Print

“ประเพณีและเทศกาลสำคัญ” เนื่องในวันมาฆบูชา : ประเพณีแห่มาลัยข้าวตอกในเทศกาลวันมาฆบูชา จังหวัดยโสธร

“ประเพณีและเทศกาลสำคัญ” เนื่องในวันมาฆบูชา :

ประเพณีแห่มาลัยข้าวตอกในเทศกาลวันมาฆบูชา จังหวัดยโสธร

ในพระพุทธศาสนาได้แบ่งการบูชาออกเป็น ๒ ประเภท คือ ประเภทที่เป็นวัตถุสิ่งของเรียกว่า อามิสบูชา และการบูชาด้วยการปฏิบัติเรียกว่า ปฏิบัติบูชา การบูชาด้วยวัตถุสิ่งของ ส่วนใหญ่จะเป็นปัจจัย ๔ และข้าวตอก ดอกไม้ ธูป เทียน พุทธบริษัทที่มีความเลื่อมใสศรัทธาต่อพุทธศาสนาจะทำการบูชาพระรัตนตรัยในวาระต่าง ๆ จะนึกถึงวัตถุเหล่านี้เป็นอันดับแรก ในสังคมโบราณอีสาน เวลามีงานเทศกาลไม่ว่าจะเป็น
งานบุญเป็นกฐิน บุญผะเหวด ชาวบ้านจะร่วมกันทำดอกไม้จากวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น เช่น ต้นหม่อน ลำปอต้นสาบเสือ กระดาษสีและหลอดด้าย นำมาตกแต่งเป็นรูปทรงสีสัน มีลักษณะคล้ายดอกไม้ ถ้ามีฝีมือก็จะทำเป็นมาลัย มีทั้งส่วนที่เป็นมาลัยสายและมัดเป็นพุ่ม บางพื้นที่ก็ทำมาลัยด้วยข้าวสาร จากการนำด้ายดิบไปชุบกับข้าวเหนียวที่ต้มแล้วจากนั้นนำไปชุบกับข้าวสาร เมื่อยกด้ายขึ้นก็จะมีข้าวสารติดมากับด้าย ทำให้มีลักษณะคล้ายมาลัย จากนั้นจึงนำมาจัดทรงให้เป็นมาลัยที่มีรูปทรงสวยงาม บางพื้นที่ก็จะทำแบบเดียวกัน แต่จะนำไปคลุกกับข้าวตอก (ข้าวตอกแตก) โดยมีพื้นฐานความเชื่อมาจากครั้งพุทธกาลที่เชื่อว่า ดอกมณฑารพ เป็นดอกไม้จากสรวงสวรรค์ที่มีความสวยงามและมีกลิ่นหอมเป็นพิเศษเวลาที่ดอกมณฑารพจะบานหรือร่วงหล่นต้องมีเหตุการณ์สำคัญ ๆ เท่านั้น คือ พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ดอกมณฑารพจึงจะร่วงหล่นลงมายังโลกมนุษย์ ครั้งเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานที่เมืองกุสินารา ดอกมณฑารพได้ร่วงหล่นลงมา เปรียบเสมือนความเสียอกเสียใจที่ได้รำพันต่อการเสด็จดับขันธปรินิพพานของพระพุทธเจ้า เหล่าพระภิกษุผู้ได้ชื่อว่าอรหันต์ เหล่าข้าราชบริพารและประชาชนทั้งหลายได้พากันมาถวายสักการะพระบรมศพ อีกทั้งยังได้พากันเก็บดอกมณฑารพที่ร่วงหล่นลงมาไปสักการะบูชาและรำลึกถึงพระพุทธเจ้า เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไปดอกมณฑารพที่เก็บมาสักการะบูชาได้เหี่ยวแห้งและหมดไป

เพื่อเป็นการระลึกถึงพระปัญญาธิคุณ พระมหากรุณาธิคุณและพระบริสุทธิคุณ รวมทั้งเหตุการณ์ในวันสำคัญต่าง ๆ ชาวพุทธจึงได้นำข้าวตอก ซึ่งเสมือนเป็นดอกมณฑารพมาสักการะบูชาแทน อีกความเชื่อหนึ่งเชื่อว่าข้าวเป็นสิ่งที่มีคุณค่า เป็นสิ่งที่มนุษย์จะขาดไม่ได้ การนำข้าวตอก ดอกไม้ มาถวายเป็นพุทธบูชาจึงเชื่อว่าจะได้บุญได้กุศลมาก ส่วนการเริ่มต้นนำข้าวตอกมาถวายเป็นพุทธบูชานั้นยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่า
เริ่มมาตั้งแต่เมื่อใด แต่เชื่อกันว่าเริ่มแรกจะใส่พานไว้โปรยเวลาพระสงฆ์เทศนา ต่อมาจึงมีการนำมาประดิษฐ์ตกแต่งเป็นมาลัยให้มีความสวยงามมากขึ้น

makabucha (5) makabucha (4)

 

มาลัยข้าวตอก คือ ผลงานที่สร้างสรรค์และประดิษฐ์ขึ้นด้วยความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาโดยชาวบ้านได้นำเอาข้าวเปลือกเหนียวมาคั่วด้วยหม้อดินแล้วข้าวก็จะแตกออกเป็นสีขาวสวยงามเสมือน
ดอกมณฑารพ แล้วนำไปร้อยประดิษฐ์เป็นมาลัยให้สวยงาม เพื่อนำไปถวายวัดเป็นการบูชา ประเพณีการแห่มาลัยข้าวตอกที่ถือปฏิบัติเป็นประเพณีที่ถือว่าเป็นงานสำคัญและถือปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็นเวลายาวนาน คือที่บ้านฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร การแห่มาลัยข้าวตอกนั้นมีความเชื่อมานานกว่า ๑๐๐ ปีเดิมเป็นการรวมตัวกันของชาวบ้านฟ้าหยาดจำนวน ๓-๕ ครัวเรือน/มาลัย ๑ สาย มาลัยขนาด ๐.๕๐ - ๑.๕๐ เมตร หรือตามความสามารถของชาวบ้านที่จัดทำได้ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๔๕ มีหน่วยงานท้องถิ่นเข้ามาร่วมจัดงาน ทำให้มาลัยมีจำนวนและขนาดใหญ่ขึ้นเป็น ๒-๔ เมตร และจัดเป็นงานประเพณียิ่งใหญ่ประจำท้องถิ่นตั้งแต่นั้นเป็นตันมา

 

มาลัยข้าวตอกที่มีอยู่ในปัจจุบันมี ๒ แบบ คือ

 

๑. มาลัยสายฝน ร้อยข้าวตอกเป็นสายยาวประมาณ ๔-๖ เมตร ทำสายมาลัย จำนวนสายมากน้อย เล็กหรือใหญ่ ตามแต่ศรัทธาและกำลังความสามารถของผู้ทำ

 

๒. มาลัยข้อ จะร้อยต่อดอกแบบอุบะ โดยเอาข้าวตอกมาร้อยเรียงกันเป็นสายแล้วมัดเป็นข้อให้สวยงามตามที่ออกแบบ

makabucha (6) makabucha (3)

 

การแห่มาลัยข้าวตอกของบ้านฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร ถือเป็นเทศกาลที่ชาวบ้านให้ความสำคัญ โดยเมื่อใกล้ถึงวันมาฆบูชา ชาวบ้านจะรวมกันเป็นกลุ่ม กลุ่มละประมาณ ๔-๕ หลังคาเรือนมารวมกันร้อยมาลัยข้าวตอกเป็นสายความยาวประมาณ ๔-๖ เมตร หรือใครมีศรัทธาจะทำเฉพาะตนก็ได้และก่อนถึงวันมาฆบูชา ๑ วัน คือวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๓ ชาวบ้านที่เป็นเจ้าของมาลัยจะนำมาลัยของตนมารวมกันที่จุดนัดหมายแล้วแห่รอบเมืองเป็นขบวนสวยงาม มีเอกลักษณ์เฉพาะตนที่แตกต่างจากท้องถิ่นอื่น จากนั้นจะนำไปถวายวัด ซึ่งปัจจุบันคือ วัดหอก่อง ทางวัดจะนำไปแขวนประดับประดาไว้ที่ศาลาการเปรียญเพื่อเป็นพุทธบูชา โดยมีเทศบาลตำบลฟ้าหยาดเป็นเจ้าภาพหลักในการจัดงาน ซึ่งจะให้การสนับสนุนงบประมาณแต่ละชุมชนหรือหน่วยงานที่สนใจในการนำมาลัยมาร่วมประกวด ส่วนชุมชนในตำบลฟ้าหยาดทุกชุมชนและ หน่วยงานราชการในอำเภอมหาชนะชัยจะมีส่วนร่วมในการจัดขบวนแห่มาลัยมาร่วมเป็นประจำทุกปี จึงถือว่าเป็นประเพณีที่สร้างความสามัคคีให้เกิดกับคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี ในอดีตการทำมาลัยข้าวตอก ชาวบ้าน แต่ละคุ้มจะทำการคั่วข้าวเปลือกเหนียวไว้ เสร็จแล้วผึ่งให้เย็นและนำมาร้อยเป็นสาย ตอนเย็นหลังรับประทานอาหารเย็นเสร็จ เด็กหนุ่มสาวจะออกไปช่วยกันร้อยมาลัยตามหมู่บ้านและทำหมุนเวียนกันไปเรื่อย ๆ จนได้เวลาอันสมควร (ประมาณ ๒๒.๐๐ น.) พอถึงวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๓ ก่อนวันมาฆบูชา ๑ วัน เวลาประมาณ ๑ ทุ่ม ทางวัดจะตีระฆังบอกสัญญาณ ชาวบ้านจะรวมกลุ่มกันนำพวงมาลัยมาถวายที่วัด แล้วนำไปแขวนไว้ที่ศาลาการเปรียญ จากนั้นจะทำการไหว้พระรับศีลฟังพระเจริญพระพุทธมนต์ จนถึงเวลาประมาณ ๔ ทุ่ม ก็จะแยกย้ายกันกลับบ้าน วันรุ่งขึ้นเป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ จะมีการทำบุญตักบาตรและทำบุญข้าวจี่ไปพร้อม ๆ กัน ถือเป็นอันเสร็จพิธีในการทำบุญแห่มาลัยในปีนั้น ๆ ปัจจุบันการแห่มาลัยได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยเมื่อใกล้ถึงเทศกาล เทศบาลตำบลฟ้าหยาดจะให้งบประมาณสนับสนุนแต่ละชุมชนหรือหน่วยงานที่สนใจจะเข้าร่วมกิจกรรม ทั้งชุมชนและหน่วยงานดังกล่าวจะร่วมกันทำมาลัยข้าวตอก โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเข้าประกวดมีเงินรางวัลเป็นเดิมพัน ส่วนคนที่ทำมาลัยส่วนใหญ่จะเป็นคนรุ่นกลางที่มีครอบครัวแล้วหรือคนเฒ่าคนแก่ ส่วนคนหนุ่มสาวจะมีส่วนร่วมในรูปแบบของการฟ้อนรำในขบวนแห่เป็นส่วนใหญ่ ส่วนรูปแบบของการถวายมาลัยก็จะมีเพียงการจัดขบวนฟ้อนรำเข้าร่วมในขบวนแห่เน้นความสนุกสนานบันเทิง มีมหรสพสมโภชเพื่อดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยว เมื่อถึงบริเวณวัดชาวบ้านจะร่วมทำพิธีถวายมาลัย เสร็จแล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน กิจกรรมในช่วงเย็นคนก็เริ่มน้อยลง มีเพียงคนเฒ่าคนแก่บางส่วนอยู่ฟังเทศน์ ในช่วงเช้าของวันรุ่งขึ้นก็จะมีเพียงการทำบุญตักบาตรเท่านั้น ส่วนการทำบุญข้าวจี่ที่เคยทำมาในอดีตได้หายไปจากชุมชน

 

ประเพณีการแห่มาลัยข้าวตอก ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่เคยปฏิบัติมาตั้งแต่ในอดีต ได้มีการปรับประยุกต์ทางวัฒนธรรม เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ใหม่ ๆ ซึ่งในการปรับประยุกต์ทางวัฒนธรรมนั้น คุณค่าและความหมายของประเพณีบางอย่างได้เริ่มสูญหายไป เช่น ความเอื้ออาทร การสร้างจิตสำนึกร่วมในการเป็นพวกเดียวกันของคนในชุมชน กุศโลบายในการสั่งสอนคนในด้านคุณธรรม จริยธรรม สายสัมพันธ์ระหว่างบ้าน วัด โรงเรียน รวมทั้งอัตสักษณ์ความเป็นตัวตนของบ้านฟ้าหยาดเริ่มหายไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อการสืบทอดประเพณีอันดีงามนี้ให้คงสืบต่อไปได้ เพราะหากชุมชนขาดความเป็นอัตสักษณ์หรือเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมแล้ว ความมั่นใจในตนเอง ความภาคภูมิใจและความรู้สึกมีศักดิ์ศรีในตนเองก็จะลดน้อยหดหายไป ดังนั้น การที่จะธำรงรักษาอัตลักษณ์ความเป็นชุมชนของบ้านฟ้าหยาดไว้ได้
จะต้องอาศัยการร่วมมือของชุมชนในการสร้างความตระหนัก การยอมรับและเห็นคุณค่าความสำคัญของประเพณีดั้งเดิมที่แท้จริง มีความกล้าที่จะเผยแพร่หรือนำเสนอต่อสาธารณชนด้วยความรู้สึกมั่นใจและภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของตนแม้จะมีการเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรคำนึงคือ คุณค่าและความสำคัญอันเป็นวัตถุประสงค์หลักของการก่อเกิดประเพณีนี้ ทั้งในด้านคุณธรรม จริยธรรม ศิลปกรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นคุณค่าทางสังคมและวิถีของชุมชนปัจจุบัน

 

ประเพณีแห่มาลัยข้าวตอกในเทศกาลวันมาฆบูชา จังหวัดยโสธร ได้รับการขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๘

 

 

 

เอกสารอ้างอิง

 

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. (๒๕๖๐). แนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรมและงานเทศกาล.

 

กรุงเทพ ฯ : สถาบันวัฒนธรรมศึกษา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม.

 

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. (๒๕๖๑). มรดกภูมิปัญญาอีสาน. กรุงเทพ ฯ : สถาบันวัฒนธรรมศึกษา

 

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม.