศึกษายกย่องเชิดชูเกียรติ พระสงฆ์ หรือประชาชน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการอนุรักษ์การเทศน์มหาชาติ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ


ABSTARCT

             This research aimed to collect and accumulate information on the tradition of The Preaching Mahajati, a Siamese (Thai) epic about the tales of the Buddha, in Phitsanulok Province in order to create a database of knowledge about the traditions of Mahachat sermon in Phitsanulok Province by the participation of the community who is the owner of the culture. Additionally, the research also aimed to promote the registration as a legacy of intangible cultural heritage in the United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization (UNESCO) which will help preserving the tradition of Preaching Mahajati, keep the identity of the culture of Thailand, raise the awareness of the community on the importance of Preaching Mahajati to the way of life, and praise the successors of Preaching Mahajati to be proud of themselves and create the sustainable development in the future.

              According to the history in Ayutthaya period, assembled Buddhist monks, scholars and the fellows of Royal Society of Thailand to translate and write Mahachat Khamluang or the royal version of Mahajati (Great Life of Buddha) in Thai language in 1482 A.D. This literature was composed by many forms of Thai poetries such as Khlong, Chan, Kap, klon and Rai in the tiger year of Choso 844 or in 1482 A.D., which during the celebration of Wat Phra Si Mahathat in the city of Phitsanulok; however, there was no written name of the writer. The Royal Chronicle of Luang Prasert Ugsornniti’s edition stated that “ … in Choso 844 (1482 A.D.) as in the year of tiger, there was a 15-day Festival for cerebrating Wat Phra Si Mahathat arranged by the king which he then finalized Mahachat Khamluang …”. Preaching Mahajati is a customary for a preacher monk to preach the knowledge of Mahajati for many years. Mahajati of Vessantara Jataka is a story about Vessantara’s life which is the final incarnation of Bodhisattva before he was born as Prince Siddhartha Gautama and soon after ordained and enlighten as the Buddha. Additionally, if anyone could carefully listen to all the chapters in a single day, they will be incarnation in the era of Pra Sri Ariyamettrai or Maitreya who is regarded as the future Buddha.

              From the study, the people in Phitsanulok have belief, faith and pride from the origin of the Preaching Mahajati at Wat Chulamanee in Phitsanulok Province and they are also proud of the first preaching at Wat Phra Sri Ratana Mahathat (Wat Phra Sri Rattana Mahathat Woramahawihan nowadays). They cherish the importance of preserving the tradition as a succession of generations. Almost every temple in Phitsanulok holds the Preaching Mahajati either in the original format, the extra-added format or the application format integrated into the era. As well as, there are the preachers inherited the preaching and intoning in different format successively by invite the famous preacher who can preach and intone terrifically to preach in every temple.

              The suggestions for the succession of the Preaching Mahajati are; promoting the conservation of the Preaching Mahajati ceremony regularly; promoting the participation of all sectors either the religious organizations or educational organizations; setting up a conservation group to inherit the Preaching Mahajati tradition; promote the inheritance of preaching through the learning for the monks; and making a museum or a bible leaf preservation hall to honor the monk and the people involved in conservation the Preaching Mahajati as to build their morale and encouragement.



icon pdf thdownload