Print

ตะกร้อ

เรื่อง              : การรวบรวมและจัดเก็บข้อมูล “ตะกร้อ” เพื่อเสนอขอเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ

Title             :  The Collecting and Inventorying of “TAKRAW” in order to Asking for the Representative List of the Intangible Cultural Heritage of Humanity. 

ผู้วิจัย            : รองศาสตราจารย์ ชัชชัย โกมารทัต

                       ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สมพร โกมารทัต

                       นาย จักรพงษ์ งามหม               

ปีงบประมาณ   : ๒๕๖๒

บทคัดย่อ

           

          การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษา ค้นคว้า รวบรวม ข้อมูลตะกร้อ น ามาวิเคราะห์ และ สังเคราะห์ ให้เกิดความกระจ่างชัดทางวิชาการ และแสดงให้เห็นตัวตนของตะกร้อในฐานะเป็นมรดก ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติไทย ใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสาน ๒ รูปแบบ คือ ๑. การวิจัยเชิง คุณภาพ ด าเนินการ ๓ วิธี คือ ใช้วิธีการศึกษาวิเคราะห์ทางเอกสาร วิธีการสัมภาษณ์ครูตะกร้อ ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีอาวุโสทางตะกร้อ และวิธีพูดคุยกลุ่มย่อยกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับตะกร้อในแต่ละภาค ทั้ง ๔ ภาคทั่วประเทศ ๒. การวิจัยเชิงปริมาณ ด าเนินการ ๒ วิธี คือ ใช้วิธีการสอบถามเชิงสัมภาษณ์ ผู้รู้เรื่องตะกร้อจากทุกจังหวัดทั้ง ๗๗ จังหวัดทั่วประเทศ และวิธีการส ารวจข้อมูลตะกร้อทาง อินเตอร์เน็ต ทุกจังหวัดทั้ง ๗๗ จังหวัดทั่วประเทศ

 

              ผลการวิจัยเชิงคุณภาพ พบข้อมูลใหม่เกี่ยวกับตะกร้อที่ไม่เคยปรากฏที่ไหนมาก่อน คือพบว่า ๑) ตะกร้อเป็นกีฬาพื้นเมืองเก่าแก่ที่สุดชนิดหนึ่งของประเทศไทย มีการเล่นตะกร้อกันแล้วในสมัยกรุง สุโขทัยเมื่อ ๗๘๒ ปีก่อนเป็นอย่างน้อย ๒) ตะกร้อมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่ากีฬาที่คล้ายกับตะกร้อ ของประเทศเพื่อนบ้าน ๓) ตะกร้อมีวิวัฒนาการจากยุคโบราณถึงปัจจุบันแบ่งเป็น ๗ ประเภท ซึ่ง มากกว่าประเทศใดในโลก ๔) วิวัฒนาการของตะกร้อเริ่มจากการเล่น “ตะกร้อวง” ในยุคโบราณ พัฒนาเป็น “ตะกร้อเตะทน” และ”ตะกร้อพลิกแพลง” ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตะกร้อมีพัฒนาการ เจริญก้าวหน้ามากที่สุดในช่วงกรุงรัตนโกสินทร์ตอนกลาง หลังจากมีการก่อตั้งสมาคมกีฬาสยามขึ้นใน ปี พ.ศ. ๒๔๗๐ พบว่าหลวงมงคลแมนริเริ่มประดิษฐ์ “ตะกร้อลอดห่วง” ขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๗๐ นายยิ้ม ศรีหงส์ และคณะร่วมกันสร้างสรรค์ “ตะกร้อข้ามตาข่าย” ขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๗๒ สมาคมกีฬาสยาม พัฒนาการเล่น “ตะกร้อชิงธง” ขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๗๕ และประเทศไทยเป็นผู้น า ริเริ่มชักชวนประเทศ เพื่อนบ้านอาเซียนร่วมมือกันหลอมรวมวิธีเล่นที่คล้ายกับตะกร้อของแต่ละประเทศจนเกิดกีฬาตะกร้อ ประเภทใหม่ชื่อ “เซปักตะกร้อ” ๕) ประเทศไทยโดยคุณหลวงสุขุมนัยประดิษฐ์ เป็นผู้ริเริ่มใช้กีฬา ตะกร้อเป็นสื่อสร้างความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านในปีพ.ศ. ๒๕๐๐ และผลักดันจนกีฬาตะกร้อของประเทศไทยได้เข้าเป็นกีฬาสาธิตของการแข่งขันกีฬาเซียบเกมส์ครั้งแรก ในปี พ.ศ. ๒๕๐๒ ๖) ชื่อ “เซปักตะกร้อ” เกิดขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๐๓ (ไม่ใช่ พ.ศ. ๒๕๐๘) แต่มีการแข่งขันครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๕๐๘ ๗) ลูกตะกร้อหวายของไทยเป็นภูมิปัญญาการจักสานชั้นสูง ที่ใช้หวาย ๖ เส้น (ไม่ใช่ ๑๐-๑๒ เส้น) สานได้รูปทรงสวยงาม แข็งแรงทนทาน มีขนาดและลักษณะได้มาตรฐานที่สุดในโลก ๘). การเกิดขึ้นของลูกตะกร้อพลาสติกในปี พ.ศ. ๒๕๒๘ เป็นนวัตกรรมทางวัฒนธรรมการกีฬาที่ริเริ่ม คิดขึ้นโดยคนไทย ผลิตออกจ าหน่ายไปทั่วโลกโดยบริษัทตะกร้อของคนไทย ๙) กีฬาตะกร้อลอดห่วง เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นมรดกทางศิลปะวัฒนธรรมการกีฬาของประเทศไทย มีวิธีเล่น ลีลาท่าเล่น สวยงาม พลิกแพลง แสดงลักษณะไทย ยากที่ประเทศใดจะลอกเลียนแบบ

 

               ข้อค้นพบอื่น ๆ พบว่า ตะกร้อเป็นศิลปะและวัฒนธรรมที่ส าคัญยิ่งของชาติ เป็นส่วนหนึ่งใน วิถีชีวิตของสังคมไทย มีหลักฐานยืนยันความมีตัวตนของตะกร้อตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยจนถึงปัจจุบัน ที่ เป็นหนังสือและงานวิจัยกว่า ๒๔๙ เรื่อง และสื่อออนไลน์กว่า ๑,๓๓๐ เว็บไซด์ ตะกร้อมีการกระจาย ตัวและการปรากฏตัวในทุกชุมชน ทุกท้องถิ่น ทุกจังหวัดทั้ง ๗๗ จังหวัดทั่วประเทศ กลุ่มคนที่เป็น เจ้าขององค์ความรู้ตะกร้อและมีบทบาทในการส่งเสริม รักษา สร้างสรรค์ พัฒนาตะกร้อมากที่สุดใน สมัยก่อนคือสมาคมกีฬาสยาม กลุ่มผู้สืบทอดองค์ความรู้ตะกร้อที่มีบทบาทมากที่สุดในปัจจุบัน คือ สมาคมกีฬาไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และสมาคมตะกร้อแห่งประเทศไทย ตะกร้อมืชื่อเป็นภาษา ง่าย ๆ ที่เรียกกันในวงการกีฬาว่ากีฬาลูกหวาย ทักษะในการเล่นตะกร้อมีหลากหลายลูกเล่น ประกอบด้วยท่าพื้นฐาน เช่น ลูกข้างเท้าด้านใน ลูกหลังเท้า ลูกแข้ง ลูกเข่า ลูกศีรษะ ท่ากระโดด เตะ เช่น ลูกกระโดดไขว้ ลูกพับเพียบ ลูกมะนาวตัด ท่าบ่วงมือ เช่น ลูกข้างบ่วงมือ ลูกไขว้บ่วงมือ ลูกพับเพียบบ่วงมือ ลูกกระโดดไขว้บ่วงมือ ลูกแทงส้นตรงหลังบ่วงมือ ลูกตบหลังบ่วงมือ และท่า พลิกแพลง เช่น ติดหลังเท้า ติดมือ ติดศีรษะ ติดศอก ติดไหล่ ติดต้นคอ หนีบด้วยเข่าคู่ หนีบด้วย หลังเท้า หนีบด้วยขาพับ เป็นต้น ขนบธรรมเนียมที่ส าคัญของตะกร้อ คือนิยมเล่นตะกร้อเป็นการ สังสรรค์ในยามว่าง ต้องมีมารยาทในการเล่นและการดูตะกร้อ การขอร่วมวงเล่นตะกร้อต้องรอให้ ลูกตะกร้อตายตกดินก่อนและต้องร้องขอด้วยค าสุภาพ ต้องรู้จักหน้าที่และเขตรับผิดชอบในการเตะ เล่นลูก ต้องรักษาหน้าที่ด้านขวามือของตน ต้องพยายามเตะให้แม่นให้ตรงคู่ เตะลูกให้ลอย เตะด้วย ท่าทางสวยงาม และเตะได้ทนนานลูกไม่ตกดินง่าย มารยาทที่ส าคัญของตะกร้อ คือต้องเล่นเต็ม ความสามารถ เมื่อลูกตะกร้อตกพื้นผู้ที่อยู่ใกล้ลูกต้องใช้มือเก็บลูกส่งให้เพื่อนเล่น ไม่ใช้เท้าเตะลูก ตะกร้อส่งให้เพื่อน เล่นด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส แสดงออกถึงความเป็นมิตร รู้จักกล่าว สวัสดี, ขอบคุณ, ขอโทษ และ ไม่เป็นไร ไม่เล่นลูกที่อันตรายต่อฝ่ายตรงข้าม ไม่ล้อเลียน ท้าทาย ยั่วยุ คู่ แข่งขัน และไม่ถ่วงเวลาในการเล่น การถ่ายทอดองค์ความรู้ตะกร้อในสมัยก่อนเป็นการถ่ายทอดแบบ ไม่เป็นทางการ นอกระบบการศึกษา เรียนรู้กันเองจากผู้ที่มีฝีมือดีกว่า หรือลอบเรียนรู้แบบครูพักลักจ า ในปัจจุบันมีการถ่ายทอดอย่างเป็นทางการ ในระบบการศึกษา มีการสอนในโรงเรียน มีขั้นตอน การถ่ายทอดที่ทันสมัย การฝึกซ้อมตะกร้อในสมัยปัจจุบันโดยทั่วไปเป็นการเล่นและฝึกซ้อมเพื่อความ สนุกสนานเพลิดเพลิน แต่การฝึกซ้อมที่มุ่งเน้นพัฒนาฝีมือการเล่นเพื่อการแข่งขันเป็นที่นิยมกันมากขึ้น มีการใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการฝึกซ้อม ในปัจจุบันมีรายการแข่งขัน ตะกร้อหลากหลายประเภทเกิดขึ้นมากมาย มีทั้งรายการแข่งขันเพื่อนันทนาการ เพื่อพัฒนาฝีมือ เพื่อ ความเป็นเลิศ และรายการแข่งขันเพื่อเป็นอาชีพ ปัจจุบันประเทศไทยเป็นผู้น าในกีฬาตะกร้อ และเป็น แชมป์โลกกีฬาตะกร้อหลายประเภททั้งชายและหญิง ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกยอมรับว่าตะกร้อเป็นกีฬา ประจ าชาติไทย

 

               ผลการวิจัยเชิงปริมาณ ทั้งจากวิธีการสอบถามเชิงสัมภาษณ์และวิธีการส ารวจข้อมูลตะกร้อ ทางอินเตอร์เน็ต พบข้อมูลที่สอดคล้องกันว่า ในปัจจุบันมีการเล่นตะกร้อกันทั้งเพศชายและเพศหญิง มีการสอนและถ่ายทอดองค์ความรู้ตะกร้อ มีผู้สอนและผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ตะกร้อ มีสถานที่สอน และถ่ายทอดองค์ความรู้ตะกร้อ มีการฝึกซ้อมตะกร้อ มีการแข่งขันตะกร้อ กระจายไปในทุกท้องถิ่น ทุกจังหวัดทั่วประเทศ คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ ทุกรายการ ประชาชนนิยมเล่นตะกร้อในเกือบทุกจังหวัด คิดเป็นร้อยละ ๙๒.๒๑ ส่วนใหญ่นิยมเล่นในระดับปานกลาง ลักษณะของชุมชนที่นิยมเล่นตะกร้อ ส่วนใหญ่มีทั้งชุมชนชนบทและชุมชนเมือง กลุ่มวัยที่นิยมเล่นตะกร้อส่วนใหญ่อยู่ในช่วงกลุ่มวัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ วัยเด็ก และวัยสูงอายุ ประเภทตะกร้อที่นิยมเล่นตามล าดับคือ ตะกร้อวง เซปักตะกร้อ และ ตะกร้อลอดห่วง จุดมุ่งหมายของการเล่นตะกร้อส่วนใหญ่เล่นเพื่อเป็นการออกก าลังกาย เพื่อต้านยา เสพติด/ห่างไกลอบายมุข เพื่อสร้างสุขภาพ สถานที่เล่นตะกร้อในชีวิตประจ าวัน ส่วนใหญ่เล่นที่ โรงเรียน/สถานศึกษา สนามกีฬา สวนสาธารณะ ที่ว่างข้างบ้าน ที่ว่างข้างที่ท างาน ที่ว่างของวัด ริมถนน วัตถุประสงค์ของการฝึกซ้อมตะกร้อ ส่วนใหญ่ฝึกซ้อมเพื่อเป็นการออกก าลังกาย เพื่อเตรียม ทีมแข่งขัน โอกาสในการจัดการแข่งขันตะกร้อส่วนใหญ่ จัดในงานแข่งขันกีฬาท้องถิ่น งานแข่งขัน ตะกร้อประจ าปี งานกาชาด งานวัด

 

               ผลการวิจัยเกี่ยวกับบทบาทของชุมชน ภาวะวิกฤติ และแนวทางการป้องกัน ส่งเสริม รักษา ตะกร้อ พบว่าลักษณะของชมรมหรือชุมชนตะกร้อ มีทั้งแบบที่เป็นทางการ กึ่งทางการ และไม่เป็น ทางการ ชมรมหรือชุมชนตะกร้อที่เกิดจากการรวมตัวรวมกลุ่มกันเองของประชาชนของชุมชนขึ้นมา เพื่อเล่นตะกร้อหรือท ากิจกรรมเกี่ยวกับตะกร้อร่วมกัน เป็นการรวมกลุ่มกันด้วยความสมัครใจ ด้วยความสนใจ ส่วนใหญ่มีอายุการรวมตัวเล่นตะกร้อกันมายาวนาน ๑๐- ๓๐ ปี สมาชิกมีความ หลากหลายแทบทุกระดับชนชั้น ตั้งแต่นักธุรกิจเงินล้านจนถึงพนักงานเก็บขยะ วัตถุประสงค์ของการ รวมตัวเป็นชมรมชุมชนตะกร้อก็เพื่อเป็นการออกก าลังกาย พบปะเพื่อนฝูง คลายเครียด โดยใช้ตะกร้อ เป็นสื่อกลาง ส่วนใหญ่เห็นว่าตะกร้อเป็นศิลปะวัฒนธรรมประจ าชาติไทยที่ส าคัญยิ่ง มีการรวมตัวเล่น ตะกร้อกันเป็นประจ า ๓-๕ วันต่อสัปดาห์ ประเภทตะกร้อที่นิยมเล่น ส่วนใหญ่เป็นการเล่นตะกร้อวงเซปักตะกร้อ และตะกร้อลอดห่วง บทบาทที่โดดเด่นของชมรมหรือชุมชนตะกร้อคือเป็นแกนหลักใน ชุมชนที่ช่วยสงวน รักษา ฟื้นฟู และส่งเสริมตะกร้อประเภทต่าง ๆ อีกทั้งยังช่วยลดความเหลื่อมล้ าทาง สังคม ส่งเสริมความเท่าเทียมกันของคนในสังคมได้อย่างชัดเจน อุปสรรคและปัญหาของชมรมชุมชน ตะกร้อในปัจจุบันพบว่า ขาดหน่วยงานที่เป็นเจ้าภาพหลักในการสนับสนุนส่งเสริมตะกร้อ ความไม่ สะดวกเรื่องสถานที่ ขาดอุปกรณ์ประกอบการเล่นตะกร้อบางประเภท ขาดสิ่งอ านวยความสะดวกใน การเล่นตะกร้อ เช่น ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง ไม่มีรั้วกั้นบริเวณเล่นไม่ให้เกิดอันตราย ไม่มีห้องน้ าห้องส้วม ไม่มีบริเวณล้างช าระล้างร่างกาย ไม่มีที่เปลี่ยนเครื่องแต่งกาย ไม่มีที่เก็บอุปกรณ์ในการเล่น ความไม่ ปลอดภัยในการใช้สถานที่เล่นตะกร้อ มีมิจฉาชีพเข้ามาลักขโมยสิ่งของ ปัญหาการเดินทางและที่จอด รถ ขาดบุคคลากรตะกร้อที่เป็นผู้รู้ ผู้เป็นแบบอย่างในตะกร้อประเภทเก่าแก่ของไทย เช่น ตะกร้อพลิก แพลง ตะกร้อข้ามตาข่าย ตะกร้อชิงธง และตะกร้อเตะทน ภาวะวิกฤติและปัจจัยคุกคามของตะกร้อ ในปัจจุบัน พบว่าตะกร้อบางประเภทสูญหายไปแล้ว เช่นตะกร้อข้ามตาข่าย และตะกร้อชิงธง และ บางประเภทก าลังจะสูญหาย เช่นตะกร้อพลิกแพลง และตะกร้อเตะทน แนวทางการป้องกัน ส่งเสริม รักษา และพัฒนาตะกร้อ ในปัจจุบัน พบข้อเสนอแนะว่า ควรบรรจุวิชาตะกร้อประเภทเก่าแก่ต่าง ๆ ไว้ในหลักสูตรการเรียนการสอน ในระบบการศึกษาของโรงเรียนระดับชั้นต่าง ๆ ควรผลักดันให้ทุก ท้องถิ่น ทุกชุมชนก่อตั้งชมรมชุมชนตะกร้อของท้องถิ่นขึ้น ควรจัดประกวดจัดการแข่งขันตะกร้อ ประเภทต่าง ๆ โดยเฉพาะตะกร้อประเภทเก่าแก่ต่าง ๆ เช่นตะกร้อพลิกแพลง ตะกร้อข้ามตาข่าย ตะกร้อชิงธง และตะกร้อเตะทน โดยเฉพาะการจัดแข่งขันในระบบการศึกษา ควรมีการประกาศเกียรติ คุณ การให้รางวัลแก่บุคคล ชุมชน หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับตะกร้อทั้งทางด้านวัฒนธรรมและ ทางด้านกีฬา หน่วยงานรัฐวิสาหกิจหรือภาคเอกชนควรช่วยกันรับเป็นเจ้าภาพสนับสนุนส่งเสริมกีฬา ตะกร้อหนึ่งหน่วยงานหนึ่งประเภทตะกร้อ รัฐบาลควรมีมาตรการลดหย่อนภาษีให้กับบริษัท ห้างร้าน ภาคเอกชนที่น าเงินมาสนับสนุนกิจกรรมตะกร้อ ควรก าหนดกฎการใช้ลูกตะกร้อหวายได้เช่นเดียวกับ ลูกตะกร้อพลาสติกในการแข่งขันตะกร้อทุกประเภทให้มากขึ้น และรัฐบาลควรมอบหมายหน่วยงาน ของรัฐให้เป็นเจ้าภาพดูแลรับผิดชอบตะกร้อระดับประเทศที่ชัดเจน

 


ABSTARCT

               The purpose of this research is to study, ascertain, gather information of Takraw for analysis and synthetic for academic clarity and showing the identity of the Takraw as an Intangible cultural heritage of Thailand. Using 2 integrated research methods which are 1 . Qualitative research is conducted in 3 ways which are the study of document analysis, the interview Takraw ‘s teacher and professional person with seniority in Takraw, and the talking to small groups who are stakeholders with Takraw in each region in all 4 regions across the country 2 . The quantitative research is conducted in 2 ways, which are using interview questionnaire on Takraw data with the responsible person about Takraw from all 77 provinces in Thailand and surveying the Takraw data through the internet online all 77 provinces nationwide.

               Qualitative research results found new information about the Takraw that has never been seen before. It is found that 1) Takraw is one of the oldest Traditional sports in Thailand. Takraw has been played in the Sukhothai period at least 782 years ago. 2) Takraw has a longer history than sports similar to those of neighboring countries. 3) Takraw has evolved from ancient times to the present, divided into 7 categories, which are more than any countries. 4) The evolution of the Takraw began with the playing of "Circle Takraw or Takraw Wong" in ancient times, developed to be "Durable Takraw or Takraw TeThon" and "flexible Takraw or Takraw Pligplang" in the Ayutthaya period. Takraw has the most progress and development during the central Rattanakosin period. After the founding of the Siam Sport Association in the year 1927, it was discovered that Luang Mongkolman invented " Hoop Takraw or Takraw Lodhwong" in the year 1927, Mr. Yim Si Hong and the group created "Net Takraw or Takraw Khamtakhai" in the year 1929, Siam Sport Association developed "Flag Takraw or Takraw Chingthong" in the year 1932 and Thailand is the leader Initiate to persuade neighboring countries of ASEAN to join together to create a new type of Takraw is called "Sepak Takraw" 5) Thailand by Mr. Luang Sukhum Naiya Pradit Was the originator used the Takraw as a medium for relations with neighboring countries in 1957. Impelling until Takraw became the demonstration sport of the first SEAP Games in 1959. 6) The name "Sepak Takraw" originated in 1960 (not in 1965) . 7) The rattan Takraw ball of Thailand is a high level of wickerwork that uses 6 rattan lines (not 10- 12 lines), its form beautiful, strong, durable, the size and appearance are the most standard in the world. 8) The emergence of plastic Takraw ball in the year 1985 is an innovation in sports culture, initiated by Thai people. Manufactured and distributed worldwide by the Thai ‘s Takraw Company. 9) “Hoop Takraw or Takraw Lodhwong” is an example of Thailand's cultural, artistic, and sport heritage that has a graceful posture, showing a Thai style, difficult for any country to emulate.

              Other findings have shown that Takraw is an important art and culture of the nation. It’s part of the way of life of Thai society. There is evidence to confirm the existence of the Takraw from the Sukhothai period to the present. Which is a book and research in over 2 4 9 topics and online media of more than 1 ,3 0 3 website concerning Takraw has spread and appeared in every community, every locality, in all 7 7 provinces nationwide. The people who are the owner of the Takraw knowledge and have the most roles in promoting, maintaining, creating and developing the Takraw in the past are the Siam Sports Association. The most successful group of Takraw knowledge successors today Is the Thai Sport Association under the royal patronage and the Takraw Association of Thailand. Takraw is a simple language known in the sport as “Kila Look Hwai” (Rattan ball sports). There are many skills in playing Takraw. Consists of basic skills; such as the inside of the foot, the Instep of the foot, the shin, the knee, the head, jump and kick skills; such as jump over and cross feet kick, jump over and squat kick, Lemon Cutting kick, hand snare skills; such as side kick and hand snare, cross feet kick and hand snare, squat kick and hand snare, Jump over cross feet kick and hand snare, Heel ball in the back and hand snare, Slapped with the soles of the back and hand snare, and fineness & flexible skills; such as stuck on the back of the foot, stuck on the back of the hand, stuck on the head, stuck on the elbow, stuck on the shoulder, stuck on the neck, clamped with a double knees, clamped with the instep, clamping with the folded legs, etc. An important tradition of the Takraw such as its popular to play Takraw as a unification in his free time. Must have manners for playing and watching the Takraw such as when request to join to play the Takraw must wait for the ball to die and must request in politely, know the duties and responsibilities of the ball kicking, maintain his right hand side, try to kick the ball accurately, match the kicking ball with your partner, float the ball in a beautiful manner and able to kick for a long time, the ball doesn't easily fall. The important manners of the Takraw is having to play to the fullest ability, when the ball taked down on the floor those close to him must use the hand to keep the ball to play with friends, do not kick the ball send to friends, play with a cheerful smile, show friendliness, say hello, thank you, apologize and that's okay, don't play a ball that is dangerous to your opponent, don't tease, challenge, taunt competitors and don't delay the game. The transfer of Takraw knowledge in the old days was an informal transfer. Non-formal education Learn yourself from people with better skills or secretly learning like secretly remember and took to play. At present, there is an official knowledge transfer in the education system, there is teaching in the school, there is a modern relay process. Takraw practice in modern times is generally played and practiced for fun. But practice drills that focus on improving playing skills for competition are becoming more popular. Sports science and technology are used to help with training. Currently, there are many types of Takraw competitions occurring. There are competing programs for recreation. To develop skills for excellence, and competitions for a career as professional Takraw. At present, Thailand is a leader in takraw of the world, Thailand ‘s Takraw team is the world champion in many types of Takraw, both men and women. Countries around the world agree that Takraw is a national sport of Thailand.

               Quantitative research results Both from interview questionnaires and internet survey methods found the corresponding data. At present, there are playing Takraw both male and female, there are teaching and transferring knowledge of Takraw, there are teachers and knowledge transfer takraw, there are many places to teach and transfer the knowledge of Takraw, there are Takraw training, there are Takraw competition distributed in every locality, all provinces nationwide, 100% in all items. People like to play Takraw in almost every province, or 92.2%. Most of them play at a moderate level. The characteristics of the community that are popular in playing Takraw, most of them have both rural and urban communities. The most popular age groups playing Takraw are in the adolescents, adults, children and the elderly. The most popular type of Takraw are the "Circle Takraw or Takraw Wong”, "Sepak Takraw", and "Hoop Takraw or Takraw Lodhwong". The purpose of playing Takraw is to play as an exercise. To fight against drugs / stay away from Misery, to create health. Takraw playing place in daily life, most of them play at schools / institutions, sports fields, parks, vacant areas beside the house, space next to work, space of the roadside, space in the temple. The purpose of the Takraw practice, mostly practicing as an exercise, and to prepare the competition team. Most opportunities to organize Takraw competitions, organized in a local sporting event, annual Takraw competition, Red Cross fair, and Temple festival.

               The results of the research on the role of community, the crisis and the guidelines for prevention, promotion and treatment of Takraw, found that the characteristics of the Takraw club or community there are both formal, semi-formal and informal. Takraw clubs or communities that are formed by the grouping of the people of the community in order to play Takraw or do Takraw activities together it is a voluntary grouping of interest. Takraw clubs or communities ‘s ages have been playing Takraw for 10-30 years. The members are diverse in almost every social class, from million businessmen to garbage collectors. The purpose of joining the Takraw Community Club is to exercise, meet friends, relieve stress by using Takraw as a medium. Most of the thought that Takraw is an important national cultural & art of Thai. There are regular playing Takraw 3-5 days a week. The popular Takraw type, most of them are the Circle Takraw, Sepak Takraw and Hoop Takraw. The outstanding role of the Takraw club or community is to be the backbone in the community that helps, preserve, rehabilitate and promote different types of Takraw as well as to reduce social inequality, clearly promote the equality of people in society. Obstacles and problems of the Takraw community club at present are lack of agencies that are the main host to support the Takraw, location inconvenience, lacking some types of Takraw equipment, lack of facilities to play Takraw such as no electricity. There is no fence to prevent danger from playing. No toilet, no wash area, no place to change clothes, no storage device to play. Unsafe use of the Takraw playing area with criminals stealing things. Inconvenience travel and parking issues, lacking knowledge Takraw personnel who are role models in the old type of Takraw in Thailand, such as "flexible Takraw or Takraw Pligplang" , " Net Takraw or Takraw Khamtakhai" , " Flag Takraw or Takraw Chingthong" and "Durable Takraw or Takwra TeThon". Crisis and current threat factors of Takraw Found that some types of Takraw have been lost such as "Net Takraw or Takraw Khamtakhai" and "Flag Takraw or Takraw Chingthong", and some types are about to disappear such as the "Flexible Takraw or Takraw Pligplang" and "Durable Takraw or Takwra TeThon" . Current guidelines for prevention, treatment and development of Takraw are found. Various types of Takraw subjects should be placed in the curriculum in the educational system of different levels of schools should push for every locality every community. Established a local Takraw community club. There should be a contest to organize different types of Takraw competition, especially old types of Takraw such as "Flexible Takraw or Takraw Pligplang", "Net Takraw or Takraw Khamtakhai" , " Flag Takraw or Takraw Chingthong" and " Durable Takraw or Takwra TeThon". Especially organizing the Takraw competitions in the education system. The honor should be announced Rewarding individuals, communities, and people with Takraw both cultural and sport aspects. The state enterprises or the private sector should help each other to be a host, support, and promote the Takraw. The government should have a tax deduction measure for companies, private stores that use the money to support the Takraw activities. The rules for using the rattan Takraw ball should be the same as the plastic Takraw ball in all types of Takraw competition. And the government should designate a government agency to be responsible for Takraw in national level clearly.


icon pdf thdownload