Print

วัฒนธรรมกริช

เรื่อง              : วัฒนธรรมกริช

Title             :  The Kris’s culture of the southern Thailand

ผู้วิจัย            : นายบุญเลิศ จันทระ                       

ปีงบประมาณ   : 2555 

บทคัดย่อ

           การศึกษา เรื่องวัฒนธรรมกริชของชาวใต้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อ ศึกษาวัฒนธรรมการใช้ และวัฒนธรรมการผลิต ผู้ศึกษา ใช้วิธีการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ และการวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วม (Participated Action Research) โดยนำวิธีการศึกษาทั้ง ๒ รูปแบบมาใช้ผสมผสานกัน เพื่อค้นคว้าหาคำตอบ วัฒนธรรมการใช้กริช และวัฒนธรรมการผลิตกริช โดยเฉพาะในส่วนของวัฒนธรรมการผลิต ผู้ศึกษามีเป้าหมายต้องการศึกษาวัฒนธรรมการผลิตกริชด้วยวิธีแบบโบราณผ่านกระบวนการฝึกช่างกริชให้เกิดขึ้นในภาคใต้เพื่อสืบทอดวัฒนธรรมแขนงนี้ให้อยู่คู่กับสังคมไทย ต่อไป

 

จากการศึกษา พบว่า วัฒนธรรมการใช้ กริชเป็นอาวุธที่กำเนิดขึ้นบนเกาะชวามีหลักฐานเก่าแก่ที่สุดในเทวะสถานพราหมณ์ที่สุกุ (CandiSukuh) ห่างจากเมืองสุรากาตาในปัจจุบันไปทางตะวันออก ๒๖ ไมล์ จากหลักฐานทางโบราณคดีสันนิษฐานว่า กริชเกิดขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๕ - ๑๖ ดังนั้น อาวุธชนิดนี้จึงมีอายุเกือบพันปี จากกริชยุคแรกที่มีชื่อว่า “กริชปโสปติ” ค่อยๆ พัฒนารูปแบบ เติมเต็มคุณค่าความหมายอย่างซับซ้อน ผ่านกาลเวลาที่ยาวนาน และแพร่กระจายไปทั่วคาบสมุทรมลายู เมื่อหยั่งรากลงในพื้นที่ใด กริชจะค่อยๆ พัฒนารูปแบบและความหมายตามรสนิยม จริตและจารีตของผู้คนซึ่งถูกหลอมสร้างจากคลื่นใหญ่ทางศาสนา อันได้แก่ ศาสนาพราหมณ์ - ฮินดู ศาสนาพุทธ และศาสนาอิสลาม  เมื่อศาสนาเหล่านั้นมีความเจริญรุ่งเรืองในพื้นที่ใดจะส่งผลต่อคุณค่า ความหมาย ความเชื่อ และรูปลักษณ์ของกริชอย่างมีนัยสำคัญ ลักษณะดังกล่าวได้ก่อกำเนิดสกุลช่างกริชอย่างหลากหลายผ่านการจำแนกในด้านรูปลักษณ์ ในการศึกษาครั้งนี้สามารถจำแนกกริชที่พบและใช้กันในภาคใต้ของประเทศไทยออกเป็น ๑๐ สายสกุลช่าง ได้แก่ กริชมัชปาหิต กริชซุนดัง กริชชวา กริชบาหลี กริชสุมาตรา กริชบูกิส กริชคาบสมุทรตอนเหนือ กริชปัตตานีกริชสงขลา – นครศรีธรรมราช (หัวเงิน) และกริชแบบอยุธยา

วัฒนธรรมกริช เข้ามายังภาคใต้ของไทยโดยผ่านความรุ่งเรืองของศาสนาพราหมณ์ - ฮินดู ในยุคอาณาจักรศรีวิชัย และอาณาจักรมัชปาหิต ก่อนที่ศาสนาอิสลามจะเข้ามายังดินแดนแห่งนี้ จากการศึกษา พบว่า กริชที่ใช้ในภาคใต้ยุคแรกเป็นกริชที่มีรูปแบบซึ่งใช้ร่วมกันทั่วไปในคาบสมุทรมลายู อันได้แก่ รูปแบบกริชที่ได้รับอิทธิพลจากศาสนาพราหมณ์ – ฮินดูเมื่อวัฒนธรรมกริชซึ่งมีรูปแบบที่ได้รับอิทธิพลจากคติทางด้านศาสนาพราหมณ์ - ฮินดู มีการพัฒนาขึ้นในท้องถิ่นจึงกำเนิดกริชแบบปัตตานี (ตะหยง) กริชแบบสงขลา – นครศรีธรรมราช (หัวเงิน) และกริชแบบอยุธยา ภายหลังเมื่อศาสนาอิสลามเข้ามายังดินแดนแห่งนี้รูปแบบกริชจึงค่อยๆ พัฒนาสอดรับกับคติทางด้านศาสนาอิสลาม จึงมีตาและฝักกริชเป็นของสกุลช่างปัตตานี แต่หัวเป็นของสกุลช่างบูกิส เช่น กริชหัวลูกไก่ และกริชหัวจิ้งเหลน อย่างไรก็ตามยังคงมีกริชดั้งเดิมแบบหัวพระไภรวะทั้งแบบนกพังกะตัวผู้และนกพังกะตัวเมียที่คนในท้องถิ่นใช้รวมกันอยู่

วัฒนธรรมการผลิตกริชในภาคใต้ของไทย สามารถแบ่งออกได้เป็นสามยุคกว้างๆ ได้แก่ ยุคแรกในช่วงก่อนปี พ.ศ. ๒๔๕๐  ช่างในภาคใต้ของไทยสามารถผลิตกริชขึ้นใช้เองได้ทุกรูปแบบขึ้นอยู่กับรสนิยมและคตินิยมของผู้ใช้ ยุคที่สอง การผลิตกริชตกอยู่ในภาวะที่เรียกว่า เพียงสามารถซ่อมแซมกริชเก่าในช่วง ๕๐ ปีแรก และช่างตีกริชหมดไปจากประเทศไทยโดยสิ้นเชิงในช่วง ๕๐ ปีหลัง แต่ก็ยังมีการซ่อมแซมเล็กน้อย คือ ซ่อมฝักและทำด้ามทดแทนของเก่า  ซึ่งในยุคนี้เป็นการซ่อมเป็นไปตามความถนัดของตนเองไม่ได้คำนึงถึงจารีตของรูปแบบกริชใดๆ  ช่วงเวลาดังกล่าวตกอยู่ในช่วงปี พ.ศ. ๒๔๕๐ - ๒๕๕๐ และในยุคที่สามช่วงปี พ.ศ. ๒๕๕๐ - ปัจจุบัน โดยเฉพาะภายหลังจากเสร็จสิ้นโครงการวิจัยนี้ ที่มีเป้าหมายเพื่อการผลิตช่างกริชที่มีคุณภาพให้เป็นผู้สืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของชาติแขนงนี้สืบไป สามารถผลิตช่างกริชที่มีคุณภาพได้จำนวน ๑๑ คน และในปัจจุบันสามารถกล่าวได้ว่า ภาคใต้ของไทยเป็นแหล่งผลิตกริชที่มีคุณภาพได้ทุกสายสกุลช่าง โดยเฉพาะกริชหัวเงิน (สกุลช่างสงขลา - นครศรีธรรมราช) ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของกริชสายสกุลนี้    

ในส่วนของวัฒนธรรมการใช้ มีพัฒนาการล้อกับห้วงเวลาของวัฒนธรรมการผลิต ซึ่งดั้งเดิมกริชมีบทบาทสำคัญในวิถีชีวิตของผู้คนในภาคใต้ตอนล่างและเขตรอยต่อทางวัฒนธรรมของภาคใต้ตอนบน โดยมีบทบาทสำคัญในอดีต คือ มีบทบาทใช้เป็นอาวุธป้องกันตัวจากภัยต่างๆ ทั้งจากมนุษย์และพลังที่อยู่เหนือธรรมชาติที่เป็นฝ่ายร้าย มีบทบาทเป็นเครื่องมือแสดงความเคารพต่อธรรมชาติหรือพลังที่อยู่เหนือธรรมชาติอันเป็นฝ่ายดี มีบทบาทเป็นสัญลักษณ์แสดงความสำคัญของผู้ใช้ และมีบทบาทในฐานะตัวแทนของสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือเทพเจ้า และในปัจจุบันกริชยังคงมีบทบาทสำคัญในพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวภาคใต้ และนอกจากนี้ กริชได้กลายเป็นสินค้าเพื่อตอบสนองรสนิยมของนักสะสมของเก่า ทั้งในกลุ่มผู้บริโภคความหมายและคุณค่าของกริชทั้งยังรวมถึงการตอบสนองความต้องการของกลุ่มคนที่หลงใหลในมูลค่าในฐานะนักสะสมของเก่าเป็นงานอดิเรก และหากได้ราคาที่ต้องการก็พร้อมจะแลกเปลี่ยน  

 

กริชเป็นวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานในคาบสมุทรมลายู เป็นวัฒนธรรมที่ใช้ร่วมกันของคนหลายกลุ่มทางศาสนาและชาติพันธุ์ จึงส่งผลให้วัฒนธรรมกริชมีพลวัตความเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านรูปลักษณ์และความหมายที่แสดงให้เห็นวัฒนธรรมร่วมของผู้คนที่แตกต่างในคาบสมุทรมลายูอย่างลงตัวบนความหลากหลาย.

 


ABSTARCT

This research examines the Kris’s culture of the southern Thailand. The study is based on the culture of using and product the Kris. This study used a qualitative approach and participated action approach. 

         It was found that Kris is presumably created in Java island, with the earliest trace found in Brahm places of worship in CandiSukuh, 26 miles away from the city which is currently known as Surakarta. It is suggested by archaeological assumptions that Kris was created in 15-16 B.C. Thus, this weapon has been known for almost a thousand years. Kris in its initial emergence was known as “Pasopati Kris”. Then, its shapes has been developed, adding values and meaning to the shapes and patterns of Kris. When the time passed, Kris extended to every corner of Malayu peninsula. Kris was brought into different places in the Southern Thailand and its shapes and meanings were gradually developed, according to the people’s taste, manners, and norms of the people which were influenced from the influential religions at that time (i.e. Brahm-Hindu, Buddhism and Islam). These religions thrived in this region and influenced significantly to people’s values, manners, believes and images of Kris. This is how Kris craftsmen emerged, in relation to its shapes. This study classifies Kris found and used in the Southern Thailand into 10 groups of classifiable craftsmen, i.e. Majapahit Kris, Sunda Kris, Java Kris, Bali Kris, Sumatra Kris, Bugis Kris, Northern peninsula Kris, Pattani Kris, Songkhla-Nakorn Kris (silver-hilt Kris) and Ayutthaya Kris. 

          Kris culture was brought into the Southern Thailand during the prosperity of Brahm-Hindu in the reign of Srivijaya and Majapahitprior to the introduction of Islam. This study found that Kris initially used in this region is the one which is commonly used in Malayu peninsula. They are Kris that were influenced by Brahm and Hindu. Kris culture is assumed to be formed by principles of Brahm-Hindu that thrived in the region and generated different forms of Kris, e.g. Pattani Kris, Songkhla-Nakorn Sri Thammarat Kris (Silver hilt) and Ayutthaya Kris. Later, Islam was introduced into this area and emerged the Kris that aligned with the tradition of Islam. That is, Kris with eyes and case which can be recognized as Pattani craftsmen’s but the hilt can be recognized as the ones thatwere produced by Bugiscraftsmen, e.g. chick-headed Kris and lizard-headed Kris. However, among the emergence of new forms of Kris, i.e. the traditional Kris with Bhairava(Siva Avatar)hilt(both male(Tayong) and female(Jortang) birds of paradise-headed Kris), which were used by the locals.

 

Kris production in the southern Thailand can be broadly divided into three main periods: prior to 2450 BC, first 50 years after the emergence (2450-2500 BC) and from 2550 BE until now. In the year prior to 2450 BC, the craftsmen in the Southern Thailand produced all forms of Kris that were used by people in this area and they were influenced by these people’s taste and traditions. The second period fall into 2450 B.B. – 2500 B.B. in which people mainly repaired Kris that were produced in the earlier 50 years. It can be said that Kris production was no more active in this area in the second period; there was no production of new Kris and people only repaired Kris that were produced earlier. For instance, its cases and handles were repaired and replaced. The repair and replacement in this period can be described as not very neat ones. The repair was conducted with no any specialization. In the later years, (2500 BB until now), especially after this research which aims to enhance the production of new quality Kris and transfers this inherited knowledge to the people of next generation. It can currently be said that all kinds of quality Kris have been produced in the southern Thailand, especially Songkhla-Nakorn Kris (which was originally made in this area).

 

Relation to the application of Kris in this region, the cultural use of Kris has been developed and seems to align to the periods of human’s production culture. Initially, Kris had a significant role in ways of life of the people in this area and other regions. It was used as a weapon against other human beings and the devil supernatural power, a tool to demonstrate respect to the mother-nature and the good supernatural power, a symbol of the roles of the holders, and a representative of the holiness and gods. Currently, Kris still has an important role in the Thai southerners’ holy ceremonies. Moreover, Kris has become a goods that was interested by people, who appreciate the meanings and values of Kris and those collectors who collect Kris as their hobby and exchanged them if the values meet their needs.

Kris has long been inherited to people in the Malayu Peninsula. It has been used and shared by people of various religions and races. This has led Kris culture to be dynamic and changing both in shapes and meanings. This can also demonstrate that Kris culture has been perfectly shared by people of diverse backgrounds, i.e. different religions.


icon pdf thdownload (81.9 MB)