Print

“ประเพณีและเทศกาลสำคัญ” เนื่องในวันมาฆบูชา : ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ

“ประเพณีและเทศกาลสำคัญ” เนื่องในวันมาฆบูชา : ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ

ประเพณีมาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุ นครศรีธรรมราช หรือประเพณีแห่ผ้าพระบฏ (ผ้าที่ใช้บูชาพระพุทธเจ้า) เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ครั้งบรรพชนของคนไทยสยามที่อยู่ในอาณาจักรศรีธรรมราชมหานคร ซึ่งในศิลาจารึกปรากฏชื่อว่า ศรีธรรมราช ดังข้อความว่า “สังฆราชปราชญ์เรียนจบปิฎกไตรหลวกกว่าปู่ครูทั้งหลายในเมืองนี้ทุกคนลุกแต่ศรีธรรมราชมา” การที่ชื่อประเพณีเรียกอย่างนี้เพราะการปฏิบัติบูชาเช่นนี้ในขณะนั้นมีในดินแดนไทยภาคใต้ราว พ.ศ. ๑๗๐๐ เศษ มีเพียงที่เดียว คือที่ศูนย์กลางการปกครองของศรีธรรมราชมหานครหรือเมือง ๑๒ นักษัตร คือที่ที่มีองค์พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราชประดิษฐานอยู่ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญอยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราชจนปัจจุบัน

การเริ่มต้นของประเพณีมาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุนครศรีธรรมราช หรือที่ชาวนครศรีธรรมราชและชาวไทยภาคใต้โดยทั่วไปเรียกว่า “แห่ผ้าขึ้นธาตุ” นั้น มีความเป็นมาคือ เมื่อสมัยของพระเจ้าจันทรภาณุ
ศรีธรรมาโศกราช ราว พ.ศ. ๑๗๐๐ เศษ มีผ้าผืนยาวที่วาดเรื่องราวพระพุทธเจ้าลอยมาติดริมฝั่งชายทะเลปากพนัง ซึ่งอยู่ในเขตศรีธรรมราชมหานคร ชาวปากพนังในขณะนั้นเห็นว่าเป็นผ้าสำคัญจึงช่วยกันอัญเชิญ
ไปถวายพระเจ้าจันทรภาณุศรีธรรมาโศกราช ซึ่งประทับที่ราชวังในตัวเมืองนครศรีธรรมราชปัจจุบัน พระเจ้าจันทรภาณุศรีธรรมาโศกราชทรงเห็นว่าเป็นผ้าสำคัญทางพระพุทธศาสนา จึงรับสั่งให้ซักให้สะอาดแล้วตากให้แห้งในท้องพระโรง ต่อมามีผู้พบคนแต่งตัวชุดขาวจำนวนหนึ่งบริเวณบ้านปากนํ้านครและปากพญา และได้พาคนเหล่านี้เข้าเฝ้าพระเจ้าจันทรภาณุศรีธรรมาโศกราช หัวหน้าผู้ที่มาจากแดนไกลได้ทูลว่าเป็นชาวเมืองอินทรปัตถ์อัญเชิญผ้าพระบฏ (ผ้าที่วาดรูปพระพุทธเจ้าหรือเรื่องราวพระพุทธเจ้า) ลงเรือมาหมายจะอัญเชิญไปบูชาพระบรมธาตุเจดีย์ที่ลังกา แต่เรือถูกพายุพัดล่มจมลง บริวารที่มาด้วยกันส่วนมากจมนํ้าเสียชีวิต ส่วนน้อยรอดชีวิตขึ้นฝั่งที่ปากนครและปากพญา เมื่อหัวหน้าคนแต่งชุดขาวได้เห็นผ้าพระบฏที่ชาวปากพนังได้นำไปถวายพระเจ้าจันทรภาณุศรีธรรมาโศกราชก็รํ่าไห้ และทูลว่าผ้าผืนนี้ที่ตนและบริวารได้อัญเชิญลงเรือมา

ครั้นวันเพ็ญเดือนหกถึงวันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาพระเจ้าจันทรภาณุศรีธรรมาโศกราชทรงจัดสมโภชพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราชและให้แห่แหนผ้าพระบฏรอบเมือง แล้วอัญเชิญขึ้นห่มรอบองค์พระบรมธาตุเจดีย์เป็นการบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า การบูชาด้วยการแห่ผ้าพระบฏขึ้นองค์พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช จึงมีมาตั้งแต่บัดนั้นจนถึงปัจจุบันนี้ แต่การแห่ผ้าพระบฏห่มองค์พระบรมธาตุหรือแห่ผ้าขึ้นธาตุครั้งใหญ่นี้ ต่อมาเปลี่ยนเป็นเนื่องในวันมาฆบูชาหรือวันเพ็ญเดือนสาม เรียกกันเป็นทางการว่า ประเพณีมาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุ การปรับเปลี่ยนวันแห่ผ้าขึ้นธาตุหรือผ้าพระบฏนี้เชื่อกันว่าเพราะต้องการให้ชาวศรีธรรมราชมหานครในสมัยนั้น ซึ่งมีตั้งแต่ประจวบคีรีขันธ์ลงไปถึงสุดปลายคาบสมุทรสยาม-มลายูได้เดินทางไปสักการบูชาพระบรมธาตุเจดีย์นคร ฯ ได้สะดวกยิ่งขึ้น เพราะเดือนหกฝนตกมาก เดือนสามฝนไม่ตกเป็นฤดูร้อน การเดินทางสะดวกกว่า อย่างไรก็ตาม การแห่ผ้าขึ้นธาตุหรือแห่ผ้าพระบฏของชาวไทยภาคใต้ (ทั้งสยามและไทกลุ่มอื่น ๆ) ที่แห่กันในวันวิสาขบูชาและวันอื่น ๆ ก็ยังมีอยู่ตลอดทั้งปีแต่การแห่ผ้าขึ้นธาตุที่มีคนมากและให้ความสำคัญมาก คือ วันมาฆบูชาและวันวิสาขบูชา บ้างก็เรียกว่า ประเพณีมาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุและประเพณีวิสาขบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุ ผ้าพระบฏหรือผ้าขึ้นธาตุที่แห่นั้น ถ้าเป็นของส่วนรวม คือ ผ้าพระบฏผืนที่ชาวปากพนังอัญเชิญไปถวายพระเจ้าจันทรภาณุศรีธรรมาโศกราช ในส่วนของราษฎรโดยทั่วไปก็จัดหาผ้ากันเองอย่างที่สืบทอดมาถึงปัจจุบัน

แม้เวลาผ่านไปนานมากแล้ว แต่การปฏิบัติดังกล่าวนี้ก็อยู่ในวิถีชีวิตของลูกหลานชาวเมืองศรีธรรมราชมหานคร หรือเมือง ๑๒ นักษัตร คือ เมืองกลันตัน ปาหัง ไทรบุรี สายบุรี ปัตตานี พัทลุง ตรัง บันทายสมอสระอุเลาตะกั่วป่า ถลาง ชุมพร และกระบุรี จึงกลายเป็นประเพณีสำคัญเรียกกันมาว่า ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ ด้วยเวลาที่ผ่านไปยาวนาน ผ้าพระบฏดั้งเดิมก็ขาดหายถูกทำลายด้วยกาลเวลา ดังนั้น ชาวเมืองนครศรีธรรมราชและชาวไทยภาคใต้จึงแห่ผ้าขึ้นธาตุด้วยการจัดทำผ้าพระบฏกันขึ้นมาเอง บ้างก็สีขาววาดเรื่องราวพระพุทธเจ้า บ้างก็สีเหลืองและสีแดงก็มี ทั้งนี้ จุดประสงค์สำคัญคือ การได้นำผ้าขึ้นห่มบูชา
องค์พระบรมธาตุเจดีย์นคร ฯ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๓๐ หน่วยงานราชการก็ทำหนังสือกราบทูลขอผ้าพระบฏพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
พระองค์พระราชทานมาและชาวนครศรีธรรมราช ชาวใต้ และชาวไทยจากต่างจังหวัดภาคอื่น ๆ ก็ได้ร่วมกันอัญเชิญแห่ขึ้นห่มองค์พระบรมธาตุนครศรีธรรมราชในวันมาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุหรือประเพณีมาฆบูชา
แห่ผ้าขึ้นธาตุ ต่อมาชาวนครศรีธรรมราชก็ได้กราบทูลขอผ้าพระบฏพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี จึงนับได้ว่าเป็นสิริมงคลยิ่งแก่ชาวนครศรีธรรมราช ชาวไทยภาคใต้ ชาวไทยและเหล่าพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุนครศรีธรรมราชต่อมาได้ดำเนินการให้สัมพันธ์กับประเทศอื่นที่นับถือศาสนาพุทธ จึงเชิญให้ประเทศดังกล่าวมาร่วมแสดงผ้าพระบฏของแต่ละประเทศและนิมนต์พระภิกษุจากต่างประเทศมาร่วมในพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาด้วย และเรียกชื่อประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุแต่เดิมเป็น
“ประเพณีมาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุนานาชาติที่เมืองนครศรีธรรมราช” ประเทศที่เข้าร่วมนำผ้าพระบฏมาแสดงและพระภิกษุมาร่วมในพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ ศรีลังกา อินเดีย พม่า ลาว กัมพูชา มาเลเซีย ธิเบต เนปาล ญี่ปุ่น และจีน ประเพณีมาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุหรือแห่ผ้าพระบฏในปัจจุบัน จึงกลายเป็นประเพณีนานาชาติ มิได้จำกัดอยู่เฉพาะในกลุ่มคนไทยและประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงเท่านั้น แต่ได้ขยายวงกว้างออกไปในกลุ่มประเทศเอเชียแทบทั้งหมด จึงนับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ทางพระพุทธศาสนาของชาวเอเชีย โดยมีพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช ประเทศไทย เป็นศูนย์กลาง การหลอมใจของชาวเอเชียให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้เช่นนี้ นับว่าเป็นภูมิปัญญาสำคัญยิ่ง เพราะความรักความสามัคคีความสัมพันธ์ที่ดีจะเกิดขึ้นในกลุ่มประเทศที่มาร่วมกันในประเพณีแห่ผ้าพระบฏนานาชาติที่นครศรีธรรมราช หรือแห่ผ้าขึ้นธาตุ (เมืองนคร ฯ) ดังกล่าวนี้

makabucha (2) makabucha (7)

 

การปฏิบัติประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุหรือแห่ผ้าพระบฏนั้นยังปฏิบัติกันอยู่อย่างเข้มแข็งเพราะเมื่อถึงวันดังกล่าวนี้จะมีผู้คนหลั่งไหลไปที่วัดพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช(วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารนครศรีธรรมราช) แน่นขนัดไปทั้งวัดและล้นออกมานอกวัด ในการแห่ผ้าจะมีผู้คนเข้าร่วมขบวนแห่จำนวนมาก และมีหน่วยงานราชการ บริษัท ห้างร้านจำนวนมาก ทำผ้าพระบฏเข้าร่วมในขบวนมีความยาวหลายกิโลเมตร เริ่มต้นการแห่ที่หน้าศาลาประดู่หก ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามสนามหน้าเมืองนครศรีธรรมราช ในการแห่จะมีผ้าพระบฏพระราชทานเป็นประธาน และมีผ้าพระบฏของหน่วยต่าง ๆ ทั้งที่มีวาดเรื่องราวพระพุทธเจ้าและไม่มี หลากสีทั้งสีขาว สีเหลืองและสีแดง เข้าร่วมขบวนแห่ ก่อนถึงวันแห่จะมีการจัดสมโภชผ้าพระราชทานก่อนโดยจัดสมโภชที่อำเภอปากพนัง เพราะเป็นสถานที่พบผ้าพระบฏผืนแรกในสมัยของพระเจ้าจันทรภาณุศรีธรรมาโศกราช รุ่งเช้าอัญเชิญมาที่นครศรีธรรมราช เมื่อหลายปีก่อนอัญเชิญตั้งไว้ศาลาประดู่หก ต่อมาอัญเชิญไปตั้งไว้ที่สวนสาธารณะศรีธรรมาโศกราชเพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้บูชา ตอนเย็นถึงคํ่ามีการทำพิธีทางพระพุทธศาสนาอีกครั้งหนึ่ง รุ่งขึ้นเช้าถึงวันมาฆบูชาก็อัญเชิญออกแห่ไปสู่วัดพระบรมธาตุนครศรีธรรมราชดังกล่าวแล้ว ก่อนถึงวันมาฆบูชาจะมีการกวนข้าวยาคู (ชาวไทยภาคใต้เรียก ข้าวยาโค) หรือข้าวมธุปายาสเพื่อเป็นพุทธบูชา ในการกวนข้าวยาคูหรือข้าวมธุปายาสนั้นกวนที่ด้านทิศเหนือขององค์พระบรมธาตุ ฯ ใกล้กับรอยพระพุทธบาท พิธีกวนข้าวยาคู (ยาโค) หรือมธุปายาส จะเริ่มตั้งแต่ตอนบ่ายของวันก่อนวันรุ่งขึ้นเป็นวันมาฆบูชา ทั้งนี้ เพื่อรำลึกถึงการกวนข้าวมธุปายาสของนางสุชาดาที่กวนข้าวมธุปายาสถวายแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อครั้งพุทธกาลและส่งผลให้พระพุทธเจ้าตรัสรู้ในช่วงเวลาใกล้รุ่งของวันต่อมา ที่สำคัญคือเสมือนหนึ่งเป็นการปฏิบัติบูชาต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอันเนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาข้าวมธุปายาสดังกล่าวนี้จะแจกจ่ายให้แก่ผู้ไปร่วมในประเพณีมาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุ ผู้ที่ได้รับก็มักจะบริจาคปัจจัยเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา การกวนข้าวมธุปายาสซึ่งถือว่าเป็นอาหารอายุวัฒนะนั้น นอกจากจะกวนกันในวัดพระบรมธาตุนครศรีธรรมราชแล้ว ยังมีการกวนกันที่วัดต่าง ๆ และที่สวนสาธารณะศรีธรรมาโศกราชด้วย เพราะต้องการกระจายบุญกุศลให้ทั่วถึงกันนั่นเอง

ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุหรือมาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุนครศรีธรรมราช หรือแห่ผ้าขึ้นธาตุนานาชาติเมืองนครศรีธรรมราช นับวันจะมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามามากขึ้นตามลำดับ เพราะชาวพุทธทั่วโลกส่วนใหญ่รู้จัก
พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช อันเนื่องจากการจัดประเพณีที่มีความกว้างใหญ่มากขึ้น ขยายขอบเขตการดำเนินการไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงและชาวต่างประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนา อีกทั้งอยู่ระหว่างการขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้ว ประกอบกับการสื่อสารที่ทันสมัยรวดเร็วและการไปมาสะดวกกว่าสมัยก่อน จึงทำให้ตัวเมืองนครศรีธรรมราชในวันดังกล่าวคลาคลํ่าไปด้วยผู้คนจากที่ต่าง ๆ ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ รวมถึงมีการถ่ายทอดทางวิทยุโทรทัศน์และสื่อโซเชียลมีเดีย จึงทำให้การรับรู้เรื่องประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุที่นครศรีธรรมราชมีมากขึ้นและขยายวงกว้างไปทั่วประเทศและทั่วโลก

ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ ได้รับการขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๗

 

เอกสารอ้างอิง

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. (๒๕๖๐). แนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรมและงานเทศกาล.

กรุงเทพ ฯ : สถาบันวัฒนธรรมศึกษา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. 

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. (๒๕๖๒). มรดกวัฒนธรรมภาคใต้. กรุงเทพ ฯ : สถาบันวัฒนธรรมศึกษา

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม.